ท่าคา ตลาดน้ำอมตะ

      

แสงแดดยามเข้าลอดแนวมะพร้าว ที่ปกคลุมลงมาเห็นเป็นเส้นสายแสงเงาบนถนน ขณะพาหนะคันเก่ง (ฮอนด้า  เวฟ  สีเทา อิอิ...) พาลัดเลาะผ่านตามทางลดเลี้ยว ผ่านท้องร่องเรือกสวนสองฟากฝั่ง มุ่งหน้าสู่ ตลาดน้ำท่าคา ที่ถือเป็นตลาดนัดทางน้ำที่เก่าแก่และเป็น "ของแท้" ที่สุดแห่งหนึ่ง ในบรรดาตลาดน้ำทั้งหลายในประเทศไทย ใครไปใครมาถึงสมุทรสงครามแล้วถือว่าพลาดไม่ได้ 

        ตลาดน้ำท่าคา เกิดขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1480 เดิมเรียกกันว่า"ตลาดนัดท่าคา" เป็นสถานที่ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่และจากจังหวัดใกล้เคียง  ซึ่งเป็นชาวไร่ชาวสวนนัดกันพายเรือเอาผลผลิตจากไร่จากสวนของตัวเอง ขนมนมเนย รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ มาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน โดยมีกำหนดนัดหมายกันในวันข้างขึ้นข้างแรม คือ 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ อันเป็นช่วงน้ำขึ้นมาก เหมาะกับการเดินทางไปไหนมาไหนด้วยเรือ ต่อเนื่องกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รวมเบ็ดเสร็จเป็นเวลาเจ็ดสิบปีถือว่าเข้าขั้น "ตลาดน้ำอภิมหาอมตะนิรันดร์กาล" ไปแล้ว  

แม้แต่ในทุกวันนี้ พ่อค้าแม่ขายที่ตลาดนี้ยังคงนัดหมายแบบโบราณคะ โดยยืดข้างขึ้นข้างแรมเหมือนเดิมอย่างเคร่งครัด ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แม้ว่าช่วงหลังๆ ซึ่งมีเรื่องการท่องเที่ยวเข้ามา เคยมีความพยายามจะให้ชาวบ้านมาติดตลาดนัดค้าขายกันในวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้รับกับนักท่องเที่ยวอยู่เหมือนกัน แต่เอาเข้าจริงก็มีเรือมากันหรอมแหร็ม ไม่ครึกครื้นคึกคักเหมือนวันนัดจริงของชาวบ้านเขา ที่มากันเป็นห้าสิบหกสิบลำ 

