ได้อะไรจากการอ่านเรื่องแผนการลงทุน ไอซีทีซัพพลายเชนและโครงการในพระราชดำริ

     แผนการลงทุน นโยบายและความเสี่ยงของแผนลงทุนสำหรับสมาชิก

นโยบายการลงทุน” หมายถึง ข้อกำหนดของประเภทและสัดส่วน (หรือน้ำหนัก)   ของการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินต่างๆ  ซึ่งในทางหลักวิชาการด้านการลงทุนพบว่า   การจัดสัดส่วนของการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์ สินประเภทต่างๆ อย่างเหมาะ สมจะเป็นตัวแปรสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของการลงทุน  ซึ่งได้แก่ผลตอบแทนที่คาดหวังและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน     ในระยะเริ่มต้น  กบข.  จะจัดให้มีแผนการลงทุน      ตามประกาศคณะ กรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์  และวิธีการจัดให้มีแผนการลงทุน   การเลือกแผนการลงทุน การให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเลือกแผนการลงทุนแก่สมาชิก และ  การเปลี่ยนแปลงแผนการลงทุน พ.ศ. 2553 จำนวน 4 แผน โดยแต่ละแผนการลงทุนจะมีนโยบายการลงทุนโดยสรุปดังต่อไปนี้

“แผนหลัก”

เป็นแผนการลงทุนที่มีการลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง      ออกตามความในมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ     พ.ศ. 2539   โดยเป้าหมาย  ของแผนหลัก คือ   การลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อในระยะยาวภายใต้กรอบความเสี่ยง ที่พอเหมาะ 

"แผนผสมหุ้นทวี"       

เป็นแผนการลงทุนที่มีการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ    เช่นเดียวกับแผนหลัก แต่มีการลงทุน  ในหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนมากกว่าแผนหลัก โดยเป้าหมายของแผนผสมหุ้นทวี คือ การเพิ่มโอกาสหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น จากการลงทุนในตราสารทุนเพิ่ม   เพื่อสร้างโอกาสที่จะมีเงินใช้มากขึ้น ในยามเกษียณ ซึ่งแน่นอนต้องยอมรับความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดเนื่องจากการลงทุน ในตราสารทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย

"แผนตราสารหนี้"

เป็นแผนการลงทุนที่มีการลงทุนเฉพาะในหลักทรัพย์อันเป็นหรือเกี่ยวข้องกับเงินฝาก  ตราสาร แสดงสิทธิในหนี้ รวมทั้งธุรกรรมทางการเงินอื่นที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ดังกล่าว โดยเป้าหมาย ของแผนตราสารหนี้ คือ การได้รับผลตอบแทนในระยะยาวที่ค่อนข้างสม่ำเสมอสูงกว่าเงินฝาก และให้อัตราผลตอบแทนคาดหวังที่สูงกว่าแผนตลาดเงิน อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ผลตอบแทน ในระยะสั้นจะติดลบตามราคาตลาดก็ยังมีอยู่ แต่น้อยกว่าแผนหลักและแผนผสมหุ้นทวี 

"แผนตลาดเงิน"

เป็นแผนการลงทุนที่มีการลงทุนเฉพาะในหลักทรัพย์อันเป็นหรือเกี่ยวข้องกับเงินฝาก ตราสารแสดง สิทธิในหนี้ รวมทั้งธุรกรรมทางการเงินอื่นที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ดังกล่าวที่จะครบกำหนดชำระคืน ภายในไม่เกินหนึ่งปีนับจากวันที่ลงทุน โดยเป้าหมายของแผนตลาดเงิน คือ   การลงทุนที่ให้ความ สำคัญต่อความปลอดภัยของเงินต้นเป็นหลัก  และเน้นผลตอบแทนเป็นเรื่องรอง  ทำให้อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังจากแผนตลาดเงินนี้ค่อนข้างต่ำ   เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเงินต้น

สัดส่วนการลงทุนที่กำหนดในแผนการลงทุนดังกล่าวเป็นสัดส่วนการลงทุนตามเป้าหมาย    และในแต่ละวันทำการ สัดส่วน การลงทุนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะตลาด  โดยอาจเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายการลงทุนได้ภายในกรอบส่วนเบี่ยงเบน ที่คณะกรรมการ กบข. กำหนดเมื่อสัดส่วนการลงทุนของแผนการลงทุนใดสูงหรือต่ำกว่ากรอบส่วนเบี่ยงเบน   กบข.จะดำเนินการให้สัดส่วนการลงทุน เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด     หรืออยู่ภายในกรอบส่วนเบี่ยงเบนโดยไม่ชักช้า โดยคำนึงถึงประโยชน์ของสมาชิกหรือสภาวะการลงทุน เป็นสำคัญกรณีที่เป็นการจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ของสมาชิกหรือกองทุน     หรือเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นแก่สมาชิกหรือกองทุน ให้กองทุนสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนเกินไปกว่าส่วนเบี่ยงเบน   ที่คณะกรรมการกำหนดไว้ได้  แต่ให้กองทุนปรับสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ภายในส่วนเบี่ยงเบนที่กำหนดโดยเร็ว   เมื่อความจำเป็นดังกล่าวสิ้นสุดลง   ทั้งนี้ ให้กองทุนรายงานการดำเนินการ ดังกล่าวให้คณะกรรมการทราบโดยมิชักช้า

