แนวคิด หลักการเกี่ยวกับนโยบาย (ต่อจากฉบับที่แล้ว)
3. นโยบายเฉพาะแผนกงาน (Departmeatal policy) เป็นนยบายที่กำหนดขึ้นโดยผู้บริหารระดับหัวหน้างาน (Superisore) เป็นนโยบายที่มีความละเอียดชัดเจน เฉพาะเรื่อง เฉพาะกิจการ เช่น นโยบายการซื้อ นโยบายการขายกำหนดโดยอาศัยนโยบายทั่วไปและนโยบายพื้นฐานเป็นแกน
นโยบายทั้งสามประเภทมีลักษณะสอดคล้องกับนโยบายของประเทศ คือ นโยบายหลักหรือนโยบายแห่งชาติ นโยบายการบริหาร และนโยบายเฉพาะกิจ
ง. นโยบายหรือกุศโลบายจำแนกตามหน้าที่(Functions) ของหน่วยงาน เป็นนโยบายที่ถือเอาหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานเป็นหลัก
กระบวนการและขั้นตอนในการดำเนินนโยบาย
นโยบายที่กำหนดขึ้นในสังคมหรือในองค์การใด ๆ ก็เพื่อเป็นแนวคิดในการดำเนินงานเพื่อสนองความต้องการ หรือวัตถุประสงค์ของบุคคลในองค์การนั้น ๆ ลักษณะของนโยบายก็จะสอดคล้องกับความเชื่อและลัทธิการปกครองขององค์การนั้นเช่นเดียวกัน
แนวคิดและกระบวนการในการกำหนดนโยบาย
โดยปกติการกำหนดนโยบายเป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงส่วนการนำนโยบายไปปฏิบัติเป็นหน้าที่ของผู้บริหารอีกระดับหนึ่ง แต่การกำหนดนโยบายเพื่อให้ได้นโยบายที่ดีและถูกต้องต้องเป็นการกระทำร่วมกันของผู้บริหารระดับสูงกับผู้ที่จะนำนโยบายไปปฏิบัติเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากกับผู้นำไปปฏิบัติดังนั้นการกำหนดนโยบายจึงเป็นกระบวนการของแนวคิดที่มีรากฐานมาจากความเชื่อในทฤษฎีทางสังคมศาสตร์และสองทฤษฎี คือ ทฤษฎีทางการบริหารและทฤษฎีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
- ทฤษฎีทางการบริหาร มีแนวความคิดและความเชื่อว่านโยบายจะต้องเกิดจากผู้บริหารระดับสูง และกระจายนโยบายไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับต่ำลงมา โดยหน่วยงานระดับกลางจะเป็นผู้ประสานนโยบาย
- ทฤษฎีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีแนวคิดและความเชื่อว่านโยบายจะต้องเกิดจากบุคลากรทุกระดับชั้นในหน่วยงานหรือองค์การ ทุกคนหรือทุกกลุ่มบุคคลควรมีอำนาจในการต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของตน หากเป็นที่ตกลงกันได้ก็ให้ถือว่าเป็นนโยบาย นโยบายลักษณะนี้เน้นอำนาจการต่อรองและผลประโยชน์ของกลุ่มเป็นสำคัญ
เอทซิโอนี (Amitau Etzioni) นักสังคมวิทยาชาวเยอรมันได้ผสมผสานความเชื่อและแนวคิดทั้งสองทฤษฎีเข้าด้วยกันเป็นวิธีที่เหมาะสมโดยมีหน่วยงานส่วนกลางเป็นผู้ประสานงานและทุกหน่วยงานมีส่วนร่มในการกำหนดนโยบายทำให้เป็นการกำหนดนโยบายที่ดีและมีประสิทธิภาพแล้วยังเป็นการประนีประนอมอันจะก่อให้เกิดดุลยภาพในความเชื่อ ความคิดและเหตุผลของบุคคลทุกระดับให้อยู่ในลักษณะที่พอดีและสอดคล้องกัน ซึ่งจะส่งผลให้การปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ
การกำหนดนโยบายเป็นกระบวนการที่ประกอบด้วยหลักการและเหตุผลจะแตกต่างกันบ้างที่จำนวนขั้นตอน ซึ่งมีแนวคิดของนักวิชาการบางคนมาเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาดังนี้
