“ถ้าผมรู้ ผมคงไม่ทำผิดพลาดเช่นนี้”
แน่นอนว่าคงไม่มีใครเอ่ยประโยคนี้หลังจากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งๆที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพียงแค่ได้ “รู้” เท่านั้นเอง ...สิ่งที่เป็นเงื่อนไขของความผิดพลาดนั้นคือ “การได้รู้” หากรู้ก็คงไม่เกิดการเหตุการณ์ทำนองนี้เป็นครั้งที่สอง
ดังนั้น “บทเรียน”ที่ได้รับในครั้งนี้ ก็คือ ข้อมูล (Data) และข่าวสาร (Information)ที่ผ่านการปฏิบัติด้วยตัวเอง หรือไม่ก็ผ่านการสังเกต การเก็บข้อมูลของตนเอง บันทึกไว้ในสมองส่วนความจำและเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ ความรู้ที่ถูกเก็บไว้นั้น จึงจะถูกนำมาใช้จัดการกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า
ปัญหาก็อยู่ที่ว่า คนเรามักเก็บสิ่งที่รู้ไว้มิดชิดเกินกว่าจะนำมาถ่ายทอด หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น นับว่าเป็นการสูญเสีย “งบดุล” ทางชีวิตและสังคมอย่างมาก หากเราและคนรอบข้างจะผิดพลาดในสิ่งเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่ได้นำเอาความรู้ที่ตกผลึก หรือที่เรียกว่า “ความรู้ฝังลึก” (Tacit knowledge) ที่อยู่ในตัวตนนั้นมาใช้ประโยชน์
แล้วจะทำอย่างไรละ?? การที่จะนำความรู้ฝังลึกนั้นได้ถูกนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น เผื่อแผ่ผ่านประสบการณ์ของเรา หรือเจ้าของความรู้
ตรงนี้เองเป็นที่มาของ “การถอดบทเรียน"
จากที่มาของการถอดบทเรียนที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ และในทัศนะผมมองว่า “วิธีวิทยาการถอดบทเรียน” จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานของนักพัฒนา,คนทำงาน ปัญหาใหม่ๆ ก็ยิ่งจะซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ กระบวนการแก้ไขปัญหาที่เคยสำเร็จในอดีตกลับใช้ไม่ได้กับปัญหาลักษณะเดียวกันในเวลาที่ผ่านไป หลายครั้งเราได้เจอกับปรากฏการณ์แบบนี้ แต่เรากลับไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่นัก เรายินยอมที่จะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่ข้างหน้าแบบไม่ค่อยมั่นใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสักเท่าไหร่
“บทเรียน”ที่ได้จากการสรุป เรียบเรียงย่อมเป็นข้อมูลตั้งต้นที่ดีสำหรับการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล “การถอดบทเรียน” เป็นกระบวนการหนึ่งที่อยู่ภายใต้ “การจัดการความรู้” (Knowledge management )ดังนั้นความรู้ที่ถูกจัดการอย่างเป็นระบบสามารถนำไปใช้ได้ ก็หมายถึงเราก็ได้บทเรียนพร้อมใช้ไปด้วย ความรู้และบทเรียน คือสิ่งเดียวกัน เราทราบกันดีว่าความรู้มีสองชนิด ความรู้ภายนอก(Explicit knowledge)ที่เป็นความรู้หาได้จากตำรา ทฤษฏี งานเขียนที่เป็นลายลักษณ์อักษร เราสามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ พร้อมใช้ได้ในทันที การจัดการความรู้ประเภทนี้ไม่ค่อยท้าทายความสามารถเท่าไหร่ครับ แต่ความรู้ประเภทหลังที่ผมจะพูดถึงนี่สิครับ ท้าทายมาก สำหรับนักถอดบทเรียน นักจัดการความรู้ ความรู้ที่บอกว่าท้าทายนั่นก็คือคือ “ความรู้ฝังลึก” (Tacit knowledge) ครับ ...ยากมากสำหรับการดึงความรู้เหล่านี้ออกมา ดังนั้นนักถอดบทเรียนไม่ได้มีทักษะแกร่งศาสตร์แต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีศิลปะด้วย แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี??
