เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้พาคุณแม่ไปตัดแว่นที่คลินิกแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันนั้นคนไข้เยอะมากคะ ขณะที่คุณแม่กำลังนั่งรอตรวจเพื่อตัดแว่น ดิฉันได้อุ้มหลาน ห่างจากที่คุณแม่นั่งรออยู่มาเล็กน้อย เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่า “อุ้มเด็กให้ห่างจากคนไข้นะคะ เกรงว่าเด็กจะติดโรคตาแดง” ทันใดนั้น ดิฉันได้เหลือบเห็นชายกับหญิงคู่หนึ่ง อุ้มเด็กผู้หญิงประมาณ 2 ขวบ ด้วยความรีบร้อนและเข้ามาที่คลินิกแห่งเดียวกัน ที่ดวงตาของเด็กปิดด้วยผ้ากอซ ชายผู้เป็นพ่อกำลังพูดกับเจ้าหน้าที่ถึงประวัติ อาการของเด็ก และจบด้วยคำพูดที่ว่า “ผมทำใจไม่ได้ หากลูกของผมต้องเป็นแบบนั้น” ส่วนหญิงผู้เป็นแม่อุ้มเด็กเดินไปนั่งที่สำหรับคนไข้ ซึ่งใกล้กับคุณแม่ของดิฉัน คุณแม่ของฉันได้พูดคุยกับหญิงผู้นั้นสักระยะหนึ่ง เขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับลูกสาวของเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

     ครอบครัวของเขาทำอาชีพรับจ้างกรีดยาง ในอำเภอคีรีรัฐนิคม สามีของเขาจะทำหน้าที่กรีดยางและเก็บยางเพียงคนเดียว ส่วนขั้นตอนของการทำยางแผ่นนั้น เขาต้องช่วยสามีทำเพราะเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา และหากช่วยกัน ก็จะเสร็จเร็วขึ้น ทุกครั้งที่เก็บยางเสร็จ เขาและสามีต้องทำยางแผ่นที่ด้านหลังของบ้าน ซึ่งเป็นโรงจักร (สถานที่สำหรับทำยางแผ่น) ที่เถ้าแก่สร้างไว้ให้

     ในขั้นตอนของการทำยางแผ่น มีความจำเป็นต้องใช้ ”น้ำยาฆ่ายาง” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “น้ำส้มฆ่ายาง” มาผสมน้ำและนำมาเทใส่ถาดน้ำยางในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้ยางเกิดการแข็งตัว และนำมารีดเป็นยางแผ่นได้เร็ว แต่ขั้นตอนการทำยางของครอบครัวเขาในวันดังกล่าว มันไม่เรียบง่ายเหมือนที่ดิฉันเล่าให้ฟังคะ

     เพราะในวันนั้น เด็กผู้หญิงตัวน้อยซึ่งเคยเห็นพ่อของตน เดินไปที่ลังน้ำยาฆ่ายางและหยิบขวดน้ำยาฆ่ายางมาผสมกับน้ำอย่างทุกวัน ได้วิ่งนำหน้าผู้เป็นพ่อไปที่ลังน้ำยาฆ่ายางด้วยความรวดเร็ว พร้อมทั้งหยิบขวดน้ำยาฆ่ายางขึ้นมา เพื่อต้องการยื่นส่งให้พ่อซึ่งกำลังเดินตามมา แต่เหมือนฝันร้ายเพราะฝาปิดขวดหลุดออกมา และทันทีที่ขวดน้ำยาฆ่ายางหล่นลงพื้น น้ำยาบางส่วนกระเด็นเข้าตาและใบหน้าของเด็กคนนั้นอย่างจัง ผู้เป็นพ่อรีบวิ่งเข้าไปอุ้มลูก ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำยาฆ่ายาง เขารีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด และพาไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ในวันเกิดเหตุ ลูกของเขาสามารถลืมตา เพื่อล้างตาได้อย่างปกติ แต่ในวันรุ่งขึ้น ลูกของเขาไม่สามารถลืมตาได้อีกแล้ว เขาและสามีจึงตัดสินใจมาหาหมอที่คลินิกแห่งนี้

     หลังจากที่คุณแม่ของดิฉันตัดแว่นเสร็จเรียบร้อย พวกเราได้เดินทางกลับบ้าน ที่ทิ้งไว้แต่ความรู้สึกสงสาร และได้แต่ภาวนาว่า “ขอให้เด็กมีดวงตา ที่กลับมามองเห็นได้เช่นเดิม” จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เป็นวิทยาทานชั้นดีให้แก่ดิฉันและครอบครัว ซึ่งมีเด็กเล็กๆ อยู่ในบ้าน ถึงอันตรายของน้ำยาฆ่ายาง และสิ่งหนึ่งที่ดิฉันรับรู้ได้จากชายหญิงคู่นั้น คือความรักของพวกเขาที่มีต่อลูกนั้นมากมายเหลือเกิน...