ความเสี่ยงของแผนลงทุนสำหรับสมาชิก

โดยทั่วไปการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงหลายๆ อย่างประกอบกัน  เช่น ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร (Business Risk) ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออก ตราสาร (Credit Risk)   ความเสี่ยงของอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของตราสาร (Liquidity Risk)   ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน(Exchange Rate Risk)และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสาร(Market Risk) เป็นต้น (รายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงของการลงทุน และการบริหารจัดการได้สรุปแนบไว้ตอนท้ายนี้)                            ในการบริหารจัดการเงินลงทุนอย่างมืออาชีพ  ความเสี่ยงทุกประเภทเป็นหน้าที่ของผู้จัดการกองทุน   ในการบริหารจัดการเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในกรณีของความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตลาด โดยเฉพาะในระยะสั้นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาหรือหลีกเลี่ยงได้อย่างแม่นยำ   ในการลงทุนจึงต้องบริหารจัดการด้วยการกระจายการลงทุนและการจัดสัดส่วนการลงทุนของตราสารหรือสินทรัพย์ประเภทต่างๆ    ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน ซึ่งก็คือที่มาของการจัดแผนการลงทุน   ให้สมาชิกมีสิทธิเลือกได้ตามความเหมาะสม หรือความต้องการของสมาชิกนั่นเอง

 

แหล่งที่มา :  www.gpf.or.th

                                      --------------------------------------

จะเห็นได้ว่าแผนการลงทุนที่กบข.จัดให้แก่สมาชิกเลือก แต่ละแผนจะมีผลตอบแทนที่คาดหวังและระดับความเสี่ยง (ความผันผวนของผลตอบแทน) ที่แตกต่างกัน  แต่ละแผนการลงทุนจะมีความเสี่ยงในระดับเสี่ยงมากและเสี่ยงน้อยต่างกัน ดังนั้นสมาชิกจึงสามารถพิจารณานโยบายของแผนการลงทุนแต่ละแผนอย่างถี่ถ้วน    ก่อนเลือกหรือเปลี่ยนแผนการลงทุน เพื่อให้เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด

 

                                 **********************************

ไอซีทีศึกษาซัพพลายเชนก่อนวางนโยบายเสนอรัฐ

นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร   กล่าวภายหลังเป็นประธานการสัมมนาซัพพลายเชน (Supply Chain) และโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรม ICTว่า ขณะนี้   เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้มีบทบาทอย่างยิ่ง     ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทุกด้าน     ทำให้หลายประเทศต่างให้ความ สำคัญการใช้อุตสาหกรรมไอซีที  มาเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ     เพื่อแข่งขันกับนานาประเทศทั่วโลก

รองปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวต่อว่า ในแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  (ฉบับที่ 2)   ของประเทศไทย ปี 2553-2556 จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่ 5   ของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไว้ คือ การยก ระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไอซีที      เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าประเทศ โดยจะมุ่งพัฒนาขีดความสามารถแข่งขันของผู้ประกอบการไอซีทีไทย   โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างงานวิจัย พัฒนา    และนวัตกรรมภายในประเทศจากหน่วยงานภาครัฐ  ภาคการศึกษา  และภาคเอกชน   รวมทั้ง ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี  ที่เกิดจากงานวิจัยสู่ผู้ประกอบการ    และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิตอลคอนเทนต์
นายธานีรัตน์ กล่าวอีกว่า จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว  สำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงได้ร่วมกับคณะวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)   ทำการศึกษาวิจัย  โครงการส่งเสริมบทบาทของอุตสาหกรรมไอซีทีเพื่อการสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ระยะที่ 2     และจัดทำร่างแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย ปี 2553-2556

รองปลัดกระทรวงไอซีที  กล่าวด้วยว่า   โครงการศึกษาวิจัยดังกล่าว    มีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโครงสร้างความเชื่อมโยง และองค์ประกอบของ Supply Chain  ของอุตสาหกรรมไอ ซีทีในประเทศไทย   ตลอดจนโอกาสทางธุรกิจและอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ด้วย  ขณะนี้ คณะวิจัยได้ทำการวิจัยและจัดทำร่างรายงานการศึกษาซัพพลายเชน  ของอุตสาหกรรมไอซีทีในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว   กระทรวงไอซีที และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย จึงได้ร่วมกันจัดการสัมมนาขึ้น เพื่อนำเสนอผลการศึกษา  พร้อมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาต่อร่างรายงานดังกล่าว

 

แหล่งที่มา  :  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  ฉบับวันที่  8  กรกฎาคม  53