ลาสส์เวลล์ (Harold D. Lasswell) ได้จำแนกกระบวนการในการกำหนดนโยบายออกเป็น 7 ขั้นตอน
- ขั้นการค้นหาและรวบรวมข้อมูล
- ขั้นการรับรองและสนับสนุนการกำหนดนโยบาย
- ขั้นการดำเนินงานและการกำหนดนโยบาย
- ขั้นการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม
- ขั้นการนำนโยบายไปประยุกต์ปฏิบัติ
- ขั้นการประเมินผลนโยบาย
- ขั้นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลนขั้นการแสวงหาทางเลือกเพื่อโยบาย
ดรอร์ (Ychczkel Dror) จำแนกนโยบายออกเป็น 5 ขั้นตอน
- ขั้นการศึกษาปัญหา
- ขั้นการกำหนหดคุณค่าและความสำคัญของเป้าหมายในการกำหนดนโยบาย
- ขั้นการแสวงหาทางเลือกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
- ขั้นการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือก
- ขั้นการตัดสินใจเลือกหนทางที่ดีที่สุดเพื่อการปฏิบัติงาน
บอยเยอร์ ( William W. Boyer) ให้ข้อเสนอในการกำหนดนโยบายดังนี้
- ขั้นเสนอความคิดริเริ่ม
- ขั้นยกร่างนโยบายขั้นต้น
- ขั้นการเข้ามีส่วนร่วมของสาธารณะชน
- ขั้นการเข้ามีส่วนร่วมขั้นสุดท้าย
- ขั้นการประเมินผลทบทวนนโยบาย
ดลูไฮ( Milan J. Dluhy) และลินด์ (Roger R. Lind) จำแนกกระบวนการในการดำเนินนโยบายออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ
- ขั้นวิจัยและวิเคราะห์นโยบาย
- ขั้นการพัฒนาและกำหนดโครงสร้างนโยบาย
- ขั้นการเสนอใช้และการนำนโยบายไปปฏิบัติ
- ขั้นการประมาณการและการประเมินผลนโยบาย
จากแนวคิดของนักวิชาการดังกล่าวในการกำหนดนโยบายถึงแม้กระบวนการและเป็นขั้นตอนแตกต่างกันแต่มีลักษณะเนื้อหารคล้ายคลึงกันแต่ก็อยู่ในมโนทัศน์(Concept) เดียวกัน แม้ว่าขั้นตอนของการกำหนดนโยบายจะเกี่ยวพันซึ่งกันและกันแต่เพื่อความสะดวกในการพิสูจน์ อภิปราย ส่วนใหญ่จะยึดแนวคิดของดลูไฮและลินด์เป็นหลัก
งานที่สำคัญของการกำหนดนโยบายคือ การที่จะทำให้นโยบายหรือกุศโลบายเป็นที่เข้าใจร่วมกันของสมาชิก หรือบุคคลทั่วไป โดยปกติการสื่อความ (Communication) หรือการเผยแพร่(Dissemination) ทำได้ 2 วิธี คือ
- การบอกกล่าวด้วยวาจา(Verbal) ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร (Unwriitten policy) เป็นการบริหารกิจการขนาดเล็กที่ไม่สลับซับซ้อน และมีคนปฏิบัติงานน้อย
- เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร (wriitten policy) เป็นนโยบายที่มีการเผยแพร่เป็นทางการ(Formal communication) เป็นนโยบายที่ใช้ในการบริหารองค์การขนาดใหญ่ที่มีความสลับซับซ้อนและมีคนจำนวนมากแบ่งงานในหน่วยงานเป็นสัดส่วน นโยบายจะมีการเขียนนโยบายไว้อย่างแน่ชัด
มาเยี่ยมชมผลงานครับ ok ครับ
ครูกนกพรครับ หลักการที่นำเสนอนั้นก็ดีครับ แต่เมื่อเราลงมือทำจริงๆ หลายสิ่งที่กำหนดไว้นั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์นะครับ
แวะมาอ่าน..
..เนื้อหา..ดีจ้า
บทความนี้คือหลักการแต่เวลาลงมือทำสามารถปรับเปลี่ยนได้ ขอบคุณค่ะ