มือที่รินสุรากับมือที่รักษาผู้ป่วย คุณค่าย่อมต่างกันราวฟ้ากับดิน ยิ่งฝ่าบาทยังมีรับสั่งมิให้นำแพทย์หญิงเข้าในงานเลี้ยงด้วยแล้ว
หลักธรรมคำคมข้อคิดชีวิตรักจากแดจังกึม 20
โสภณ เปียสนิท
........................................
“แม้มีสถานะไพร่ หรือมีหน้าที่รับใช้แผ่นดินเช่นกัน แต่มือที่รินสุรากับมือที่รักษาผู้ป่วย คุณค่าย่อมต่างกันราวฟ้ากับดิน ยิ่งฝ่าบาทยังมีรับสั่งมิให้นำแพทย์หญิงเข้าในงานเลี้ยงด้วยแล้ว” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า187)
อุดมคติอันสูงสุดในเป้าหมายของชีวิตจังกึม ถูกต้องเที่ยงตรงต่อคุณธรรมอย่างยิ่ง คุณค่าของคนที่รินสุราให้ผู้อื่นดื่มกิน ซึ่งเป็นแง่ลบทำลายสำนึกแห่งความเป็นคน และทำร้ายร่างกาย ส่วนมือที่รักษาผู้ป่วยเป็นแง่บวก รักษาอาการเจ็บป่วย และรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ เพื่อทำความดีในฐานะของการเกิดเป็นมนุษย์ให้คุ้มค่า นอกจากเป้าหมายชัดเจนแล้ว จึงกึมยังดำเนินการตามนั้นอย่างจริงจัง
“ท่านแม่ชี้ให้ดูดอกฮงเมฮวา เคยกล่าวไว้ จงเป็นดอกฮงเมฮวาฝ่าฟันหิมะและเบ่งบานให้ได้แม้ยามฤดูหนาว ท่านว่าสตรีเราต้องเป็นเช่นนี้” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า199)
แม่ของจังกึมช่างเป็นหญิงที่ชาญฉลาด ใช้ดอกไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นอุปกรณ์ในการสั่งสอนลูก คุณธรรมข้อนี้คือ ความอดทนและความพยายาม เกิดเป็นหญิงต้องมีความอดทนและพากเพียร เพื่อฝึกฝนให้ลูกสาวมีความพร้อมต่อการดำเนินชีวิตในวันข้างหน้า เพราะชีวิตของคนทุกคนนั้นมิใช่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
“เมื่อคิดถึงเชอร์รี่ จังกึมอดไม่ได้ ให้คิดถึงมารดาของตน จนบัดนี้ ยังไม่อาจทำตามสัญญาหาผลเชอร์รี่ไปเซ่นไหว้มาดาบนเขา” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า200)
คุณธรรมคือความกตัญญูในจิตใจตักเตือนให้จังกึมรำลึกถึงแม่ผู้มีพระคุณเสมอ ข้อนี้บ่งชี้ว่า จังกึมเป็นคนดี เพราะความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี แต่นอกจากความกตัญญูคือการรำลึกถึงพระคุณแล้วต้องตอบแทนคุณด้วย ซึ่งเรียกว่า กตเวที จึงจะเป็นคนดีที่สมบูรณ์
“นับแต่ถูกอุนแพกดุด่า ตนได้ตั้งใจศึกษาตำราการแพทย์จนหลงลืมฤดูของผลเชอร์รี่ไปแล้ว ยามนึกขึ้นได้ สถานการณ์ก็ไม่เหมาะ ยามมีโอกาสก็นึกไม่ถึง” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า201)
คุณธรรมสำคัญอีกข้อที่เห็นตรงนี้คือ “อดทนต่อคำสั่งสอน” ยิ่งครูดุด่าก็ยิ่งตั้งใจศึกษา (ปัจจุบันนักเรียนแบบนี้แทบหาทำยาหยอดตาไม่เจอแล้ว) เมื่อมีความตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนลืมสิ่งอื่น หมายถึงว่าผู้นั้นมีสมาธิ คือความตั้งใจมั่นต่อสิ่งที่ทำ สิ่งนี้คือเบื้องต้นของความสำเร็จที่เราต้องตระหนักรู้
“สัญญากันว่าจะไม่ยอมรินสุราให้โดยเด็ดขาด ต่อให้มิต้องรินสุรา ก็ไม่ถูกขับไล่ และสามารถเป็นสุดยอดแทพย์หญิงได้” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า201)