                               ------------------------

ผู้เข้าสัมมนาซึ่งได้แก่หน่วยงานภาครัฐ สมาคม และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตและบริการด้านไอซีทีได้รับทราบถึงโครงสร้างและองค์ประกอบซัพพลายเชน     ของอุตสาหกรรมไอซีทีภายในประเทศไทย  โอกาสทางการ ตลาดและอุปสรรคของอุตสาหกรรมไอซีทีในประเทศไทย  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิตัลคอนเทนต์  เพื่อเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ  ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีของประเทศไทย

                             *******************

มก.ระดมนักวิจัยหาแนวทางใช้ที่ดินรับน้ำนองเพื่อบรรเทาอุทกภัยสนอง 

     โครงการในพระราชดำริ “แก้มลิงพื้นที่บางบาล(1)”

นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ     เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง    "การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่รับน้ำนองเพื่อการบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามแนวพระราชดำริ"  โดยมี รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้บริหาร คณาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์    และนักวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ร่วมกันระดับความคิดในโครงการวิจัยนำร่องการบริหารจัดการ และพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ละพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามตามพระราชดำริ แก้มลิงพื้นที่บางบาล (1) และแนวทางการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยขนาดกลาง และขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำโครงการเจ้าพระยาใหญ่    
          จากการศึกษาวิเคราะห์แผนการบริหารจัดการน้ำท่วมในโครงการจัดทำกรอบ และประสานการบริหารจัดการ และพัฒนาทรัพยากรน้ำ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา   โดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์    และโครงการหาความ สัมพันธ์ของระดับน้ำและปริมาณน้ำปากแม่น้ำเจ้าพระยา  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ   ชี้ให้เห็นว่า   หากยังคงมีการพัฒนาพื้นที่พักอาศัย   อุตสาหกรรม  พาณิชย์กรรมในพื้นที่เกษตรกร   และชนบทบริเวณพื้นที่จังหวัดนนทบุรี  และปทุมธานีฝั่งตะวันตก พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และลพบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ และเคยเป็นพื้นที่น้ำท่วมถึง    (Floodplain / แก้มลิงธรรมชาติ)     และพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยของพื้นที่   ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยขาดมาตรการแนะแนว   ติดตาม    และควบคุมการพัฒนาใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างจริงจัง    ถ้าเกิดเหตุการณ์อุทกภัยขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เช่นเมื่อปี พ.ศ. 2538, 2545 และ 2549   อีกครั้งในอนาคต   จะไม่สามารถกระจายยอดน้ำหลากเข้าไปเก็บกักชั่วคราวในพื้นที่เกษตรกรรมและชนบท  (แก้มลิงธรรมชาติ)   ของทุ่งฝั่งตะวันตก และทุ่งฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง  ได้อย่างมีประสิทธิผล  และประสิทธิภาพ   ในช่วงเวลาจำกัด  ทำให้น้ำหลากไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำตอนล่าง   อย่างรวดเร็ว    และจะไหลล้นคันป้องกันน้ำท่วม    ของระบบพื้นที่ปิดล้อมชุมชนปัจจุบันของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน คาดว่าจะประมาณ 50,000 ล้านบาท  ทั้งนี้จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันศึกษาหาแนวทางการป้องกัน และช่วยกัน เสนอแนะยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แบบบูรณาการ และยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งระบบ    โดยใช้โครงการต่าง ๆ   ทั้งที่เป็นมาตรการใช้สิ่งก่อสร้างและมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างประกอบกัน    ซึ่งหนึ่งในมาตรการ    ใช้สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ    ที่จะต้องดำเนินการ   ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างคือ  การปรับปรุง  พื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ ในพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่น้ำท่วมถึงของฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก   ของแม่น้ำเจ้าพระยา    ให้สามารถบริหารจัดการยอดน้ำหลาก     ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่    ไปเก็บชั่วคราวในพื้นที่ดังกล่าว    ได้อย่างมีประสิทธิภาพ      สำหรับการบริหารจัดการอุทกภัยตามธรรมชาติ    ส่วนมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง   ที่จะต้องดำเนินการเกี่ยวเนื่องคือ   การปรับแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน   ให้สามารถใช้เป็นทั้งแหล่งรองรับการเก็บยอดน้ำหลาก   ขนาดกลางจนถึง ขนาดใหญ่  โดยเกิดความเสียหายน้อยที่สุด   และขณะเดียวกัน ก็เป็นการเพิ่มมูลค่า  การใช้ประโยชน์ที่ดิน  และการเสริมสร้างมาตรฐานการดำรงชีวิต     ของคนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

แหล่งที่มา : www.ku.ac.th/e-magazine/

                                        --------------------------------------

นอกจากการเตรียมการโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือศึกษาหาแนวทางป้องกันและเสนอยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบบูรณาการและยั่งยืนแล้ว   ยังดำเนินการปรับปรุงการใช้พื้นที่เกษตรกรรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้พัฒนาและใช้ประโยชน์ที่ดินได้มากที่สุด  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นดังกล่าว

                                           ***************************