ข่าว บริหารธุรกิจ
วันที่ 08 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4225 ประชาชาติธุรกิจ
เซเว่นฯรุกช็อปผ่านเน็ตรับตลาดโต
![]() |
"เซเว่นฯ" ชิมลางตลาดอีคอมเมิร์ซเปิดตัวเว็บไซต์ช็อปปิ้งแอทออลล์ ทดลองขายออนไลน์ดักทาง 5 ปี กระแสช็อปผ่านเน็ตมาแรง ประเดิมกลุ่มหนังสือ-ดีวีดี-สินค้าบอลโลก ชูจุดเด่นสาขาครอบคลุม รับสินค้าสะดวก ไม่จำกัดการซื้อขั้นต่ำ พร้อมใส่เกียร์เดินหน้าเทรนด์อนาคต ลุยอาหารเสริม-เครื่องดื่มรองรับความต้องการลูกค้า เผยอานิสงส์บอลโลกดันยอดอาหารทานเล่นโต
นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอิ่มสะดวกเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า บริษัทได้ทดลองเปิดตัวเว็บไซต์ shoppingatall.com เพื่อรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซในเมืองไทย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มอย่างเต็มตัวในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองระบบการสั่งซื้อสินค้า โดยขั้นตอนการสั่งซื้อจะคล้าย ๆ กับแค็ตตาล็อกเซลที่ให้ลูกค้ารับสินค้าได้ที่เซเว่นฯทุกสาขาภายใน 3 วัน หลังชำระค่าสินค้าที่หน้าร้านโดยตรง หรือบัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร ตู้ ATM ฯลฯ
นายปิยะวัฒน์กล่าวว่า โดยในช่วงของการทดลองนี้ บริษัทจะไม่คิดค่าบริการ จัดส่ง และไม่มีจำนวนขั้นต่ำในการสั่งซื้อ เบื้องต้นเริ่มจำหน่ายกลุ่มหนังสือ ทั้งวรรณกรรม ชีวิตและสันทนาการ ธุรกิจและคอมพิวเตอร์ การเรียนรู้ และหนังสือเด็ก วีซีดีและดีวีดีภาพยนตร์ รวมทั้งสินค้าในเซเว่นแค็ตตาล็อก และจะเพิ่มสินค้าอื่น ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความหลากหลาย
"อีคอมเมิร์ซที่ผ่านมาทั่วโลกสตาร์ตหมดแล้ว เราจึงทดลองเสียตั้งแต่วันนี้ เพราะช่องทางอินเทอร์เน็ตเป็นเหมือน ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ที่ไม่มีอาณาเขตสิ้นสุด ในอนาคตตัวนี้น่าจะมาแรง และบริษัทยังมองถึงการเตรียมเรื่องสินค้าอื่น ๆ ในอนาคต ทั้งอาหารเสริม เครื่องดื่ม ขนมปัง เบเกอรี่ กาแฟปั่น ผลไม้ปั่น ซึ่งได้เตรียมขยายเพื่อรองรับความต้องการลูกค้าแล้ว"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อโปรโมต เว็บไซต์ shoppingatall.com ในช่วงแรก ซีพี ออลล์ ได้จัดโปรโมชั่นแจกกระเป๋าผ้า เมื่อซื้อสินค้าครบ 450 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม และโปรโมชั่นเซตหนังสือเพอร์ซีย์ 5 เล่ม เพียง 931 บาท จากปกติ 1,095 บาท พร้อมกันนี้ยังแนะนำรายชื่อหนังสือราคาต่ำกว่า 49, 69 และ 99 บาท
ขณะที่เว็บไซต์ 7catalog.com ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเซเว่นแค็ตตาล็อก ปัจจุบันมีสินค้าครอบคลุมหลายรายการ เช่น เสื้อผ้าและแฟชั่น เครื่องสำอาง อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องนอน อุปกรณ์ไอที อุปกรณ์ประดับยนต์ ฯลฯ และมีสินค้าหมวดหนังสือ ซีดี และดีวีดี เช่นเดียวกับช็อปปิ้งแอทออลล์
นายปิยะวัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า แม้ไตรมาส 3 ของทุกปีจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจสะดวกซื้อและค้าปลีก แต่เนื่องจากครึ่งปีแรก บริษัทได้เปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 200-300 สาขา และคาดว่าจะครบ 500 สาขาภายในปีนี้ จึงทำให้ไตรมาส 3 ปีนี้เติบโตขึ้นจากปีก่อน ๆ โดยสินค้าที่ขายดีขณะนี้จะเป็นกลุ่มชิลด์ฟู้ด และเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นสินค้าที่บริษัทเน้นในระยะหลัง ประกอบกับเป็นช่วงแข่งขันฟุตบอลระดับโลก ส่งผลให้สินค้ากลุ่มสแน็ก เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ ขายดีเป็นพิเศษ ยอดขายในสาขาเดิมจึงเติบโตได้ดี
ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด มีกำไร 1,676 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,247 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา หรือ เพิ่มขึ้น 34.4% เป็นผลมาจากการขยายสาขาร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเพิ่มขึ้นจาก 4,912 สาขา ในไตรมาส 1 ปี 2552 เป็น 5,409 สาขา ในไตรมาส 1 ปีนี้ หรือเพิ่มขึ้น 10.1%
หากจำแนกกำไรออกมาจะพบว่า 1.เป็นกำไรจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้นจาก 1,116 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2552 เป็น 1,446 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2553 หรือเพิ่มขึ้น 29.6% 2.กำไรธุรกิจอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจาก 122 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2552 เป็น 257 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2553 หรือเพิ่มขึ้น 110.7%
ข่าวการบริหารราชการ
จับตาครม.เศรษฐกิจคลอดมาตราการแก้'ไข่'แพง
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกฯโวนักลงทุนรายใหญ่ยังเชื่อมั่นไทยพร้อมลงทุนอื้อ หวังไทยจะเป็นฮับการผลิตยานยนต์รายใหญ่ จับตา ครม.เศรษฐกิจวีคหน้าคลอดมาตราการสางปัญหา "ไข่" แพง...
