ภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหาร

ภาวะความเป็นผู้นำของผู้บริหารการศึกษาต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษา: กรณีศึกษาสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จังหวัดสงขลา

สถาบันอุดมศึกษาเป็นหน่วยงานที่มีการมุ่งเน้นเพื่อส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง โดยมีภารกิจทั้งด้านการสอน การทำวิจัย ให้บริการวิชาการแก่สังคม การถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ จึงมีหลักการบริหารจัดการต่อบุคคลที่ปฏิบัติงาน คือ การมุ่งรักษาคนดี ส่งเสริมคนเก่ง และการพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากรในมหาวิทยาลัยให้มากที่สุด ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้มหาวิทยาลัยก้าวไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ คือ การมีระบบบริหารงานที่ดีมีประสิทธิภาพ อาจารย์เป็นนักวิชาการที่มีศักยภาพและความสามารถสูง ผู้บริหารเปรียบเสมือนเสาหลักที่สำคัญยิ่งต่อหน่วยงาน ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และต่อผลงานอันเป็นส่วนรวม คุณภาพและบทบาทของผู้บริหารมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับคุณภาพของสถานศึกษา รวมทั้งมีผลสะท้อนต่อผลงานและวิธีปฏิบัติงานของสถานศึกษาแต่ละแห่งอย่างมาก  สมรรถภาพของผู้บริหาร เป็นดัชนีบ่งความสำเร็จของการบริหาร

การบริหารการศึกษาก็เช่นเดียวกับการบริหารประเภทอื่น คือ ต้องมีการหาแนวทางเทคนิคหรือวิธีการที่ผู้บริหารใช้ในการปฏิบัติภารกิจให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายขององค์กรที่วางไว้ภาวะผู้นำเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้การบริหารจัดการต่างๆในองค์การสำเร็จลุล่วงไปได้ ดังนั้น ประสิทธิผลของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ดีย่อมมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับภาวะผู้นำของผู้บริหารการศึกษา

      แนวคิดเชิงทฤษฎี

                1 ประสิทธิผลของกระบวนการบริหารการศึกษา

กระบวนการบริหารการศึกษาตามแนวคิดของฟาโย (Henri Fayol, 1916) ได้แบ่งหน้าที่และขั้นตอนของการบริหารเป็น 6 ขั้นตอน คือ การวางแผน (Planning) การจัดองค์การ (Organizing) การบังคับบัญชา(Commanding) การประสานงาน (Communicating) และการควบคุม (Controlling)  แนวคิดของกูลิค และเออร์วิค (Gulick and Urwick, 1937)  ที่ได้กล่าวถึงกระบวนการบริหารจัดการที่เรียกว่า คือ POSDCORB(E) Model ซึ่งประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 7 ประการด้วยกันคือ การวางแผน (Planning) การจัดองค์การ (Organizing) การจัดคนเข้าทำงานหรือการกำหนดบทบาทหน้าที่ (Staffing)   การวินิจฉัยสั่งการบังคับบัญชา (Directing) การประสานงาน (Coordinating) การรายงาน (Reporting)  การจัดสรรงบประมาณ (Budgeting)  และในการนำ Model ไปใช้มักจะรวมเรื่องของการประเมินผล (Evaluating)เข้าไปด้วย

2. แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำของผู้บริหารการศึกษา

ภาวะผู้นำ เป็นกิจกรรมที่มีอิทธิพลของบุคคลต่อผู้อื่นในการได้รับความร่วมมือให้ทำงานหรือกิจกรรมต่างๆด้วยความเต็มใจเพื่อบรรลุเป้าหมายซึ่งปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพนั้น Gardner (1990) ได้เสนอว่าคุณลักษณะของผู้นำควรประกอบไปด้วยการมีสุขภาพทางร่างกายที่สมบูรณ์ มีความเฉลียวฉลาด มีความสามารถในการตัดสินใจในบทบาทของตน มีความเชื่อมั่นในตนเอง ปรับตัวได้ มีความยืดหยุ่นตามสมควร มีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงาน มีสมรรถภาพในการทำงาน เข้าใจผู้ร่วมงาน และความต้องการของผู้ร่วมงาน มีทักษะในการสื่อสาร มนุษย์สัมพันธ์ การจูงใจ และมีความต้องการความสำเร็จในงานในการประเมินประสิทธิผลของผู้นำมีองค์ประกอบภายใต้แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องหลายแนวคิดด้วยกัน

