แต่ถ้า นศ.ได้เรียนรู้วิธีเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียน/ฝึกให้มีนิสัยหรือวัฒนธรรมเรียนรู้ติดตัวไป ก็จะสามารถเรียนรู้ติดตามความรู้ใหม่ ๆ ได้ตลอดชีวิต

         ผมไป "สอน" นักศึกษาปริญญาเอกของ ม.ทักษิณตามที่เล่าแล้วในบันทึกเรื่องวิธีเรียนรู้ของนักศึกษาปริญญาเอก (click)  เป็นการ "สอนแบบไม่สอน"  เมื่อวันที่ 4 ก.ค.49

         ความประทับใจก็คือนักศึกษา 12 คน  เขาทำการบ้านกันอย่างจริงจังมากกว่าที่ผมคิด   และเขาก็ส่งการบ้านมาแล้วด้วย  แต่ผมดูไม่ออกว่าเป็นการส่งการบ้านเพราะมีแผนผังอยู่แผ่นเดียว   ผมคาดหวังว่าการส่งการบ้านนั้น นศ.จะส่งเป็นรายงาน   ไม่ใช่รวมกันส่ง 1 แผ่นเป็นผลงานของ 12 คน

         เอาเป็นว่าผมชื่นใจที่ นศ. เขาเข้าใจว่า นศ.ปริญญาเอกต้องเรียนแบบ active learning คือเรียนเอง   เรียนกันเองหรือเรียนร่วมกันในกลุ่ม นศ.ด้วยกัน   ไม่ใช่มุ่งหวัง passive learning ให้อาจารย์มาสอนแบบป้อนความรู้   เพราะความรู้เหล่านั้นไม่ถึง 10 ปีก็ล้าสมัยแล้ว  แต่ถ้า นศ.ได้เรียนรู้วิธีเรียนรู้ด้วยตนเอง  เรียน/ฝึกให้มีนิสัยหรือวัฒนธรรมเรียนรู้ติดตัวไป   ก็จะสามารถเรียนรู้ติดตามความรู้ใหม่ ๆ ได้ตลอดชีวิต

         หัวข้อที่ผม "สอน" คือเรื่องวัฒนธรรมการเรียนรู้   ผมส่ง VCD การจัดการความรู้เครือข่ายเกษตรปลอดสารพิษ จ.พิจิตร  กับการจัดการความรู้ รพ.บ้านตากไปให้ นศ.ดูล่วงหน้า   แล้วร่วมกันตีความว่าเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้เพื่อดำรงอัตลักษณ์และปรับปรนการพัฒนาอย่างเท่าทันและสมสมัยอย่างไรบ้าง   แล้วมานำเสนอในชั่วโมงเรียนวันนี้

         นักศึกษาเขามี 12 คน  จึงแบ่งเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 2 คน  ตีความมากลุ่มละหัวข้อ   โดยใช้ผังความคิดเชิงระบบ (System Approach) คือมองเป็น Input, Process, Output/Outcome ของกระบวนการจัดการความรู้ใน 2 บริบท (พิจิตรและ รพ.บ้านตาก)

         นศ. เขานำเสนอทีละกลุ่มตามด้วยการอภิปราย  ซักถามและเสนอความเห็นเพิ่มเติมของเพื่อน นศ.ด้วยกัน   ผมทำหน้าที่ "คุณอำนวย" ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้

         ในตอนท้ายเราทำ AAR กัน  ดู นศ.เขาพอใจ   และอาจารย์ผู้รับผิดชอบวิชานี้คือ ดร. อุทัย  เอกสะพัง ก็บอกว่า นศ.ได้เรียนรู้มาก   แต่ผมยังมองว่านักศึกษายังเข้าใจเรื่อง "วัฒนธรรมการเรียนรู้" ไม่ชัดและวิธีคิดยังติดกรอบติดรูปแบบ  หรือลากเข้าหาทฤษฎีบางทฤษฎีมากเกินไป   ยังคิดแบบอิสระไม่เป็น   จึงต้องคิดออกแบบรูปแบบการเรียนรู้ในวันที่ 25 ก.ค.49  ซึ่งผมจะลงไป "ไม่สอน" อีกครั้งหนึ่ง

         ตกลงกันว่า มทษ. จะไปเชิญ ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ์ จาก มอ. มาสอนบล็อก (และ KM) แก่ นศ.   แล้วให้ นศ.แต่ละคนสรุปการเรียนรู้ของตนในวันนี้คนละ 1 - 2 หน้าเอาขึ้นบล็อก   ผมจะตามไปอ่านและ comment   ถ้าการเขียนสรุปนี้ขึ้นบล็อกได้ภายในช่วงปิดยาว 4 วัน   ผมก็จะได้อ่านและทราบจุดแข็งจุดอ่อนของ นศ.เพื่อออกแบบการเรียนรู้ของวันที่ 25 ก.ค.49 ให้ชัดเจนกว่าที่ได้อีเมล์มาแจ้งแก่ ดร. อุทัยแล้ว

                           

รูปหมู่ นศ. - อจ. คนยืนซ้ายสุดคือ ดร. อุทัย เอกสะพัง อาจารย์ผู้รับผิดชอบวิชา

                           

                                      บรรยากาศในห้องเรียน

วิจารณ์  พานิช
 4 ก.ค.49