๘​- ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ผมมีโอกาสไปร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ที่จัดขึ้นโดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ โรงแรมลองบีชการ์เด็นโฮเต็ลแอนด์สปา พัทยาเหนือ ในฐานะวิทยากรคนหนึ่ง

   การประชุมครั้งนี้เป็นการให้โรงพยาบาลที่รับทุนของสปสช.ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ได้นำสิ่งที่ตนเองได้ดำเนินการไปมาแลกเปลี่ยนกันและกัน สรุปเป็นบทเรียน และใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของสปสช.ในปีต่อไป

   ผมประทับใจการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างโรงพยาบาลทั้ง ๑๔ แห่งมาก และได้เรียนรู้ประสบการณ์จากการปฏิบัติจากปากของตัวจริงเสียงจริงทุกคนมาก แต่จะขอเก็บไว้เขียนในบันทึกแยกต่างหาก บันทึกนี้จะขอพูดถึง แนวทางในการดำเนินการต่อไปของสปสช. ซึ่งผมเห็นว่า ถ้าสามารถดำเนินการได้สำเร็จ จะเป็นคุณูปการต่อวงการ palliative care ของไทยเราอย่างยิ่ง เรียกได้ว่า เป็นการทำบุญครั้งใหญ่ เลยทีเดียว

   สปสช. มีดำริจะดำเนินการเรื่อง การจัดสรรยายาระงับปวดคือมอร์ฟีนชนิดรับประทานให้มีใช้และมีเพียงพอให้คนไข้สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย

   เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ในกลุ่มคนที่ทำงานดูแลคนไข้มะเร็งและคนไข้ระยะสุดท้ายว่า มอร์ฟีนชนิดรับประทาน คือยาที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไข้กลุ่มนี้ แต่ที่ผ่านมา คนไข้บางส่วนเท่านั้นที่มีโอกาสเข้าถึงยากลุ่มนี้ ปัญหาคาราคาซังคือ โรงพยาบาลขนาดเล็กไม่มียากลุ่มนี้จ่ายให้คนไข้ จะต้องมารับที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือศูนย์มะเร็งเท่านั้น หรือถ้ามีก็จะเป็นยาราคาแพงที่มีจำนวนจำกัด และโรงพยาบาลที่มียากลุ่มนี้แต่ละแห่งก็ประสบปัญหาขาดแคลนอยู่เป็นระยะ ตามบันทึกนี้

   เรื่องนี้จะต้องชื่นชมผู้หลักผู้ใหญ่ในสปสช. ทั้ง นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ รองเลขาธิการ พญ. สุนทรี ฉัตรศิริมงคล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพบริการ และ นพ. ปานเทพ คณานุรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพบริการ ที่รับฟัง เห็นความสำคัญและผลักดันให้เกิดขึ้น

   ในปี ๒๕๕๔ สปสช. จะมีงบประมาณจำนวนหนึ่ง ซึ่งพี่ปานเทพเล่าว่า ถูกสำนักงบประมาณแซวว่าทำไมน้อยจัง เพื่อดำเนินการโครงการนำร่องในพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน เพื่อจัดเตรียมยาให้เพียงพอ ให้โรงพยาบาลในพื้นที่สามารถสั่งจ่ายให้กับคนไข้ในระดับชุมชนได้

                เราจะร่วมงานบุญครั้งนี้ได้อย่างไร

  •   คนไข้และครอบครัว 

ถ่ายทอดความยากลำบาก ทุกข์ทรมานของท่านที่ไม่มียาระงับปวดกลุ่มนี้ใช้เมื่อจำเป็นให้สื่อสารมวลชนรับทราบ ขอให้ร่วมแสดงพลัง ร่วมใช้สิทธิของท่าน เพราะ สิทธิที่จะได้รับการดูแลรักษาความปวด เป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน

  •   บุคลากรสุขภาพ

เรียนรู้และพัฒนาทักษะของตนเองเรื่องการดูแลรักษาความปวดตามมาตฐานสากล กระตุ้นเตือนให้โรงพยาบาลหรือหน่วยงานของตนจัดหายาระงับปวดกลุ่มนี้ให้เพียงพอ นำข้อเท็จจริงและหลักฐานความขาดแคลนออกเปิดเผยต่อสาธารณะ

  •   โรงพยาบาลและหน่วยงาน

จัดเตรียมยาให้เพียงพอ เข้าร่วมในโครงการนำร่องนี้ของสปสช. เพื่อช่วยกันรวบรวมข้อมูลปริมาณยาที่ต้องใช้ต่อปี ปัญหาและแนวทางปฏิบัติเรื่องระบบบริการต่างๆ จะทำให้มีข้อมูลในภาพรวมที่สามารถพัฒนาระบบนี้ทั้งประเทศ ทุกพื้นที่ในอนาคตต่อไป

  •  องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จะต้องรับฟังปัญหาความขาดแคลนที่เกิดขึ้นนี้ และดำเนินการจัดสรรวัตถุดิบหรือตัวยาให้มีปริมาณเพียงพอต่อการใช้

   บทบาทของเครือข่าย palliative care ในโรงเรียนแพทย์

  • ร่วมกับ สปสช. จัดการประชุมเกี่ยวกับเรื่องปัญหาและระบบบริการยาระงับปวดกลุ่มนี้ ในการประชุมวิชาการเครือข่ายฯ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นเจ้าภาพ ในต้นปี ๒๕๕๔ เพื่อเปิดเวทีสาธารณะ ร่วมกันหาทางออกและวางระบบที่เหมาะสม
  • เป็นเจ้าภาพเสนอโครงการจัดตั้ง สมัชชา palliative care แห่งประเทศไทย (Thai Palliative Care Assembly) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการสุชภาพแห่งชาติ และผลักดันการดูแลรักษาความปวดให้เป็นนโยบายระดับประเทศ

มาร่วมงานบุญใหญ่ครั้งนี้กันนะครับ