เธอตั้งใจศึกษาอย่างเอาจริงเอาจัง แม้ไม่ได้เรียนในชั้น เรียนจากบันทึกของเพื่อนรักเท่านั้น ก็สามารถมีความรู้ได้ไม่แพ้ใคร

หลักธรรมคำคมข้อคิดจากแดจังกึม 8

โสภณ เปียสนิท

........................................

“เห็นบันทึกในมือเขียนไว้ด้วยอักษรตัวเล็กเท่าเมล็ดงาเต็มไปด้วยรูปภาพที่วาดไว้อย่างเร่งร้อน ราวกับเป็นใบหน้าของยอนเซ็ง จังกึมทั้งลูบคลำ ทั้งจูบลงปาก สุดท้ายถึงกับกอดไว้แนบอก” (แดจังกึม/หน้า277/เล่ม1)

                อ่านข้อความนี้แล้วคิดถึงคำคมที่ว่า คนโง่นั่งรอให้โอกาส ส่วนคนฉลาดไขว่คว้าโอกาส จังกึมแม้อยู่ห่างไกลสถานศึกษา แต่ได้อาศัยเพื่อนบันทึกคำบรรยายของครูมาให้ เธอตั้งใจศึกษาอย่างเอาจริงเอาจัง แม้ไม่ได้เรียนในชั้น เรียนจากบันทึกของเพื่อนรักเท่านั้น ก็สามารถมีความรู้ได้ไม่แพ้ใคร อ่านแล้วคิดถึงเด็กไทยที่ชอบใช้เงินพ่อแม่ไปเรียนพิเศษ ช่างต่างกันแบบตรงกันข้าม

“นับแต่วันนั้น ไม่ว่าเป็นที่ห้องที่แปลงสวน หรือที่หลังซาน จังกึมได้เริ่มท่องสิ่งที่อยู่ในบันทึก เวลานี้ต้นกล้า     แพ็กบนถึงกับสูงขึ้นประมาณฝ่ามือคน พื้นสวนโดยรวมจึงเปลี่ยนเป็นสีเขียวสดใส” (แดจังกึม/หน้า277/เล่ม1)

                เนื้อความนี้บ่งบอกสองเรื่อง คือเรื่องเริ่มต้น และเรื่องผลลัพธ์ เรื่องเริ่มต้นคือการศึกษาในวังของจังกึมกลับต้องมาเริ่มต้นในสวนผักนอกวัง โดยศึกษาจากตำราเพียงลำพังเท่านั้น มองเห็นความมุ่งมั่นของจังกึมเด่นชัด ส่วนผลลัพธ์คือต้นกล้าแพ็กบน ที่จังกึมใช้ความมานะพยายามปลูกอยู่นานเริ่มงอกงามจนได้ “ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น”

“เนื่องจากเป็นไม้ที่ขึ้นตามภูเขา หากปลูกในที่ราบหรือให้น้ำมากไป ต้นจะเน่าก่อนที่จะเติบโต ข้าน้อยได้บันทึกการปลูกไว้โดยละเอียดแล้ว” (แดจังกึม/หน้า285/เล่ม1)

                องค์ความรู้ที่จังกึมได้เพียรพยายามศึกษาถูกบันทึกไว้อย่างดี น่าจะนับได้ว่าเป็นงานวิจัยยุคแรก ๆ ของประเทศเกาหลี ที่ส่งผลประโยชน์อย่างกว้างขวางแก่ประเทศชาติ

“ซุงเชจอน (อาหารเกาหลีประเภทกับแกล้มสุรา) นี่รสชาติประเสริฐมาก เช่นนี้ ต่อไปเจ้าคงมิถูกขับออกมา เพราะเรื่องฝีมือการปรุงอาหารเป็นแน่” น้ำเสียงฟังดูเหน็บแนม แต่กลับนุ่มนวลลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ดูท่าคงอาลัยอาวรณ์ต่อการอำลาครั้งนี้ไม่น้อยเช่นกัน (แดจังกึม/หน้า15/เล่ม2)