กัลยาณมิตรเป็นเหมือนรุ่งอรุณของความสำเร็จในชีวิต ช่วงนี้ของชีวิตจังกึมได้อาศัยอึนบีเป็นเพื่อนแท้คอยเหนี่ยวรั้งตักเตือนซึ่งกันและกัน ชักชวนกันศึกษาหาความรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อเปลี่ยนมือของตนจากมือที่รินสุราเป็นมือที่รักษาผู้คนให้ได้
“ไม่มีสิ่งใดต้องละอายใจ โลกนี้มีสิ่งใดประเสริฐกว่าการรักษาคนให้หายป่วยอีกเล่า เราต้องภาคภูมิใจในตัวเราเอง อย่างไรก็ประเสริฐกว่าสตรียังบันที่นั่งทอดถอนใจใต้เสาบ้านเป็นไหน” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า203)
การดำรงอยู่ของชีวิตต้องมีคุณค่าให้ภาคภูมิใจ การรักษาผู้ป่วยคือความภาคภูมิใจของจังกึมและเพื่อน แม้ว่าจังกึมจะเป็นคนชั้นล่าง (ยังบัน) ของสังคม แต่เดินตามความมุ่งมั่นแห่งตนจนปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่เป็นแพทย์หญิงรักษาคนไข้ แทนการสืบสายชนชั้นล่างที่มักมีชีวิตด้อยค่า
“แต่ชีวิตมนุษย์นั้น จักมีผู้ใดสามารถพยากรณ์ได้ หลายครั้งอาจมีโชคที่คาดมิถึงมาอยู่บ้าง แม้เคยตัดสินใจเป็นผู้ปกป้องยอนเซ็งที่อ่อนแอไร้เดียงสา แต่สำหรับอึนบีแล้ว ยามตนลำบากไม่แน่ว่านางอาจเป็นอ้อมอกให้ตนโอบกอดก็เป็นได้” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า203)
การพยากรณ์ชีวิตของคนเป็นเรื่องยาก เพราะมีองค์ประกอบหลายประการทั้งอดีตและปัจจุบันเข้าเกี่ยวข้อง เพื่อนมีบทบาทสำคัญต่อจังกึม เพื่อนที่อ่อนแอจังกึมให้ความช่วยเหลือดูแลด้วยจิตใจที่อ่อนโยน เพื่อนที่เข้มแข็งพลัดกันช่วยเหลือดูแลประคับประคองชีวิตพากันก้าวเดินสู่ความสำเร็จ
“ท่านเคยช่วยเราในคราที่สูญเสียรสสัมผัส หากมีวิธีใดตอบแทนบ้าง อย่างไรก็เป็นเรื่องน่ายินดี” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า207)
คนไทยเราถือกันสืบมาแต่โบราณว่า หากหวังให้ตนเองเจริญก้าวหน้าต้องเป็นคนที่รู้จักคุณคน คือมีความกตัญญูรู้ตอบแทนคุณ ตลอดเรื่องของจังกึมกล่าวถึงการตอบแทนคุณไว้หลายตอนเพื่อโน้มนำจิตใจของผู้อ่านให้เห็นคุณธรรมข้อนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่นำพาชีวิตของตัวละครเอกก้าวสู่ความสำเร็จ
“จริงด้วย แม้เตือนตนว่าอย่าร้อนใจ แต่ดูเหมือนหัวใจมิเชื่อผู้เป็นนายแล้ว” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า212)
ใจของคนดูแลได้ยากที่สุด ดื้อที่สุด ฝึกได้ยากที่สุด ชอบการตามใจ และมีปกติไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอเหมือนสายน้ำ สิ่งที่อยากจำมันกลับลืม สิ่งที่อยากลืมมันกลับจำ ฝึกฝนให้มันมีคุณธรรมประจำใจแต่มันไม่ค่อยจะรับ มันอยากคิดอะไรต้องปล่อยให้มันคิดอย่างนั้น เพราะมันจะไม่เชื่อฟังง่ายๆ ดังนั้นการฝึกใจจึงท้าทายความสามารถ เพราะเป็นเรื่องยาก แต่ใครฝึกได้แล้วประเสริฐสุด
“แม้มีโอสถและฝังเข็ม แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือพระทัยที่แน่วแน่สลัดหลุดความทุกข์ จึงจะได้ผลอย่างเต็มที่ เพคะ” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า212)
การรักษาไข้ของคนโบราณ นอกจากยาและฝังเข็มแล้วยังต้อง “รักษาใจ” ด้วย แนวทางการแพทย์ในยุคของจังกึมเห็นความสำคัญของการรักษาใจเป็นอันดับแรก ดังนั้นการฝึกใจโดยใช้หลักธรรมทางศาสนาไว้ล่วงหน้าจึงเป็นการเตรียมการที่มีคุณค่า และการฝึกใจที่ดีที่สุดคือการฝึกสมาธิ