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจว่า การสัมมนาด้านการเงินการลงทุน "Euromoney Conference 2010" ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 6-7 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนชาวต่างชาติที่ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจไทยเป็นจำนวนมาก สัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติสูงกว่าการจัดงานในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ อย่างบริษัท มิตซูบิชิ ที่มีแผนงานขยายการผลิตในประเทศไทย โดยเฉพาะรถยนต์ประเภทประหยัดพลังงาน เช่นเดียวกับการประกาศการลงทุนของบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ก่อนหน้านี้ในการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ที่ จ.ระยอง จึงเป็นการยืนยันถึงสถานะของประเทศไทยในการเป็นการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ในระดับภูมิภาค
สำหรับการดำเนินการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการลงทุน จากการที่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการคลัง ได้ร่วมมือกันในการปรับปรุงขั้นตอนการเริ่มต้นในการจัดทำธุรกิจ โดยทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม ร่วมกันปรับปรุงบริการให้นักธุรกิจที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจไปออกเลขทะเบียนนิติบุคคล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเลขที่บัญชีนายจ้าง ที่การบริการ ณ จุดเดียวกัน (single point) เพื่อลดขั้นตอนที่เดิมใช้เวลากว่า 4 วัน เหลือเพียง 90 นาที และจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้การจัดอันดับความง่ายในการทำธุรกิจที่ทางธนาคารโลกจัดอันดับให้ไทยอยู่อันดับที่ 12 ของโลกและอันดับที่ 3 ในเอเชีย และมีโอกาสที่จะได้อันดับที่ดีขึ้นไปอีกในอนาคต
นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมว่า คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมได้มีการพิจารณาจากข้อยุติของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ในปัญหาของกิจการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรา67 วรรค 2 โดยจะต้องใช้เวลาพิจารณารายละเอียดของทั้ง 18 กิจการที่ทางคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเสนอมา ต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัญหาเตาเผาขยะติดเชื้อ ที่จะต้องพิจารณาและกำหนดแนวทางการกำจัดขยะคิดเชื้อทั้งระบบ ซึ่งขณะนี้ได้เร่งรัดคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมไปรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงตามหลักมาตรฐานสากลและจะมีการเรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษภายใน 2 เดือนข้างหน้านี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการโฉนดชุมชน ที่ขณะนี้มีการเปิดสำนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่มีการกำหนดพื้นที่ในการแจกโฉนดชุมชนได้ 33 พื้นที่ และมีอย่างน้อย2 พื้นที่ที่มีความพร้อมในการนำโฉนดชุมชนแก้ปัญหาที่ทำกิน รวมไปถึงปัญหาราคาไข่ไก่ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาตามข้อเสนอในมาตรการการบริหารจัดการ การส่งออก การเพิ่มไข่เข้าสู่ตลาดโดยการยืดอายุแม่ไก่ และการแจกพันธุ์ไก่ให้เกษตรกรครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงมาตรการเบื้องต้นที่ทางกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการอยู่ เช่น โครงการธงฟ้าและการขอความร่วมมือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบรรจุไข่เพื่อลดต้นทุน ทั้งนี้ ครม.จะออกมาตรการเพิ่มเติมในการประชุมวันอังคารนี้ โดยจะเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุในกรณีของแม่พันธุ์ และโครงสร้างของธุรกิจที่ไม่ให้เกิดการผูกขาดหรือเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม.