ผมได้เรียบเรียงเรื่องราวของการถอดบทเรียนผ่านประสบการณ์ของผมที่เคยทำงานวิจัยในพื้นที่ รวมไปถึงบทบาทผู้เอื้ออำนวยกระบวนการ หรือ Facilitator ให้กับหน่วยงานองค์กร มีประสบการณ์ที่สั่งสมมาระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ผมพอที่จะเข้าใจ ศาสตร์และศิลปะของการถอดบทเรียนในระดับที่ได้ข้อมูลมาใช้งานต่อได้ ซึ่งผมก็คิดว่า วิธีวิทยาก็คงต้องปรับกระบวนท่ากันไปเรื่อยๆตามการเปลี่ยนบริบทของสังคมที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว นำมาเขียนเรียบเรียงสไตล์นอกกรอบ ให้อ่านกันง่ายๆ เรียนรู้ผ่านวิธีการที่ผมเคยใช้
อยากทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่า หนังสือที่ผมเขียนเล่มนี้ประกอบด้วยบทความที่ผมเขียนใน Blog และมีการรวบรวมเพื่อประโยชน์ในการคิดต่อเนื่อง หมายถึงเติมเต็มประสบการณ์ของผมจากประสบการณ์ที่ทุกท่านมีอยู่ บางครั้งการเรียงเนื้อหาอาจจะไม่ต่อเนื่อง แต่ด้วยประสบการณ์ของผู้อ่านที่ทำงานในพื้นที่ หรือทำงานที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถคิดในภาพรวมพร้อมๆกับผมได้
การทำงานโดยเฉพาะการถอดบทเรียน หัวใจสำคัญคือ “ตัวผู้ถอดบทเรียน” สำคัญมากครับ เพราะความพร้อม(ที่สมบูรณ์ของนักถอดบทเรียน) จะเป็นคุณสมบัติที่ดี แม้ว่าเราจะมีวิธีวิทยาดีขนาดไหน ตรงนั้นอาจไม่สำคัญเท่ากับตัวผู้ถอดบทเรียน
เรื่องราวการถอดบทเรียนในงานต่างๆของผมเลยกลายเป็นเรื่องราวคนทำอะไรนอกกรอบอยู่เสมอๆ แต่อยู่บนพื้นฐานของความสุข ผ่อนคลาย และความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายครับ ดังนั้นผลของบทเรียนที่ได้ ก็เป็นบทเรียนที่เกิดจากการร่วมมือร่วมใจของ ผู้ถอดบทเรียน และ กลุ่มเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม ผมขอให้กำลังใจคนทำงานทุกท่านครับ...การเป็นบุคคลที่สนใจเรียนรู้ตลอดเวลานั้น ทำให้เรามีความเป็นตัวของตัวเองที่มีเสน่ห์ เรียนรู้ทั้งตัวเอง และคนรอบข้างอย่างไม่หยุดนิ่ง ทำให้งานถอดบทเรียนของเรา รวมถึงการพัฒนาตัวเองประสบความสำเร็จไปด้วย

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้วางขายครับ แต่มีผู้ให้การสนับสนุนการจัดพิมพ์ ก็คือ Gotoknow.org ...ประโยชน์ที่เกิดขึ้นคงจะไม่มากหากหนังสือไม่ได้ถูกอ่านและนำไปใช้ประโยชน์ในการคิดต่อยอด หรือนำไปประยุกต์ใช้ตามเจตนารมณ์ของผู้เขียน
สามารถขอรับหนังสือเล่มจริงอยู่มีอยู่ที่ผมส่วนหนึ่ง หรือหากจะสะดวกในการดาวน์โหลด file สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์หนังสือในรูปแบบ pdf ได้เลยครับ
ถอดบทเรียน ( นอกกรอบ ) เรื่องเล่าวิธีวิทยาถอดบทเรียนจากประสบการณ์การทำงาน
คำแนะนำ คลิ้กขวาบนรูปหนังสือ เลือก Save Target As... เพื่อดาวน์โหลดไฟล์หนังสือในรูปแบบ pdf ซึ่งอ่านด้วย โปรแกรม Acrobat Reader
ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ครับ ได้รับการสนับสนุนหลักโดย สสส. ภายใต้ชุดโครงการ Digital KM
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ศาลายา,มหิดล
๑๑/๐๗/๕๓






ขออนุญาตโหลดไปอ่านตามคำแนะนำคุณจตุพรเรียบร้อยแล้ว
เจริญพร
สวัสดีค่ะ
การกลับมาของเจ้าของบันทึก สร้างความคมลึกในเนื้อหาสาระเหมือนเดิม
ทุกเรื่องราวที่จรดลงมาสร้างคุณค่ามากมายจริงๆครับ
หนังสือน่าสนใจมากครับ...(พอจะมีเล่มไหม๊ครับ)
เมื่อวานยังอธิบายคำนี้ให้น้องคนนึงเลยครับ "วิธีวิทยา"
เป็นกำลังใจให้ครับสำหรับคนสร้างฝัน
น้องเอก
หนังสือมีลายเซนต์น้องเอกด้วยเด้อเจ้า
ที่อยู่พี่ท้องฟ้า อัมพร หงษ์เจ็ด
โรงพยาบาลหนองม่วงไข่
อ.หนองม่วงไข่
จ.แพร่ 54170
หลังจากไปเมืองทองธานีที่เจอน้องเอกพี่มาปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถานค่ะ
หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นท่อนฟืนที่สุมให้ไฟลุกโชนในใจคนยิ่งขึ้นครับ
ขอบพระคุณพี่อาจารย์เอกมากครับ
จะนำมาอ่านระลึก ทบทวนบ่อยๆครับ
และจะไปพัฒนาตัวเอง และ ช่วยเหลือผู้อื่นครับ
ขอบพระคุณอีกครั้งด้วยใจจริงครับ...