“ไม่ทราบว่าต้องทนทุกข์มาตั้งแต่เมื่อใด แม้จิตใจอ่อนไหว แต่เป็นสตรีที่จิตใจดีงาม สิ่งเดียวที่จังกึมทำให้ในเวลานี้คือ การทุ่มเทหัวใจช่วยเหลือนางอย่างเต็มที่” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า213)
ใจที่อมทุกข์คือใจที่อ่อนไหวไม่ผ่านการฝึกฝน แต่คนไข้รายนี้มีความดีงามมากจนจังกึมรับรู้รับทราบ จึงช่วยทำการรักษาอย่างเต็มความสามารถ “ความทุกข์ทำให้เกิดโรค และโรคทำให้เป็นทุกข์” ทั้งสองด้านเป็นเหมือนวงล้อที่ประกอบกันเกื้อกูลกัน ไม่อยากทุกข์ก็ต้องตัดวงล้อด้วยการออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหว และออกกำลังใจ ด้วยการทำใจให้หยุดนิ่ง
“จังกึมและอึนบีได้ตัดสินใจร่วมกัน ปลูกต้นฮงเมฮวาลงบริเวณรั้วด้านตะวันตกของหอเนอึยวอน เพื่อเป็นสัญญาว่า ให้ทั้งสองเป็นดั่งดอกฮงแมฮวาฝ่าฟันหิมะและเบ่งบานให้ได้ แม้ยามฤดูหนาว หรือท่ามกลางอุปสรรคนานาประการ ก็สามารถประคองจิตใจที่บริสุทธิ์ได้ต่อไป” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า215)
การตั้งจิตอธิษฐานเรียกว่าอธิษฐานบารมี การมุ่งมั่นทำตามคำที่อธิษฐานเรียกว่า วิริยะบารมี การทำให้คำอธิษฐานเป็นความจริงให้ได้เรียกว่าสัจจะบารมี จังกึมและเพื่อนใช้ต้นฮงเมฮวาเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้สู่ความสำเร็จ เนื้อความตรงนี้มีคำงดงามที่ต้องประทับไว้ในความทรงจำคือ “ประคองจิตใจที่บริสุทธิ์” ต่อไป
“เป็นใบชาอ่อนจากเชิงเขาชีรีซาน เก็บเกี่ยวไว้ก่อนช่วงกกอู ใช้น้ำค้างรุ่งอรุณหนึ่งร้อยปลายหญ้าสมุนไพร ต้มขึ้นเป็นน้ำชาเพคะ” (แดจังกึม/เล่ม4/หน้า25)
40.
นาย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ (ครูหยุย)
เมื่อ พ. 14 ก.ค. 2553 @ 13:03
#2088701 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
คุณโสภณครับ ประเด็นที่กำหนดมานั้น ส่วนหนึ่งคือแก่นที่การศึกษาสมัยก่อนยึดโยงไว้ครับ แต่ระยะเวลาต่อมาย่อหย่อนมาก ไปสนใจเฉพาะสาระเรียนรู้เพื่อสอบเรียนสูงขึ้นมากกว่า ผมจะพยายามสื่อสารประเด็นที่นำเสนอมานะครับ
36.
โสภณ เปียสนิท
เมื่อ พ. 14 ก.ค. 2553 @ 11:17
#2088520 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
อยากให้อาจารย์พูดเรื่องการจัดการศึกษาของประเทศ
เรื่องการปลูกฝัง
1.ขั้นตอนการคิดอย่างเป็นระบบ แยกแยะผิดชอบชั่วดี
2.วิธีการแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ มีเหตุมีผลประกอบ
เป็นไปได้หรือที่เยาวชนของเรา เรียนมาตั้งแต่อนุบาล ถึงมัธยมปลาย หรือ มหาวิทยาลัย
แต่แสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพชนไม่เป็น
หรือว่าการศึกษาของเราสอนไม่เป็น (ในเรื่องนี้)
ด้วยความคารวะครับ
เคยมาทำกิจกรรมแถวๆ ประจวบหรือเปล่าครับ
เรียนคุณอุ้มบุญครับ
บางคนบอกว่า "เหยียบโลกไว้ให้มั่น แล้วโลกก็หมุนไปเอง" พอเข้าใจว่าอย่างไรดีครับ
เรียนคุณอุ้มบุญครับ
คำอธิบายทั้งสองถูกครับ เข้าใจหลักการคือ "รู้โลก เข้าใจโลก ล้อเล่นโลก" บางคนบอกว่า "หลับเสียเถอะพรุ่งนี้ก็สว่างแล้ว"