แนวคิดทฤษฎีเชิงคุณลักษณะ (Traits Theory) ได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้นำที่มีประสิทธิภาพไว้ เช่น Trewatha  (1982) ได้แบ่งคุณลักษณะของผู้นำไว้ 4 ประการคือ 1) คุณลักษณะทางกาย (Physical Traits) ได้แก่ ความสูง น้ำหนัก รูปร่างหน้าตา ความมีพลัง ความทนทานของร่างกาย 2) คุณลักษณะทางสังคม (Social Traits) ได้แก่ ความเห็นอกเห็นใจ ความแนบเนียน ความน่าเชื่อถือ ความมีฐานะ ความสามารถที่จะร่วมงาน 3) คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ (Personality Traits) และ 4) คุณลักษณะส่วนบุคคล (Personal Traits)

แนวคิดทฤษฎีเชิงพฤติกรรม (Behavior Theory) ได้มีผู้ทำการศึกษาและเน้นเกี่ยวกับแบบของความเป็นผู้นำไว้ โดยการศึกษาของมหาวิทยาลัยไอโอวา พบว่า แบบของความเป็นผู้นำที่ผู้นำใช้ในการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆมี 3 แบบด้วยกันคือ แบบอัตตาธิปไตย แบบประชาธิปไตย และแบบเสรีนิยม ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะชอบผู้นำแบบประชาธิปไตยมากที่สุด

                ประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษามีความสัมพันธ์กับคุณลักษณะทางกายและสังคม คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ คุณลักษณะทางทักษะ และพฤติกรรมความเป็นผู้นำว่า ผู้บริหารที่มีพฤติกรรมเป็นผู้นำแบบเน้นการกำกับดูแลมากจะมีประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษามากกว่าผู้บริหารที่เน้นการกำกับดูแลน้อย ส่วนผู้บริหารที่มีพฤติกรรมเป็นผู้นำแบบเน้นความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานน้อยจะมีประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษามากกว่าผู้บริหารที่เน้นความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานมาก  และผู้บริหารที่มีพฤติกรรมเป็นผู้นำแบบเน้นการมีส่วนร่วมมากจะมีประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษามากกว่าผู้บริหารที่เน้นการมีส่วนร่วมน้อย

                ส่วนปัจจัยที่มีผลทางตรงและทางอ้อมต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษาของผู้บริหารการศึกษา คือ คุณลักษณะทางทักษะ โดยผลทางตรงมีสัมประสิทธิ์เท่ากับ .192 และผลทางอ้อมมีสัมประสิทธิ์เท่ากับ .737 ซึ่งผลทางอ้อมของคุณลักษณะทางทักษะต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษาผ่าน 3 เส้นทาง คือ 1) ผ่านพฤติกรรมผู้นำแบบเน้นการกำกับดูแล 2) ผ่านพฤติกรรมผู้นำแบบเน้นความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน และ 3) ผ่านพฤติกรรมผู้นำแบบเน้นการมีส่วนร่วม

                สำหรับปัจจัยที่มีผลทางอ้อมต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษาของผู้บริหารการศึกษา คือ คุณลักษณะทางกายและสังคม และคุณลักษณะทางบุคลิกภาพ

                จากผลการศึกษาจึงสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีเชิงคุณลักษณะ (Trait Theory) ที่กล่าวถึงคุณลักษณะของผู้นำที่ส่งผลต่อประสิทธิผลหรือความสำเร็จของงานว่าควรประกอบไปด้วย คุณลักษณะทางด้านทักษะ คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ และคุณลักษณะทางกายและสังคมที่เหมาะสม และสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีเชิงพฤติกรรม (Behavior Theory) แต่ก็พบว่า พฤติกรรมของภาวะผู้นำมีเพียง 3 แบบ คือ แบบเน้นการมีส่วนร่วม แบบเน้นความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน และแบบเน้นการกำกับดูแล ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาล้วนเป็นผู้มีความรู้ และมีความคิดในเชิงพัฒนาอยู่แล้ว ทำให้ผู้บริหารไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้แบบการบริหารงานที่เน้นอำนาจ บารมี หรือแบบนักพัฒนาก็สามารถที่บริหารจัดการคน งาน หรือการบริหารทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  สรุปจากการวิจัยเรื่องภาวะความเป็นผู้นำของผู้บริหารการศึกษาต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหาการศึกษา: กรณีศึกษาสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จังหวัดสงขลา  ของเพ็ญศรี  พิทักษ์ธรรม มัชฌิมาภิโร     คณะบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตภาคใต้