“อยู่ที่บ้านเรามีพ่อ มี แม่ อยู่ที่นี่ เราก็มี พ่อ มีแม่เหมือนกัน เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเรา แล้วทำไม เราไม่ทำให้ดีเหมือนเราอยู่ที่บ้านหลังแรก เราอยู่ที่นี่มากกว่าบ้านหลังแรกเสียอีก และที่นี่ก็ ดูแลเลี้ยงดู เราให้เราเป็นอยู่ได้อย่างทุกวันนี้ เราต้องมาช่วยกันสนร้างบ้านหลังที่สองของเราให้สวยงาม สะอาด ไม่แพ้บ้านไหนๆ”

 

“อยู่ที่บ้านเรามีพ่อ มี แม่ อยู่ที่นี่ เราก็มี พ่อ มีแม่เหมือนกัน เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเรา แล้วทำไม เราไม่ทำให้ดีเหมือนเราอยู่ที่บ้านหลังแรก เราอยู่ที่นี่มากกว่าบ้านหลังแรกเสียอีก และที่นี่ก็ ดูแลเลี้ยงดู เราให้เราเป็นอยู่ได้อย่างทุกวันนี้ เราต้องมาช่วยกันสนร้างบ้านหลังที่สองของเราให้สวยงาม สะอาด ไม่แพ้บ้านไหนๆ”

พี่แตน คนพะโต๊ะแต่กำเนิด ทำงานที่รพ.พะโต๊ะ มาไม่ต่ำกว่า 18 ปี เริ่มจากเป็นแม่บ้าน กวาด เช็ดถูทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมาย จนปีจจุบันนี้รับผืดชอบเรื่องการซักผ้า ตัดเย็บเสื้อผ้าของโรงพยาบาล พี่แตนมีความสามารถตัดเย็บทุกอย่างได้สวยงาม เรียบร้อย รวดเร็ว แม้แต่ที่ผูกมัดเด็ก ซึ่งท่านผอ.รพ.มาขอให้พี่แตนเย็บให้เพื่อให้เกิดนวัตกรรมของการผูกยึดด้วยหัวใจ พี่แตนก็สามารถทำได้ดีเยี่ยม

 

ย้อนกลับไปเรื่องของการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการทำงานของเจ้าหน้าที่รพ.พะโต๊ะ ท่านผอ.รพ.พะโต๊ะได้พูดถึง พี่แตนไว้ว่าสามารถเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่น เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่ท่านรู้สึกภาคภูมิใจ กับชาวพะโต๊ะ ที่มีชุมชนเข้มแข็งและเป็นแกนนำในการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ กับการเกษตร การทำมาหาเลี้ยงชีพ ซึ่งมีชุมชนเข้มแข็ง ศูนย์การเรียนรู้ เช่นรีสอร์ต “ชุมพรคาบาน่า” ที่นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้กับการบริหารจัดการองค์กร จนทำให้อยู่รอดกับภาวะเศรษฐกิจมาได้ โดยท่านผอ.ส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาดูงาน เศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนเป็นประจำ และคิดว่าน่าจะเอามาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล โดยเฉพาะการประหยัดทรัพยากร การลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากโรงพยาบาลประสบปัญหาทางด้านงบประมาณ  รวมทั้งการนำสู่ผู้ปฏิบัติงานให้นำแนวคิดนี้ไปใช้กับชีวิตประจำวัน

 

ท่านผอ.รพ.พะโต๊ะ กล่าวถึง พี่แตง ลูกจ้างชั่วคราวที่ประสบปัญหาหนี้สิน ที่เกิดจากการไปรับผิดชอบแทนเพื่อน จนทำให้ตนเองต้องถูกเจ้าหนี้ทวงถาม จนเกิดความเครียดมาก บางครั้งแทบอยากจะขับรถชนสิบล้อให้ตาย ไปเลย เงินเดือนหมื่นกว่าบาทของพี่แตน ต้องใช้หนี้ธนาคารออมสิน จนเหลือใช้ประมาณ 600 บาท แต่ด้วยความเป็นคนอดทนและต่อสู้แบบไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค โดยมีแม่และลูกสาวเป็นหลักยึดทางด้านจิตใจ ร่วมกับแนวคิดของพระพุทธศาสนา ที่ทำให้พี่แตน หันกลับมาสู้อีกครั้งด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง “อะไร จะเกิด ก็ต้องเกิด ขอให้สู้ไว้ก่อน เราเคยทำกรรมกับเขาไว้ เขามาตามทวงคืน เราต้องชดใช้ให้หมดอย่างรวดเร็วและไม่ประมาท”  คือมีสติรับรู้ในสิ่งที่จะเกิดกับเรา สิ่งที่หนักจะได้เป็นเบาเพราะเราทำใจรับได้ พร้อมที่จะรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น พี่แตนใช้หลักธรรมะ และการลดการเบียดเบียนโดยไม่รับประทานเนื้อสัตว์

