เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๘ ตอนค่ำๆ ดิฉันได้พบกับ พญ.อารยา ทองผิว จึงเล่าให้ท่านฟังว่าได้นำเรื่องเล่าเกี่ยวกับค่ายเบาหวานของโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลมาเผยแพร่ใน blog แล้ว ดิฉันสอบถามรายละเอียดจากท่านเพิ่มเติม จึงได้ทราบว่าจริงๆ แล้วค่ายเบาหวานนี้จัดมา ๔ ครั้งแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ (เมื่อวานลงข้อมูลว่าจัดมาแล้ว ๓ ครั้ง ขอแก้ไขด้วยนะคะ)

พญ.อารยา ทองผิว ได้กรุณาเขียนเรื่องเล่าลงในกระดาษที่หาได้ ณ ขณะนั้นทันที ท่านเล่าแบบที่ทำให้เรานึกภาพออกและรู้สึกสนุกไปด้วย (ดูภาพแห่งความสนุกที่ท้ายบทความ) ท่านอยู่ในเหตุการณ์ตลอดและมีความจำที่ดีมาก เราได้รู้พัฒนาการของค่ายในแต่ละปีจนถึงปัจจุบัน ท่านบอกว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุมาก จึงต้องจัดในสถานที่ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก

วัลลา ตันตโยทัย ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๘

"ทำอย่างไรให้ค่าย (เบาหวาน) สนุก"

ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ค่ายเบาหวานของโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลถือกำเนิดขึ้น โดยรวบรวมจากสมาชิกชมรมเบาหวานของโรงพยาบาล ความมุ่งหมายของค่ายคือ ให้สมาชิกชมรมกับทีมผู้ให้การรักษา ประกอบด้วยแพทย์ เภสัชกร นักกำหนดอาหาร นักกายภาพบำบัด และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ได้มีความสนิทสนมคุ้นเคยกัน
การจัดครั้งแรก ผู้ป่วยของโรงพยาบาลมีคนรู้จักเป็นเจ้าของโรงแรมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงช่วยติดต่อเรื่องการใช้สถานที่และการนำเที่ยวทางเรือให้ ทั้งสมาชิกและทีมงานต่างตื่นเต้นมาก ในวันนัดหมายได้พากันไปตั้งแต่เช้ามืด ครั้งแรกมีผู้เข้าค่ายเบาหวาน จำนวน 90 ท่าน และทีมงานอีก 40 ท่าน (รวมวิทยากรด้วย)
กิจกรรม
               วันที่หนึ่ง  เน้นการให้ความรู้ และทดสอบความรู้
               วันที่สอง  เป็นการสอนวิธีการปฏิบัติตัวอย่างง่ายๆ มีการละลายพฤติกรรมเป็นระยะ จึงได้ทั้งความรู้และความสนุก ผ่อนคลาย ไม่กังวล มีการแบ่งผู้เข้าค่ายเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ตอนกลางคืนมีงานสังสรรค์ แต่ละกลุ่มช่วยกันแสดงสดๆ มีการประกวดการแสดง และขวัญใจของงานทั้งฝ่ายชายและหญิง ขวัญใจฝ่ายหญิงอายุ 84 ปีได้มีโอกาสไปส่งมอบมงกุฎและสายสะพายให้กับขวัญใจในปีต่อไปด้วย
               วันที่สาม ตอนเช้ามืดมีการเจาะเลือด ตามด้วยการออกกำลังกาย อาหารเช้า หลังจากนั้นจัดกิจกรรม Walk Rally แต่ละฐานจะมีคำถามเกี่ยวกับความรู้ที่ได้ไปตั้งแต่วันแรก เน้นการทำงานเป็นทีม ผู้ป่วยและญาติช่วยกันตอบคำถามได้ ผลของการทำกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรม Walk Rally ทั้งหมดนำมารวมกัน แล้วให้รางวัลเป็นทีม
ผลจากการเข้าค่าย
                ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้รับความรู้ และความคุ้นเคยกับทีมงาน บางคนบอกว่าสนุก และสบายกว่าไปทัวร์ เพราะทีมงานดูแลทุกอย่าง จะกระดิกตัวไปทางไหนก็มี Staff ติดตามไปอารักขา ที่จริงทีมงานเกรงว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วยมากกว่า
 ทางด้านเจ้าหน้าที่เหนื่อยมากๆ ต่างคนก็เพลียไปหมด แต่พอได้รับเสียงสะท้อนจากลูกค้า ทุกคนก็หายเหนื่อย และถามว่าจะจัดอีกเมื่อไร
การสนับสนุน
               ทางโรงพยาบาลช่วยส่งเจ้าหน้าที่ไปเต็มพิกัด เพื่อความปลอดภัย และมีฝ่ายอุตสาหกรรมยาช่วยสนับสนุนการเจาะเลือด และค่าใช้จ่ายสำหรับวิทยากร

ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ จากประสบการณ์ครั้งแรก ทีมงานได้รวบรวมข้อมูล นำข้อมูลที่ไม่ดีมาแก้ไข และเตรียมงานล่วงหน้า ครั้งนี้ทีมงานได้รับความช่วยเหลือจากประธานกิติมศักดิ์ คือ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิ์วัตน์  แนะนำสถานที่ไปลพบุรี ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นเมืองเก่า คือวังนารายณ์ราชนิเวศ และสถานที่ในลพบุรี ครั้งนี้การสอนได้เปลี่ยนหัวข้อจากปีก่อน เพราะสมาชิกจำนวนหนึ่งคือศิษย์เก่า ซึ่งลงชื่อไว้ตั้งแต่กลับจากค่ายครั้งที่แล้วนั่นเอง จำนวนผู้เข้าค่ายจึงมีมากขึ้น และมีผู้ที่สมัครมาจากโรงพยาบาลอื่นๆ และเพื่อนฝูงของสมาชิกชมรมของโรงพยาบาลเปาโล รวมทั้งญาติของเจ้าหน้าที่ก็ชวนกันมาเข้าค่ายดว้ย ครั้งนี้ที่พักดี ถูกใจผู้เข้าค่ายที่มีอายุ เพราะว่าไม่ต้องขึ้นลิฟต์ ที่พักเน้น Townhouse ชั้นเดียว แต่ละบ้านมีชื่อตามจังหวัดของประเทศไทย รวมแล้วมี 76 ห้อง เราพักเกือบหมด ขาดไปเพียง 3-4 ห้อง ครั้งนี้เจ้าหน้าที่เหนื่อยตามเคย และต้องพักรวมกันเกินจำนวนปกติ แต่เราก็มีความสุขที่ได้มาบริการผู้ป่วย
               การให้ความรู้เป็นแบบเล่นเกมโชว์ ให้แต่ละทีมมาแข่งขันกันเป็น Pretest เมื่อสอนแล้วทุกคนจะทราบว่าตนเองได้คะแนนเท่าไร
               รอบนี้เราจัดประกวดชุดไทย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะคะว่าบรรจงแต่งกายกันเต็มที่ จำไม่ได้ก็มีค่ะ
               วันรุ่งขึ้นเราจัด Walk Rally รอบหมู่บ้าน 76 จังหวัด บรรยากาศร่มรื่นดีมาก
               ก่อนจากกันเรารับประทานอาหารที่ร้าน "มัดหมี่" ซึ่งเป็นร้านที่เชลล์ชวนชิม เจ้าของร้านมีอัธยาศัยดี ทำให้ชาวค่ายอิ่มและมีของติดมือกลับบ้าน เช่นเคยหลายๆ คนลงชื่อไว้ว่า ปีต่อไปจะมาเข้าค่ายอีก

ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เราเปลี่ยนจากแม่น้ำ ภูเขา ไปลงทะเลกัน คือไปชายหาดชะอำ เพชรบุรี คราวนี้โหดหน่อย กิจกรรมเลิกเย็น แล้วต่อด้วยงานสังสรรค์เลย หลายคนที่อยากลงทะเลบ่นอุบอิบ แต่เราได้ชดเชยโดยจัดเกมส์ที่ได้ออกแรง และฝึกสมองซีกซ้ายไว้ให้
               คราวนี้มีกิจกรรมลีลาศ เราฝึกวิทยากรเบาหวานให้เป็นคู่ลีลาศ ใช้จังหวะง่ายๆ อาจารย์ทางเราที่ไปช่วยเป็นวิทยากรวาดลวดลายไฟแลบเลยค่ะ ถ้าต้องการทราบว่าเป็นท่านใด โปรดถามอาจารย์วัลลาได้ค่ะ
               บางท่านร้องเพลงกล่อมลูกศิษย์ ซาบซึ้งไปเลย ส่วนลูกศิษย์ก็ไม่ยอมแพ้ ดวลเพลงกันจนดึก
               ในบรรดาเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วย เรามีอาสาสมัครจากอุตสาหกรรมยาติดตามไปช่วยให้ความสะดวกด้วยทุกครั้ง
               ส่วนการเจาะเลือดก่อนและหลังอาหาร เราเริ่มสอนให้ผู้ป่วยใช้ Self Monitoring โดยใช้เครื่องที่บริษัทให้ยืมมาใช้ชั่วคราว ผู้ป่วยบางคนก็ได้ซื้อเครื่องด้วยราคา Promotion ไปด้วย
               ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลงทะเล แต่สมาชิกได้ประกวดชุดชาวเล ชุดที่ชนะการประกวดสวยมากๆ ใครอยากทราบว่าสวยอย่างไร ลองจัดประกวดดู สมาชิกเขาจะนำของดีๆ มาโชว์เราเอง

ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ จากประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาแล้ว 3 ปี เราเตรียมงานได้ดีขึ้น สมาชิกมามากขึ้น จากความชำนาญเราก็แบ่งเจ้าหน้าที่ของเราเป็น 7 สี ตามวันในสัปดาห์ และมีอาจารย์แม่สี แต่งกายตามสีของท่านด้วย ของแจกเป็นหนังสือต่างๆ เราใช้ริบบิ้นสีนั้นๆ ด้วย ฉะนั้นพอชาวค่ายลงประจำที่ ทุกอย่างเรียบร้อย ณ จุดที่เริ่มงาน
               รอบนี้เน้นการทำ Self monitoring และการดูแลรักษา มีการสอนให้ชาวค่ายตรวจเท้ากันเอง ผลัดกันเจาะเลือดเอง
               ครั้งที่ผ่านมานี้เราไปเขาใหญ่ ซึ่งมีที่ฝึกมากมาย บรรยากาศเป็นแบบโคบาล เราจึงจัดประกวดราตรีโคบาล และจัดงานข้างกองฟาง เพลงที่ใช้ก็เป็นประเภท Country ชาวค่ายสนุกสนานมาก และร่วมมือทุกขั้นตอน เจ้าหน้าที่พลอยมีความสุขไปด้วย
               เคล็ดลับของการจัดค่ายให้สนุกคือ เจ้าหน้าที่ต้องผ่อนคลาย ให้ความเป็นกันเอง แต่ไม่ทิ้งหลักการในการดูแลให้สมาชิกร่วมตัดสินใจในการเลือกสถานที่ สังเกตสีหน้าและรับเสียงสะท้อน นำมาปรับปรุงต่อเนื่อง ค่ายของเราก็จะดีขึ้นทุกปี

เล่าโดย แพทย์หญิงอารยา ทองผิว โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล กรุงเทพมหานคร โทร ๐-๒๒๗๙-๗๐๐๐ ต่อ ๑๒๑๔