GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Callus...นักเลงหัวแข็ง

Callus ในผู้เป็นเบาหวาน เป็น Callus แบบดุ เพราะมีอัตราการทำลายสูง ซึ่งเจ้าของ Callus มักไม่พยายามช่วยปรามความดุลง คือไม่ดูแลผิวนั่นเอง
วันนี้เรามาคุยเรื่องของหนังหนาที่เท้าที่ชอบคู่มากับเท้าผู้เูู็้ป็นเบาหวาน ที่มีปัญหา Neuropathy กันดีกว่าค่ะ ซึ่งต้องบอกว่าเจ้าหนังหนานี้ จริงๆ ก็พบได้ในเท้าคนปกตได้ิด้วย แต่อาการจะไม่รุนแรงเท่าในเท้าคนเป็นเบาหวานค่ะ ก่อนที่เราจะทำความเข้าใจ callus ในเท้าเบาหวาน อยากให้รู้จัก callus ในเท้าปกติก่อน callus หรือ หนังหนา ที่จริงก็เป็น Pressure ulcer แบบหนึ่ง เกิดจากเนื้อเยื่อโดนแรงกดแบบต่างๆ กัน คือถ้ากดไปแนวตั้งฉากจะทำให้กดหลอดเลือดแนวตั้งฉาก เราเรียกว่าแรง Pressure ถ้ากดแนวเฉือน หรือแนวรื่นไถล ลักษณะนี้มักทำให้เส้นเลือดฝอยหักงอเรียกว่า Shearing Force ถ้ากดแนวขนานมักจะทำให้เกิดการถลอก เรียกว่า แรงเสียดทาน แรง Friction ซึ่งทั้ง ๓ แรงกดนี้จะทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ถ้ามีแรงกดมากกว่า ๓๒ mmHg นานเกิน ๒ ชั่วโมงจะทำให้เกิดเนื้อตายขึ้นทั้งที่เนื้อเยื่อด้านในและผิวหนังด้านนอก ขึ้นกับความรุนแรงและระยะเวลา ถ้าแรงมากระยะเวลาสั้น เช่นพวกโดนชก เนื้อเขียวช้ำๆ แต่ผิวหนังไม่แตก แต่หนังหนาที่เท้ามักแสดงอาการจากภายนอกเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อภายในช้าๆ เนื่องจากแรงกระแทกจะตามน้ำหนักตัว( pressure )ซึ่งเปลี่ยนแปลงไม่มาก ร่วมกับเรามักจะเดินมากกว่ายืนเฉยๆ ส่วนที่จะมาเสริมเพิ่มแรงกดให้เท้าอีกก็คือรองเท้า รองเท้าคับทำให้ผิวหนังถูกเบียดแน่นเกิดแรงกดทับ รองเท้าหลวมก็จะเกิดแรงเสียดสี และแรงเฉือนได้ แต่ในผู้เป็นเบาหวานของเรา จะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของหนังหนา ง่ายดายกว่าคนปกติเสียอีกเพราะเมื่อมีปัญหาระบบประสาทส่วนปลายเสื่อม ปัจจัยส่งเสริมมากขึ้นอีก มีเท้าชาไม่รู้สึกเจ็บปวด ผิวหนังและกล้ามเนื้อจะอ่อนแอลง หลอดเลือดปลายเท้ารูตันเล็กลง ถ้ามาเจอ ๓ แรงที่บอก แจ็กพ็อตแตกรับรางวัล Callus ไปเลยเต็มๆ นะคะ อาจมีของแถมเป็นแผลถลอกด้านข้างได้อีก Callus ในผู้เป็นเบาหวาน เป็น Callus แบบดุ เพราะมีอัตราการทำลายสูง ซึ่งเจ้าของ Callus มักไม่พยายามช่วยปรามความดุลง คือไม่ดูแลผิวนั่นเอง เราจะดูความดุขึ้นของมันได้จาก: ๑) สี ครั้งแรกที่ตัดหนังหนาให้จะเป็นสีเหลืองอ่อน ต่อไปจะกลายเป็นสีส้มมากขึ้นจนกลายเป็นสีส้มเข้มอมน้ำตาล วันไหนที่คุณตัดไปเรื่อยๆ แล้วพบว่าข้างนอกสีอ่อน ข้างในสีเข้มข้น ให้ระวังได้ทันทีว่า กำลังจะเกิดแผลในอนาคต ๒) ขอบเขต callus ระอ่อนจะสีอ่อนขอบเขตไม่กว้าง callus ดุ สีจะีเข้มขอบเขตขยายทั้งแนวดิ่งบนและล่าง และด้านข้างหนาแบบทุกทิศทาง