 

เมื่อตั้งสติได้แล้ว พี่แตนมองไปรอบๆ บ้าน เห็นคนข้างบ้านชุมชน ที่บ้านตนเองมีสวนอยู่ประมาณ 5 ไร่กว่าๆ ปลูกกาแฟ ผัก ผลไม้ตามฤดูกาล และที่บ้านประกอบอาชีพค้าขาย พี่แตนจึงคิดหารายได้พิเศษจากการขายของทุกชนิด ขายส้มตำ น้ำหวาน ชา กาแฟ ผลไม้ตามฤดูกาล  โดยใช้ช่วงเวลาวันหยุดจากงานหรือช่วงเย็นหลังจากเลิกงาน บางครั้งก็ขอลาพักร้อนไปช่วงที่มีเทศกาลกีฬา งานประจำปีของอำเภอ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากผู้บริหาร และเพื่อนร่วมงาน

 

ผักที่พี่แตนใช้ในการทำส้มตำ เป็นผักปลอดสารพิษ พี่แตนก็ปลูกเอง เช่นผักบุ้ง มะละกอ พริก เพื่อที่จะลดต้นทุนของส้มตำ ชาวบ้านถวน้ปลูกผักปลอดสารพิษกันทั้งนั้น  นอกจากนี้พี่แตนลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้น พี่แตน อดออมเก็บหอม รอมริบ เงินที่หามาได้ กำไรในแต่ละวัน แบ่งให้แม่แล้วเก็บใส่กระปุกออมสินไม้ไผ่จนเต็ม กว่าสามปีแล้วที่พี่แตนขยัน อดออมและใช้จ่ายอย่างมีเหตุ มีผล พอประมาณ ทำให้ทุกวันนี้ พี่แตนทำงานอย่างมีความสุขไม่เครียด

พี่แตนบอกว่าจากเหตุการณ์นี้สอนพี่แตนให้ได้เรียนรู้เรื่องคุณค่าของเงิน การออม การใช้จ่ายอย่างประหยัด ซึ่งพี่แตนนำไปสอนลูกและให้ลูกดูแม่เป็นตัวอย่าง รวมทั้งชาวบ้านละแวกใกล้เคียงพี่แตนก็ชื่นชมในความขยัน ประหยัดอดออมของพี่แตน  รู้ซึ้งถึงความรักของคนในองค์กร  ที่ให้โอกาสและช่วยเหลือพี่แตนเคยไปลาออก แต่ทุกคนเห็นศักยภาพและเสนอแนะช่วยกันหาทางออกให้พี่แตน ทำให้พี่แตนทุ่มเทที่จะทำให้องค์กรเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง พี่แตนตกแต่งสถานที่ สิ่งแวดล้อมของหน่วยงานจ่ายกลาง ซักฟอก ให้สวยงาม บริเวณท่อน้ำทิ้งก็นำดอกไม้มาปลูกเรียงรายไว้เพื่อปิดบังความไม่สวยงามของท่อน้ำทิ้ง จนหน่วยงานนี้ได้รับรางวัล 5 ส.ดีเด่นของโรงพยาบาล

นอกจากนี้ พี่แตนยังเล่าเรื่องโรงพยาบาลพะโต๊ะที่เปลี่ยนแปลงไปมาก สิ่งแวดล้อมอาคารสถานที่สวยงาม ห้องซักฟอกมีมาตรฐาน ลดความเสี่ยงจากการทำงาน ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข ถึงแม้จะเป็นรพ.ที่มีปัญหาด้านการเงิน เจ้าหน้าที่เปลี่ยนบ่อย แต่ท่านผอ.ได้สร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้โอกาสเจ้าหน้าที่แสดงความคิดเห็น จัดเวทีเรียนรู้เรื่องอุบัติการณ์ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนโดยสม่ำเสมอ มีกิจกรรมที่หล่อหลอมความดีของคน เช่นการออมวันละ 1 บาท เพื่อนำไปบริจาคให้ชุมชน หรือสร้างห้องน้ำให้ชาวบ้านที่ยังไม่มีห้องน้ำ เป็นต้น กิจกรรมปฐมนิเทศเจ้าหน้าที่ใหม่ให้เรียนรู้และรู้จักชุมชน รับรู้ความต้องการและปัญหาอุปสรรควิถีชีวิตของชาวบ้าน เพื่อมาปรับระบบบริการของรพ.อย่างต่อเนื่อง

แล้วบ้านหลังที่สองของคุณล่ะ คะ น่าอยู่ไหมคะ