ความเหมือนของระบบราชการและความแตกต่างของระบบธุรกิจ
ทั้งสองระบบนี้แยกกันไม่ออกเพราะเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนแต่ว่าทั้งระบบธุรกิจจะเน้นในเรื่องของผลประโยชน์เป็นส่วนใหญ่และการอยู่รอดขององค์กรนั้นเช่นให้เรื่องของไข่แพงจะเป็นการดูแลเอาใจใส่ของท่านนายกรัฐมนตรีในการที่จะกู้วิกฤติไข่ที่ตอนนี้เป็นสาเหตุมาจากอากาศที่ร้อนจนแม่ไก่ไม่สามารถออกไข่ได้ตามที่เคยมาและการแก้ไขตลาดเพื่อผู้บริโภคที่จะไม่เดือนร้อนจะเห็นได้ว่า เป็นการทำให้เกิดความสมดุลยในการบริโภคและเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยทั้งรวมถึงมาตรการเบื้องต้นที่ทางกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการอยู่ เช่น โครงการธงฟ้าและการขอความร่วมมือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบรรจุไข่เพื่อลดต้นทุน ทั้งนี้ ครม.จะออกมาตรการเพิ่มเติมชึ่งเป็นการไม่หวัดงผลกำไรและเป็นการแก้ไขให้ในยามวิกฤติด้วยชึ่งระบบราชการนั้นเป็นไปในทางที่บรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน ชึ่งถือว่าเป็นเรื่องหลักของรัฐบาลที่จะต้องเข้ามาแก้ไขดูแลอย่างรีบด่วนชึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนโดยรวมส่วนในเรื่องของเชเว่นนั้นก็จะเห็นได้ว่า เน้นให้เรื่องของผลประโยชน์และธุรกิจเป็นหลักเพราะว่าต้องการให้ประชาชนนั้นมีความสะดวกสบายในการเลือกสินค้าออนไลนโดยมีการเปิดเวปไซค์ขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกสั่งชื้อสินค้าได้ตามที่ต้องการโดยไม่คิดค่าบริการและมีการโดยขั้นตอนการสั่งซื้อจะคล้าย ๆ กับแค็ตตาล็อกเซลที่ให้ลูกค้ารับสินค้าได้ที่เซเว่นฯทุกสาขาภายใน 3 วัน หลังชำระค่าสินค้าที่หน้าร้านโดยตรง หรือบัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร ตู้ ATM ฯลฯ
สรุป
ความเหมือนและ ความแตกต่าง ของการบริหารราชการ และการบริหารธุรกิจ
ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ว่า ระบบราชการไทย เป็นเรื่องของความมั่นคงและ การสานต่อที่มีมาอย่างยาวนาน ถึงแม้ว่า บางกลุ่มจะมองว่าเป็นเรื่องของการทำงานที่ล่าช้า และไม่ทันสมัยแต่ในยุคปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ระบบราชการนั้นได้มีการปรับปรุงและพัฒนาใดด้านการบริหารและการบริการ ตลอดจนระบบต่างๆ ในการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนใจปันจุบัน ซึ่งต้องยอมรับว่า อาจจะมีจุดบกพร่องบ้างในบางส่วนแต่ ในบางส่วนนั้นระบบราชการก็สามารถที่จะทำได้เป็นอย่างดี และก็จะได้มีการพัฒนากันต่อไป ส่วนในด้านของธุรกิจนั้นเป็นเรื่องของการลงทุนที่มุ่งผลกำไร เป็นหลักสามารถที่จะสรรหาในเรื่องของความสะดวก สบาย และการบริการที่รวดเร็ว เพราะว่าต้องใช้เงินเป็นหลักในการบริการ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ก็เป็นเหตุให้การลงทุนนั้นอาจไม่ประสบผลสำเร็จได้ดังที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ เพราะ ว่า ต้องมีการกำหนดต้นทุนให้การใช้จ่ายที่สูง ซึ้งอาจจะสะดวกกับคนบางกลุ่มแต่ ไม่ทั่วไปสำหรับทุกคน ก็อาจะเป็นเหตุให้เกิดความไม่สมดุลกัน ไหนจะต้องแข่งขันกันเอง บางรายอาจจะล้มเหลวหรือต้องปิดตัวไป แต่ในขณะที่ทางราชการนั้นเป็นเรื่องของการบริการที่มุ่งเน้นความพอใจของประชาชนเป็นหลัก และไม่มุ่งเน้นหรือหวังผลกำไรมากจนเกินไป ถึงแม้ว่า ในปัจจุบันหรืออนาคต จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในด้าน บวกหรือลบก็ตาม ระบบราชการไทยสามารถที่จะดำเนินต่อไปได้ แต่ใน แต่ในเชิงของเอกชนแล้ว การบริหารธุรกิจอาจได้รับผลกระทบ หรือปิดตัวไปมากกว่า