      ฉันเองยังจำได้ดีถึงความรู้สึกที่ได้มาเห็น ตลาดน้ำท่าคา ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน บอกได้คำเดียวว่าถึงกับตะลึงคะ เพราะไม่เคยคาดคิดว่าในใจกลางสวนที่สงบเงียบร่มครึ้มจะมีตลาดน้ำขนาดใหญ่ที่เนืองแน่นไปด้วยเรือพายน้อยใหญ่ของชาวบ้านในเครื่องแต่งกายแบบชาวบ้านสวนแท้ๆ มาชุมนุมซื้อขายแลกเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตร และข้าวของเครื่องใช้ตลอดจนอาหารการกินกันนับสิบๆ ลำ เป็นที่ครึกครื้น แน่นขนัดเต็มผืนน้ำในลำคลอง คราวนี้ก็ไม่แตกต่างกันคะ โชคดีตรงที่แม้วันที่มานี่จะเป็นวันเสาร์ แต่ก็บังเอิญตรงกับวันนัดของชาวบ้านชนิดแจ็กพ็อต จอดรถเสร็จสรรพบนลานจอดที่เดี๋ยวนี้ทำไว้อย่างดี เดินเข้าไปอีกนิดหน่อย ถึงริมคลองก็ได้พบกับตลาดน้ำที่เต็มไปด้วยเรือนับสิบบรรทุกเอาผลหมากรากไม้ ข้าวของเครื่องใช้และอาหารการกิน ขนมนมเนยนานาชนิด ลอยลำเป็นแพอยู่ เหนือผืนน้ำขวักไขว่ แว่วเสียงทักทาย เสียงเจรจาค้าขาย      ดังระเบ็งเซ็งแซ่จนฟังไม่ได้ศัพท์ ดูครึกครื้นน่าสนุก   ความจริงก่อนจะถึง ตลาดน้ำท่าคา บนเส้นทางยังมี ตลาดน้ำดอนมะโนรา อีกแห่ง ติดตลาดนัดวันเดียวกับ ตลาดน้ำท่าคา แต่เช้ากว่า คือในช่วง 6-7 โมงเช้า ว่ากันว่าคึกคักและบรรยากาศดี  ฉันเองตั้งใจว่าจะมาแวะดูหลายครั้ง รวมทั้งคราวนี้ จนแล้วจนรอดก็มาไม่เคยทันสักที (เพราะนอนตื่นสาย แหะแหะ ขอสารภาพ) แต่ไม่เป็นไรคะ มาที่ ตลาดน้ำท่าคา ก็ถือว่าเหมือนกันนั่นแหละ เพราะว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ไปขายที่ ตลาดน้ำดอนมะโนรา ส่วนใหญ่ก็จะพายมาขายที่ตลาดน้ำท่าคา กันต่อแทบทั้งนั้น จะเรียกว่าเป็นตลาดเดียวกัน แต่อยู่คนละที่ คนละเวลาก็ว่าได้ (งงไหมเนี่ย)ความสุขของการเที่ยวตลาดน้ำ คือการได้มาเห็นภาพของวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบไทยๆ ดูการทำมาค้าขายของชาวบ้าน ที่ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตามาซื้อของขายของกันอย่างเดียว แต่เป็นการมาพบปะสังสันทน์ โอภาปราศรัยไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันไปในตัว ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นเรือบางลำมีข้าวของอยู่ในเรือแค่ไม่กี่อย่างแต่พายวนเวียนทักทายคนโน้นคนนี้ไปทั่วทั้งตลาด บางลำก็เอาของมาแลกเปลี่ยนกันอย่างคนที่คุ้นเคย ยกให้กันฟรีๆ ไปเลยก็ยังมี เหล่านี้เป็นอะไรที่หาดูไม่ได้ในเมืองใหญ่ๆ ที่อะไรต่อมิอะไรล้วนแล้วต้องซื้อหาด้วยเงินทองไปแทบทั้งนั้น 

                                                           

       นั่งเล่นเฉยๆ บนศาลาริมฝั่ง ดูเรือที่พายกันไปมาขวักไขว่ก็เพลิดเพลินเจริญใจแล้ว แต่ถ้าจะให้แจ๋วจริงก็ต้องหาของกินมาเป็นกับแกล้มบรรยากาศเสียหน่อยคะ  ของอร่อย ๆ ริมตลิ่งของ ตลาดน้ำท่าคา มีเยอะ เหลียวซ้ายแลขวาละลานตาไปหมด ไม่ว่าจะเป็นของคาวอย่าง ไก่ย่างรสเด็ด  กินกับข้าวเหนียว ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส น้ำแดง (ของป้าขาว) หอยทอดเจ้าอร่อย ก๋วยเตี๋ยวหลอด ก๋วยจั๊บน้ำข้น (แหม คล้องจองกันเชียว) หันมาหาของหวานก็มีให้เลือกบานตะไทไม่ว่าจะเป็นขนมหน้าตาคุ้นๆ เห็นกันอยู่ทั่วไปอย่างขนมครก ขนมใส่ไส้ ตะโก  ตะลุ่ม  ขนมด้วง ทองหยิบ  ทองหยอด และอื่นๆ อีกมากมายมิหนำซ้ำยังมีขนมพื้นเมือง ขนมโบราณอีกหลายอย่าง ที่แม่ค้าบอกแล้วจำชื่อไม่ได้ อ้อ...แล้วยังมีผลไม้อีกหลายชนิด  เช่น  มะม่วง  ฝรั่ง ส้มโอ  กล้วยหอม กล้วยไข่  กล้วยน้ำหว้า  ละมุด  แตงไท  แตงโม  ผลไม้ตามฤดูกาล  ว่างั้นเถอะ   และแต่ละเจ้าจอดเรือเทียบท่าริมตลิ่งให้เลือกซื้อเลือกชิมตามอัธยาศัยรสชาติหลายหลายประทับใจทุกอย่าง    

                                                                                  
          ทำเป็นเล่นไปนะคะ ของเขาเยอะจริง ฉันเองลองแค่อย่างโน้นนิด อย่างนี้หน่อย กะว่าชิมพอเป็นกระสายยา ชิมไปชิมมาเผลอแผล็บเดียวยังอิ่มจนแทบจุก ลุกขึ้นเดินกลับรถแทบไม่ไหวแน่ะ