คุณ XXXXXX ใช้อีเมลล์ XXXX@hotmail.com เพื่อส่งข้อความดังต่อไปนี้มาถึง อ.แหวว

หัวเรื่องว่า “การขอโอนสัญชาติตามสามี”

และมีใจความดังนี้

“กราบสวัสดีค่ะอาจารย์หนูมีเรื่องรบกวนถามอาจารย์ ๓ ข้อค่ะ หนูเกิด พ.ศ.๒๕๒๑ (เกิดพม่า) หนูเข้ามาอยู่ประเทศไทย พ.ศ.๒๕๒๔ หนูเรียนจบชั้น ป.๖ค่ะ ปัจจุบัน หนูได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับแฟนเมื่อพ.ศ.๒๕๔๗ แฟนหนูเป็นนายทหารค่ะ หนูมีลูก ๑ คน และลูกก็ได้สัญชาติไทยตามพ่อ ส่วนหนูถือบัตรสีชมพูขึ้นต้นด้วยเลข ๖ ค่ะ

(๑.) หนูจะขอโอนสัญชาติตามสามีได้ไหมคะ

(๒.) ถ้าโอนสัญชาติตามสามีไม่ได้ ขอโอนต่างด้าวแทนได้ไหมคะ

(๓.) ถ้าหนูโอนไม่ได้เลยทั้งสองอย่าง ลูกหนูจะเข้าทำงานรับราชการได้ไหมคะ

ขอความกรุณาตอบหนูด้วยนะคะ ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

---------

คำตอบ

---------

อ่านอีเมลล์แล้ว พบว่า คุณมาจากประเทศพม่า และคุณถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข ๖  อ.แหววจึงสรุปว่า คุณคงเป็นชนกลุ่มน้อยไร้สัญชาติที่อพยพหนีภัยความตายเข้ามาในประเทศไทย และได้รับการบันทึกในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยประเภทคนต่างด้าวอยู่ชั่วคราว (ท.ร.๑๓)  ถ้าเข้าใจผิด ตอบกลับมาในส่วนนี้นะคะ

ตอบคำถามของคุณทั้ง ๓ คำถาม ทีละคำถามดังต่อไปนี้

คำตอบในประการแรก คุณมีสิทธิที่จะขอสัญชาติไทยโดยการสมรสเป็นไปตามมาตรา ๙ วรรคแรก แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งบัญญัติว่า หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทย ถ้าประสงค์จะได้สัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาจจะอนุญาตให้สัญชาติไทยแก่คุณหรือไม่ก็ได้ เพราะมาตรา ๙ วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งบัญญัติว่า “การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ได้สัญชาติไทยให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี  เราอาจตั้งข้อสังเกตว่า การที่คุณอาศัยมานานแล้วในประเทศไทย กล่าวคือ ตั้งแต่เด็ก และมีบุตรแล้วอีกด้วย ก็มีโอกาสที่รัฐมนตรีจะอนุญาตให้สัญชาติ  แต่อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าของการอนุญาตนี้ขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ของรัฐมนตรีนี้ต่อปัญหาของราษฎร

          อนึ่ง วิธีการยื่นคำขอเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดแบบ วิธีการ และค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอเกี่ยวกับการได้สัญชาติไทย การแปลงสัญชาติเป็นไทย และการกลับคืนสัญชาติไทยสำหรับคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งข้อ ๒ บัญญัติว่า “หญิงที่เป็นคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่ได้รับสมรสกับผู้มีสัญชาติไทยประสงค์จะได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอตามแบบ ชกน. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้พร้อมทั้งแนบหลักฐานสำเนาทะเบียนสมรส สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวชนกลุ่มน้อย”

          ส่วนหน่วยงานของรัฐไทยที่มีอำนาจหน้าที่รับคำขอสัญชาติไทยโดยการสมรส เป็นไปตามข้อ  ๗  แห่งกฎกระทรวงข้างต้น ซึ่งบัญญัติว่า

“การยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้

(๑)         ถ้าคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง

(๒)         ถ้าคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอต่อนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ

(๓)         ถ้าคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่อยู่ในต่างประเทศประสงค์จะขอกลับคืนสัญชาติไทยตามข้อ ๕ ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานทูตหรือกงสุล ณ ที่ทำการสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น”

รีบไปติดต่อนะคะ

คำตอบในประการที่สอง คุณมีสิทธิที่จะขอสถานะคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยในประเทศไทยแบบถาวรตามมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ เช่นกัน ซึ่งโดยนโยบายที่รัฐไทยมีเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยที่เข้ามาในประเทศไทยนานแล้ว คณะรัฐมนตรีในหลายยุคสมัยเห็นชอบให้ชนกลุ่มน้อยต่างด้าวร้องขอสิทธิอาศัยในประเทศไทยในลักษณะถาวรได้ ซึ่งคุณควรจะไปติดต่อกับอำเภอที่คุณมีชื่อในแบบพิมพ์ประวัติและทะเบียนบ้านประเภทคนต่างด้าวอยู่ชั่วคราว (ท.ร.๑๓)

ไปติดต่อเช่นกัน ร้องขอคู่ขนานไปกับการร้องขอสัญชาติไทยโดยการสมรสก็ได้ค่ะ

คำตอบในประการที่สาม บุตรของคนอาจรับราชการได้ค่ะ แม้มารดาจะมีสถานะเป็นคนต่างด้าว  บุตรของคุณมีสถานะเป็นคนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดา ไม่มีข้อจำกัดสิทธิใดๆ ค่ะ

หากมีปัญหาในการร้องขอใช้สิทธิขอสัญชาติไทย หรือสิทธิขอสถานะคนต่างด้าวอาศัยอยู่ในประเทศไทยแบบถาวร

ท่านอาจร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

 http://www.nhrc.or.th/reComp.php

หรือต่อนายกรัฐมนตรี

http://www.1111.go.th/form.aspx