ความเหมือนที่แตกต่างระหว่างการวิจัย วิธีการทางวิทยาศาสตร์ และการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

ขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย

· กำหนดปัญหาที่จะดำเนินการวิจัย
· กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย
· ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ( ทฤษฎี เอกสาร งานวิจัย )
· กำหนดกรอบแนวคิดและตั้งสมมติฐาน นิยามศัพท์
· กำหนดแบบการวิจัย
· กำหนดประชากรและวิธีการสุ่มตัวอย่าง
· สร้างเครื่องมือและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ
· การรวมรวมข้อมูล ( แหล่งปฐมภูมิ, แหล่งทุติยภูมิ)
· การวิเคราะห์ข้อมูล
· การนำเสนอผล ( การเสนอรายงานการวิจัย)

วิธีการทางวิทยาศาสตร์

1. ขั้นสังเกตเพื่อระบุปัญหา  คือการระบุปัญหา  หรือสิ่งที่ต้องการศึกษา  และกำหนด      ขอบเขตของปัญหา    
2. ขั้นตั้งสมมติฐาน  คือการคิดคำตอบที่คาดหวังว่าควรจะเป็น  หรือการคาดเดาคำตอบ  ที่จะได้รับ   
3. ขั้นการรวบรวมข้อมูล  คือการรวบรวมข้อมูล  การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบ  สมมติฐานที่ตั้งไว้ว่าถูกหรือผิด โดยมีหลักฐานยืนยัน อาจทำได้โดยการสังเกต หรือการทดลอง   
4. ขั้นสรุปผล  คือการสรุปว่าจะปฏิเสธ หรือยอมรับสมมติฐาน ตามหลักเหตุและผล     เพื่อให้ได้คำตอบของปัญหา 

การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า อริยสัจ 4
1.ทุกข์ ความลำบากของสรรพสัตว์
2.สมุทัย เหตุของการเกิดทุกข์
3.นิโรธ การดับเหตุแห่งการเกิดทุกข์
4.มรรค หนทางที่จะเป็นเหตุแห่งการดับทุกข์

ข้อมูลอ้างอิงค์จาก http://th.wikipedia.org วันที่ 29/06/2553

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าทุกกระบวนการแม้ใช้ชื่อเรียกวิธีการต่างกันหรืออาจมีขั้นตอนมากน้อยไม่เท่ากัน แต่ทุกกระบวนการได้มาซึ่งความรู้เหล่านั้นเกิดมาจากการสังเกต การรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการต่างๆกัน และนำมาซึ่งปัญหาที่ต้องการจะรู้คำตอบหรือเหตุการณ์ที่ต้องการคำอธิบาย และจากข้อมูลที่ได้รวบรวมก็นำไปตั้งคำตอบล่วงหน้าหรือที่เรียกว่าขั้นตอนการตั้งสมมติฐาน(ทางวิทยาศาสตร์) และหาทางตอบคำถามโดยการทดลองต่างๆ เชกเช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าทดลองดับทุกข์ด้วยวิธีการต่างๆการ เริ่มจากการอดอาหาร จนมาพบการเดินสายการเป็นการดับทุกข์ การวิจัยก็ไม่ต่างอะไรกับวิธีทางวิทยาศาสตร์ หรือการหาหนทางดับทุกข์ของพระพุทธเจ้า