                ความมุ่งมั่นทางการศึกษาเพื่อความก้าวหน้า โดยมีหลักแห่งคุณธรรมนำทาง ทำให้ดูเหมือนว่าจังกึมเป็นคนก้าวร้าว ก่อให้ผู้คนเข้าใจผิดอยู่บ้าง แต่ในที่สุดแล้ว ความจริงใจย่อมชนะใจคนดีได้โดยง่าย แม้อุนแพก ที่รู้สึกขวาง ๆ ต่อจังกึมยังรู้สึกอาลัยยามที่ต้องจากกัน

“แม้ไม่มีเสียงตอบใด แต่ตำราจำนวนมากที่เรียงไว้บนชั้นกลับค่อย ๆ ดึงดูดจังกึมให้สาวเท้าเข้าด้านในโดยไม่รู้ตัวแสงอาทิตย์สาดส่องลงมุมด้านใน หอตำรามุมนั้นดูขาวราวกับถูกดูดสีออกไปจนสิ้น” (แดจังกึม/หน้า15/เล่ม2)

                หนอนหนังสือคือคำเรียกขานผู้รักการอ่าน จังกึมเป็นนักการศึกษาที่เยาวชนไทยควรเอาเป็นแบบอย่าง เมื่อเธอย่างเท้าเข้าห้องสมุด หนังสือมากมายจึงเป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดความสนใจทั้งหมดของเธอ ภาษาที่ใช้บรรยายแสงแดดสาดส่อง อ่านแล้วรู้สึกงดงามประทับใจ

“เชิญมาที่แห่งนี้ได้ตามที่โอกาสอำนวย จดหมายเขียนไว้ว่า หากมีโอกาสได้ศึกษาตำรา จักเป็นคนที่ทำคุณประโยชน์ต่อราษฏร กระทั่งมากกว่าขุนนางอื่นใด จึงขอความร่วมมือให้ยืมตำรา” (แดจังกึม/หน้า16/เล่ม2)

                อ่านเนื้อความแล้วประทับใจในคุณธรรมของอุนแพก ซึ่งถือว่าเป็นอาจารย์คนหนึ่งของจังกึม ที่เขียนหนังสือนำให้จังกึมถือมาที่ห้องสมุด (เคียวซอกัก) ด้วยความเมตตาและมีวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมที่มองเห็นเหตุการณ์ในอนาคตอันยาวไกลว่า “จักเป็นคนที่ทำคุณประโยชน์ต่อราษฏร” นับเป็นคุณธรรมอันน่านับถือ

“เป็นผู้คนที่แบ่งแยกฐานะผู้อื่น ส่วนตำรานั้นมิเคยแบ่งแยกฐานะผู้ใด” (แดจังกึม/หน้า17/เล่ม2)

                คำกล่าวนี้เป็นคำจริงแท้ การศึกษาไม่แบ่งแยกไพรผู้ดี สมกับคำกวีที่ว่า “ฝูงชนกำเนิดคล้าย คลึงกัน ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง ห่อนแก้ ฤ ไหว” พุทธภาษิตสอนว่า “คนเราจะเลวหรือดี ไม่ใช่เพราะชาติตระกูล แต่คนเราจะเลวหรือดี เพราะการกระทำ” การศึกษาควรเปิดโอกาสให้แก่ทุกคน

“เหตุที่นางวังมิสามารถจ้องมองบุรุษอื่นใดได้ จึงจำต้องฝืนทนไม่มองใบหน้าของเขา เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง” (แดจังกึม/หน้า17/เล่ม2)

                ถือเป็นกฎเกณฑ์เก่าแก่ของเกาหลี ซึ่งมีส่วนคล้าย ๆ กับกฏเกณฑ์เกี่ยวกับนางวังของประเทศที่มีพระราชาปกครองทุกแห่ง นางวังทุกคนถือว่าเป็นคนของพระราชา

“ยามสอนสามี ก็คล่องแคล่วราวจับหนู แล้ววันนี้เป็นเพราะเหตุใด? ครั้งนี้หากสอบไม่ผ่านออซันเคียงยอน จังกึม ของเราก็ไม่ได้เป็นนางวัง” (แดจังกึม/หน้า18/เล่ม2)

                เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นกับคนส่วนมาก เหมือนกันทุกประเทศ ภรรยาคังดึกคู (หรือคังตอกกุ) ปกติคุยเก่ง ยามต้องสอนจังกึมทำอาหารกลับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก จึงถูกสามีว่ากล่าวเอาคืนเล็กน้อยพอเป็นพิธี ยามหน้าสิ่วหน้าขวาน

“ด้านยอนเซ็ง นางพยายามลอบสอนทุกครั้งเมื่อสบโอกาสอ้างเหตุท่องเพราะให้ตนจำ ขณะที่สามารถให้จังกึมได้รับฟังเช่นกัน” (แดจังกึม/หน้า19/เล่ม2)

                ความพยายามอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จได้ ต้องมีเพื่อนที่ดีด้วยจังกึมจึงก้าวสู่ความสำเร็จได้ ยอนเซ็งจึงเป็นยอดกัลยาณมิตรของจังกึม อยากให้เยาวชนไทยจำลักษณะของเพื่อนแท้เช่นนี้ไว้เปรียบเทียบกับเพื่อนที่เราคบหาว่า คนไหนควรหลีกหนี คนไหนควรเข้าใกล้

“ออซันเคียงยอนครานี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นการตีความบทกวีและทายชื่ออาหาร การสอบที่สองนั้นทดสอบจากการปรุงอาหารนั้น ๆ” (แดจังกึม/หน้า119/เล่ม2)

                การสอบเป็นนางวังนั้นเรียกว่า “ออซันเคียงยอน” ที่น่าสนใจคือว่ามีการตีความจากบทกวีด้วย บทกวีถือว่าเป็นรากฐานของวัฒนธรรมทางภาษา การตีความจากบทกวีจึงเป็นการวัดความสุขุมลุ่มลึก ไม่เชื่อลองตีความคำกวีต่อไปนี้ดูนะครับ “เสียงลือเสียงเล่าอ้าง  อันใด พี่เอย  เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า  สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤ พี่  สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ”               

“มารดาที่ต้องการแย่งชามแป้ง และบุตรีที่ต้องการเก็บชามแป้งไว้ ทั้งสองพากันยื้อแย่งกันไปมา ก่อนจะผวาเข้าสวมกอด และระเบิดเสียงคร่ำครวญน่าเวทนา มินจองโฮที่ไม่อาจทนดูได้ จึงแสร้างหันหลังออก” (แดจังกึม/หน้า32/เล่ม2)

                เรื่องประหลาดเหนือความคาดหมายนี้ให้ความรู้สึกเศร้าสร้อยในชะตากรรมของมนุษย์ นางวังไม่อาจมีลูกกับใครนอกจากพระราชาได้ แต่นางวังคนนี้กลับมีลูกสาว เมื่อแม่เกษียณอายุ ลูกสาวต้องการตอบแทนบุญคุณบุพการีเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากลา จึงขโมยแป้งทำขนมของจังกึม ส่วนแม่ต้องการให้ลูกสาวทำให้ถูกต้องโดยให้คืนแป้งแก่จังกึม ในที่สุดจังกึมทนเวทนาไม่ไหวจึงยอมสละแป้งทำอาหารให้สองแม่ลูกไป

“ดูท่าคงเป็นอาหารสมคำว่า “เพียงเพื่อให้เรารอด จะให้คร่าชีวิตผู้อื่นได้อย่างไรกัน” ไม่ผิดเป็นแน่” (แดจังกึม/หน้า33/เล่ม2)

                จึงกึมเสียสละแป้งทำอาหารให้แก่ลูกสาวผู้ต้องการแสดงความกตัญญูต่อแม่ไป ส่วนตัวเองหันกลับมาเผชิญชะตากรรมอันท้าทายอีกครั้ง หากเอาแป้งทำอาหารคืนก็เหมือนกับการเอาตัวรอด คนอื่นจะเดือดร้อนอย่างไรไม่สนใจ ซึ่งเป็นความเห็นแก่ตัว สำนึกแห่งคุณธรรมไม่อนุญาตให้จังกึมทำอย่างนั้นได้