หลายสิ่งหลายอย่างในธรรมชาติมักจะมีคู่ตรงข้าม

แม้แต่เมฆ (บางชนิด) ก็ตามที!

คราวนี้จะชวนไปชมคู่ตรงข้ามของเมฆคอนเทรล (Contrail) หรือเมฆหางเครื่องบินที่เราคุ้นตากันดี [ดูบันทึก เมฆหางเครื่องบิน]

นี่ครับ

 

ดิสเทรล (Distrail) 

ดิสเทรลเหนือฟ้า Fort Worth รัฐเทกซัส, สหรัฐอเมริกา [ที่มา]

 


ดิสเทรล (Distrail) เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เมฆที่อยู่สูงระดับปานกลาง (ประมาณ 4-7 กิโลเมตร) มักจะเป็นหยดน้ำพิเศษ

ที่ว่าพิเศษคือ เป็นน้ำเหลวๆ แต่มีอุณหภูมิติดลบ (ต่ำกว่า 0 องศา)!

เรียกว่า น้ำเย็นยิ่งยวด (Supercooled water)

 น้ำเย็นยิ่งยวดดังกล่าวนี้ หากมีอะไรไปกระทบจะกลายเป็นน้ำแข็งทันที

 

ช่องเปิดฟอลล์สตรีคในเมฆอัลโตคิวมูลัสซึ่งเกิดจากดิสเทรล
(Altocumulus distrail fallstreak hole) [ที่มา]

 

เมฆที่อยู่สูงระดับปานกลาง เช่น อัลโตคิวมูลัส (Altocumulus) เพื่อนเก่าเราประกอบด้วยน้ำเย็นยิ่งยวดนี้

ในบริเวณที่มีเมฆอัลโตคิวมูลัสแผ่กระจายต่อเนื่อง

หากมีเครื่องบินบินผ่านเข้าไป เม็ดน้ำเย็นยิ่งยวดในเมฆก็จะกลายเป็นน้ำแข็ง & ร่วงหล่นลงมา เหลือช่องว่างๆ ในเมฆเอาไว้ เรียกว่า

ช่องเปิดฟอลล์สตรีค (fallstreak hole)

 

ดังนั้น หากเครื่องบินเคลื่อนฝ่าเมฆเข้าไป ก็จะทำให้เกิดช่องต่อเนื่องเป็นแนวตามเส้นทางการเคลื่อนที่

ช่องต่อเนื่องนี้เองที่เรียกว่า

ดิสเทรล (Distrail)

ย่อมาจากคำว่า Dissipation Trail หรือ เส้นทางที่เม็ดน้ำในเมฆสลายไป

(Dissipation = สลายไป + Trail = เส้นทาง)

 


 

 

ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงดิสเทรล (มองจากด้านบน) [ที่มา

 


 

สำหรับภาพนี้ ผมขอทิ้งไว้ให้ลองอธิบายเอง ;-)

 

 

จาก...คอนเทรล (ซ้าย) สู่...ดิสเทรล (ขวา) [ที่มา