สวัสดีครับวันนี้ได้โอกาสดีๆ ได้อ่านวารสารขององค์กรPATH ไปอ่านพบหัวข้อ
“มอบความรักให้สังคมด้วยการลดความรุนแรงในครอบครัว” จึงบันทึกลงเพื่อสมาชิกสนใจลองอ่านดูก็แล้วกันนะครับ
“ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่พอเนิ่นนาน แม้น้ำตาล ยังว่าขม” คงเป็นคำโบราณที่ยังไม่โบราณในความหมาย เพราะทุกวันนี้สตรี ยังคงถูกผู้ที่ได้ชื่อว่าสามีทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ มิหนำซ้ำลูกเล็กเด็กแดงตาดำๆ ยังพลอยโดนหางเลขตกเป็นเหยื่อความรุนแรงไปด้วย ข้อมูลจากหน่วยงานที่สำรวจการกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าการใช้ความรุนแรงในชีวิตคู่เป็นเรื่องสากล เกิดได้กับผู้หญิงในทุกสังคม และทุกภูมิภาค โดยในทวีปเอเชียนั้น ประเทศอินเดียผู้หญิง 40% ถูกคู่สมรสทุบตี ในจำนวนนี้ 16% ถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ขณะที่เกาหลี 38% ของผู้หญิงถูกทำร้ายร่างกาย แม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้หญิงก็ถูกคู่ของตนทำร้ายเช่นกัน ซึ่งอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ผู้หญิงถึง 20%-30% ที่ถูกคู่ของตนทำร้าย
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับ สนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2550 "white Ribbon Day" โดยเลือกปทุมธานีเป็นจังหวัดนำร่อง “ไร้ความรุนแรง” แห่งแรกของประเทศ
ศ.นพ.รณชัย คงสกลธ์ หัวหน้าโครงการหน่วยจัดการความรู้ความรุนแรงในครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี เปิดเผยถึงผลการสำรวจปัญหาความรุนแรงในครอบครัวชุมชนรอบ รพ.รามาธิบดี จำนวน 7 ชุมชน 580 ครอบครัวว่า พบความรุนแรงในครอบครัวถึง 27.2% หรือคิดเป็น 1 ใน 4 และเมื่อสำรวจลึกลงไป พบว่าครอบครัวที่มีการดื่มสุรามีโอกาสเกิดความรุนแรงในครอบครัวถึง 3.84 เท่า เมื่อเทียบกับครอบครัวที่ไม่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนสถานการณ์ระดับจังหวัด ร.พ.ปทุมธานีเก็บข้อมูลเด็กและผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรง จนต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตั้งแต่เดือนต.ค.49-ก.ย.50 พบเด็กเข้ารับการรักษา 125 ราย อายุ 11-18 ปี 93 ราย อายุ 6-10 ขวบ 16 ราย อายุ 1-5 ขวบ 15 ราย 0-1 ขวบ 1 ราย มีผู้หญิงถูกทำร้าย ต้องเข้ารับการรักษา 139 ราย อายุ 18-35 ปี 50 ราย, อายุ 36-45 ปี 40 ราย, 45 ปีขึ้นไป 49 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน 26 ราย ผู้ป่วยนอก 46 ราย ผู้ป่วยฉุกเฉิน 23 ราย และเข้ารับบริการที่จุดรับบริการวันสต๊อปเซอร์วิส 169 ราย โดยเด็กและผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงจากเพื่อนและคนใกล้ชิดมากที่สุด 77 ราย จากสามี 51 ราย จากสมาชิกในครอบครัว 35 ราย คนรู้จัก 34 ราย พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง 12 ราย พ่อแม่ 7 ราย สาเหตุเกิดจากนอกใจ หึงหวง ทะเลาะ 54 ราย ปัญหาครอบครัว 42 ราย เมาสุรา ติดสารเสพติด 41 ราย ปัญหาเศรษฐกิจ 40 ราย เจตนาล่อลวงบังคับ 33 ราย สื่อลามก 12 ราย โดยเด็กถูกกระทำรุนแรงทางเพศมากที่สุด ผู้ใหญ่จะถูกกระทำรุนแรงด้านจิตใจมากที่สุด
ถึงแม้ว่าหลายๆ หน่วยงานจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อยุติความรุนแรงในครอบครัว แต่ปัญหาดังกล่าว ยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จากสถิติการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวปี 2549 พบว่า มีจำนวนถึง 16,000 ราย/ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีจำนวนผู้ป่วย 14,000 ราย/ปี จากเฉลี่ยวันละ 39 คนในปี 2548 และเป็น 44 คนในปี 2549 คิดเป็นค่าใช้จ่ายการสูญเสียในการรักษาจากโรงพยาบาลทั่วประเทศถึง 36,800 ล้านต่อปี ถือเป็นการสูญเสียที่มหาศาล
ด้านนางจิตราภา สุนทรพิพิธ รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวถึงกรณีที่พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ได้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.เป็นต้นไปนั้นว่า การมีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว จึงมีความเหมาะสมเพราะจะทำให้สามารถกำหนดรูปแบบวิธีการและขั้นตอนให้ผู้ กระทำผิดมีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ รวมทั้งสามารถรักษาสัมพันธ์อันดีไว้ในครอบครัวได้ ซึ่งจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2542 ได้กำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนรณรงค์ยุติการใช้ความรุนแรง เพื่อตระหนักถึงผลร้ายที่จะเกิดต่อคนในครอบครัว และสร้างกระแสการต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งทั่วโลกกำหนดให้วันที่ 25 พ.ย.เป็นวันรณรงค์ยุติความรุนแรง ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงในครอบครัวลุกลามและรุนแรงมากขึ้น นั่นเป็นเพราะความเชื่อผิดๆว่า ครอบครัวเป็นเรื่องส่วนตัว ทำให้ปกปิดปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะความอาย หรือคิดว่าไม่มีคนอื่นที่ช่วยได้ และด้วยความเชื่อเช่นนี้ ทำให้คนรอบด้านไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องหรือให้การช่วยเหลือ
แต่นับจากวันนี้เราจะดูแลกันและกัน คุณก็มีส่วนร่วมที่ช่วยให้ความรุนแรงในครอบครัวยุติลงได้ อย่าเพิกเฉย เมื่อถูกกระทำหรือพบเห็นการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ทุกคนมีหน้าที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงาน เพื่อให้การคุ้มครองช่วยเหลือและให้คำแนะนำ พร้อมบำบัดฟื้นฟู ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของทุกๆคนที่ต้องช่วยกันเพื่อให้ความรุนแรงหยุดทำร้ายคุณและ สังคม พบเห็นสตรีและเด็กถูกทำร้ายแจ้งได้ที่สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว หมายเลขโทรศัพท์ 0-2306-8774 หรือศูนย์ประชาบดี 1300
ที่มา
เรื่องและภาพโดย : จุฑารัตน์ สมจริง Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลและภาพ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ด้วยความปราถนาดีจาก แก๊สโซฮอล์ พบกันใหม่ครับ สวัสดีครับ