สวัสดีครับ กัลยาณมิตรทุกท่าน :)
-------------------------------------------------------------------
ต้องขอบคุณมากๆครับ ที่ Facebook ผมได้กระจายหนังสือเล่มนี้ไปมากพอสมควรครับ กว่า ๖๐ เล่ม เพื่อประโยชน์การต่อยอด รวมถึงการสร้างสรรค์สังคม จากการนำเอามุมบางมุมไปใช้ในงาน
อย่างที่ผมบอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดของวิธีวิทยาใดๆก็ตาม คือ เสน่ห์ของความเข้าใจมนุษย์ ของผู้ถอดบทเรียน ครับ
หากเราเข้าใจตนเอง เราเรียนรู้ตัวเองถึงความพึงพอใจ(พื้นฐาน) คนอื่นๆก็ต้องการสัมผัสในสุนทรียะที่เราต้องการด้วยเช่นกัน การเข้าใจตนเอง ตลอดจนการเข้าใจในความเป็นผู้อื่น จึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญครับผม
ด้วยงาน เเละผู้คนที่ผมเจอะเจอเป็นเครื่องมือหนึ่งที่กล่อมเกลาผมได้มาก พัฒนาการทางความรู้ ผลึกปัญญาที่เกิดขึ้นตามระยะทางที่เดินไป เรามีเวลาสำหรับการเรียนรู้เสมอครับ
ขอบคุณมากครับผม
เอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
หาดใหญ่,๑๒/๐๗/๕๓
นมัสการครับ ท่านมหาเเลครับ
หากท่านมีข้อคิดเห็นใดในการต่อยอด เเนะนำผม
ด้วยความยินดีครับพระคุณท่าน
:)
พี่ครูคิม
ด้วยความยินดีครับ ที่ทราบว่าพี่ได้รับสิ่งของที่ส่งไปทางพัสดุไปรษณีย์แล้ว
หนังสือ เนื้อหาสาระ เอาไว้เเลกเปลี่ยนในโอกาสที่เจอกันครับ
ผมมีงานแลกเปลี่ยนกับครูที่ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ช่วงปลายเดือน
หากมีโอกาสเราไปร่วมเรียนรู้กันได้นะครับ
จตุพร
ขอบคุณครับน้องฟูอ้าจ...ผมเตรียมมาให้น้องด้วยครับ อาจเจอกันที่ ซีเอสปัตตานีนะครับ จะเเจ้งวันเวลาอีกที
สำหรับ >>> พี่ท้องฟ้า เเละ พี่ถนัด (พ่อน้องซอมพอ) เดี๋ยวผมกลับ กทม. จะส่งเล่มจริงไปให้ถึงที่ทำงานเลยครับ
ขอบพระคุณมากครับ...
ขอบคุณครับ น้องพรพล มีโอกาสคงได้นั่งเสวนากันนะครับ
มีโอกาสเเวะไปที่ มหิดลได้เลย...
พี่ถนัดครับ
ผมรบกวนส่งที่อยู่มาให้ผมทางอีเมลด้วยครับ
ที่ ม.มหาสารคาม ก็มีนักวิจัยบางกลุ่มยืมหนังสือเล่มนี้ไปศึกษาและใช้เป็นเครื่องมือในการลงพื้นที่
ผมชื่นชม และเป็นกำลังใจให้..นะครับ
น้องจักรกฤษณ์
ผมจะจัดการให้ตามที่ต้องการนะครับ เเต่ไม่เเน่ว่าไม่กี่วันจะผ่านไปทางพิษณุโลก อาจฝากหนังสือให้ครับ
คุณพนัส...
ผมต้องส่งไปให้อีกสิครับ ผมลืมไป มาภารกิจที่ใต้ต่อเนื่อง
กลับ กทม.จะจัดการให้โดยเร็วนะครับ
วันนี้ส่งหนังสือให้
ขอบคุณค่ะ ขอนำไปใช้ด้วยตวามขอบคุณ
สวัสดีน้องเอก
พี่อยู่น่าน และอยู่ในเครือข่ายคุณถนัด (พ่อน้องซอมพอ)พี่โหลดไว้แล้ว แต่อยากได้เล่มจริง พร้อมลายเซ็นนะคะ
ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ดีดี พี่จะนำไปใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดนะคะ ขอบคุณล่วงหน้า
พี่อุลี ศักดิ์สุวรรณ โรงพยาบาลน่าน อ.เมือง จ.น่าน 55000
พี่อุลีครับ
ตอนนี้มีงานที่ต่างจังหวัดครับ หากกลับไป กทม. จะจัดการส่งให้โดยทันทีครับ
ขอบคุณครับ