หนังจะหนาแบบปรมาจารย์ มันเป็นกระจกก็เคยมีค่ะ ๓)ระยะเวลา ที่มาใช้บริการ Callus ระอ่อน ระยะเวลาที่มาตัดCallus จะห่าง ส่วน Callusด ุจะมาถี่ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างสั้นลง ผู้ป่วยหลายคนถามดิฉันว่าทำไมยิ่งตัดยิ่งหนา เพราะว่า็การตัดหนังหนาให้แต่ละครั้งเราจะเหลือความหนาน้อยสุดไว้ ๑ ชั้นที่ติดเนื้อดีด้านหลัง ถ้าเจ้าของ Callus ไม่กลับไปดูแลให้เจ้าชั้น Callus ดุน้อยนี้เลิกดุ กลายเป็นพลเมืองดีเหมือนเนื้อเท้าส่วนอื่นๆ คราวต่อไปเจ้า ๓ แรงกด และเจ้าปัญหา Neuropathy ก็จะร่วมมือกันสร้างอาณานิคมให้มีลูกน้องมาล้อมรอบอีกได้ง่าย เพราะพวกเดียวกัน ในอนาคตก็จะมีเจ้านายใหญ่ หัวแข็งจะหลบซ่อนอยู่ในสุด คอยเอาหัวที่แข็งแทงเข้าไปเบิกทางในเนื้อเยื่อภายใน ถ้าหัวของมันมีเชื้อโรคติดไปด้วย แล้วมันแทงสำเร็จเข้าไปถึงหลอดเลือด นั่นคือ มันเข้าไปวางระเบิดภายในโดยคุณไม่รู้ตัว เพราะเท้าชาด้วย เมื่อนั้น Callus จะกลายเป็นแผลติดเชื้อทันที ถึงวันนี้ทุกครั้ง ที่ดิฉันให้บริการ Callus จะพร่ำบอกเสมอว่า ควรจะดูแลให้เท้าคุณทั้ง ๒ ข้างสมดุลย์ในเรื่องของผิวเนื้อ ให้เขาพยายามอยู่รวมกันเป็นพวกเดียวกันแบบเนื้อปกติ ไม่ควรมีเนื้อแข็งโผล่ เพราะของแข็งไม่ควรโผล่ออกมาจากโครงสร้างเท้าที่ปกติ จึงต้องให้หมั่นตรวจเท้า ถ้าพบความผิดปกติ แก้ไขได้ต้องรีบทำ เพราะเบาหวานเป็นแล้วไม่ดูแลจะมีแต่สิ่งแย่ๆ เสมอ เราแถมวิธีการดูแล Callus ให้เขาเลือกด้วยเสมอดังนี้ค่ะ ๑) การเลือกรองเท้า และถุงเท้าที่ดีสวมสม่ำเสมอ เพื่อลดแรงกด ๒) อาบน้ำเท้า และนวดโลชั่นจนแห้ง เพื่อกำจัดการติดเชื้อแบบง่าย และสร้างเกาะป้องกันให้เท้า ๓) ถ้าต้องเดินมาก และอ้วนให้พัก และบริหารเท้าบ้าง เพื่อลดการใช้งานที่มากเกิน และเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่กล้ามเนื้อและหลอดเลือด ๔) ลด/งดการสูบบุหรี่ ถ้าสามารถทำได้จะดี ลดภาวะ Ischemia ให้แก่หลอดเลือด ๕) ไม่ควรแช่เท้า ไม่ว่าจะอุ่นหรือน้ำธรรมดา เพื่อป้องกันผิวหนังเปื่อยยุ่ย พุพอง ติดเชื้อ ๖)ถ้าอ้วน ควรลดน้ำหนัก อาจปรึกษานักกำหนดอาหาร เพื่อลดแรงกดเท้า ยิ่งในผู้เป็นเบาหวาน ยิ่งต้องดูแลระดับ BS ให้ดี ช่วยลดปัญหาหลอดเลือดตีบอีกทาง ๗) ไม่ควรออกกำลังกายที่หักโหมกับเท้า ควรตรวจเท้าหลังออกกำลังกายทุกครั้ง และเลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสมกับการออกกำลังกาย ถึงตอนนี้ หลายคนคงจะคิดเหมือนดิฉันนะคะว่า มีเบาหวานเป็นเพื่อนรักคนเดียวก็พอ อย่าให้เจ้า Callus หัวแข็งมาผุดที่เท้า แอบแฝงเข้ามาขอเป็นเพื่อนแบบมีเจตนาไม่ดีกับเราเลย ช่วยกันสอดส่องหน่อยนะ ยุวดี มหาชัยราชัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): callus
หมายเลขบันทึก: 37430
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)