ผมคิดว่าคุณูปการของ “ครูที่แท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” คือการทำหน้าที่ส่งเสริมให้ศิษย์กล้าคิด กล้าลอง เพื่อการเรียนรู้ และฝึกฝนความสร้างสรรค์ของตนเอง โดยต้องตระหนักว่า ความสร้างสรรค์หรือออกนอกกรอบของตนเองนั้น ต้องไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น ต้องมีความพอดี ในท่าทีที่เคารพต่อความคิดเห็นที่แตกต่างจากของตนด้วย

          สัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการมูลนิธิพูนพลัง คุยกันเรื่องการส่งเสริมให้เด็กยากจนส่วนใหญ่เรียนต่อสายอาชีพ   แทนที่จะเรียนต่อสายสามัญจนจบ ม. ๖ แล้วก็ออกไปทำงานเป็นแรงงานไร้ฝีมือ   แต่เด็กที่จบ ปวช. จะเป็นแรงงานมีฝีมือ เงินเดือนสูงกว่า ฐานะดีกว่า    แต่เด็กก็มักจะไม่อยากเรียน   เพราะอาจรู้สึกว่าการเรียนสายอาชีวะศักดิ์ศรีต่ำกว่า

 

          มีการคุยกันว่า ครูหรือโรงเรียน ก็อาจชักจูงเด็ก (ที่เรียกว่าแนะแนว) ให้เด็กที่จบ ม. ๓ เรียนต่อสายสามัญ เพราะจะทำให้โรงเรียนดูดีกว่า   ผมไม่ทราบว่าที่พูดกันนี้เป็นความจริงแค่ไหน   แต่ทำให้ผมนึกถึงกระแสสังคมกับการเป็นครูที่แท้
 
         
          ผมมีข้อสังเกต (อาจจะผิด) ว่า ในบางกรณีนักเรียนกลายเป็นหมากหรือเครื่องมือของโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน หรือครู ในการสร้างชื่อเสียงให้แก่ตนเอง   เพื่อให้บรรลุ KPI ของโรงเรียน   โดยไม่ได้ตระหนักว่า เมื่อมองอีกมุมหนึ่งนักเรียนส่วนหนึ่งเสียผลประโยชน์   เพราะแทนที่นักเรียนจะได้รับคำแนะนำชักจูงไปเรียนในทางที่เหมาะสมที่สุดต่อตนเอง    กลับถูกแนะแนวเพื่อ KPI ของโรงเรียน หรือเพื่อชื่อเสียงหรือศักดิ์ศรีของโรงเรียน   หรือเพื่อผลงานของครู เป็นเป้าหมายหลัก

 

          ในสังคมไทยเราผู้คนตามกระแสมากไป จนบางครั้งกลายเป็นการทำอย่างตื้นเขิน หรืออย่างเห็นแก่ตัวโดยไม่รู้ตัว   ครูเพื่อศิษย์ โรงเรียนเพื่อศิษย์ ที่แท้จริง ต้องไม่ตื้นเขินในเรื่องการดูแลเอาใจใส่เด็กเป็นรายคน   คำแนะนำหรือกระตุ้นแรงจูงใจในการเรียนต่อ ต้องยึดถือประโยชน์ในชีวิตอนาคตของเด็กแต่ละคนเป็นหลัก ชื่อเสียงของโรงเรียน และของครูต้องเป็นรอง

 

          และผลประโยชน์ต่อชีวิตในอนาคตของเด็กยากจน และสติปัญญาปานกลางนั้น    น่าจะอยู่ที่การได้มีชีวิตที่ดี มีสัมมาชีพ เป็นคนดี และทำประโยชน์ให้แก่ชุมชนเป็นหลัก   รวมทั้งการได้เรียนตามความถนัด ได้ฟันฝ่าชีวิตตามความใฝ่ฝันของตน   ผมคิดว่า สำหรับเด็ก การได้มีชีวิตที่เต็มไปด้วยประกายของความฝันในชีวิตข้างหน้า และได้ใช้ศักยภาพเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญสูงสุด   และครูที่แท้ ต้องช่วยหนุนให้ไฟมานะของศิษย์ลุกโพลง   และช่วยแนะนำให้ความฝันกับความเป็นจริงเข้ามาใกล้กัน   ช่วยให้เด็กแต่ละคนกล้าที่จะฝันแตกต่างไปจากคนอื่น

 

          ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิพูนพลังครั้งที่กล่าวถึงนั้น   เลขา (ประธานตัวจริง) เล่าให้ฟังว่า    ในการประกวดเรียงความครั้งที่ผ่านมา    มีเด็กชั้น ป. ๖ ชนะที่ ๑ โดยชนะเด็กชั้น ม. ต้นด้วยซ้ำไป   โดยที่คุณค่าของผลการตัดสินไม่ได้อยู่ที่การให้/ได้ รางวัล   แต่อยู่ที่การให้/ได้ ความมั่นใจของเด็กที่ได้ที่ ๑   เพราะครูเล่าว่า เมื่อเด็กคนนี้เขียนแล้วก็ไม่มั่นใจ คิดถอดใจ บอกครูว่าขอเปลี่ยนใจไม่ส่งเข้าประกวด เพราะคิดว่าตนเขียนไม่ตรงกับแนวของคนอื่น   โชคดีที่ครูเกลี้ยกล่อมให้ส่งเข้าประกวดได้สำเร็จ   เพราะเมื่อคณะกรรมการ (ด็อกเตอร์อายุเกือบ ๔๐ เกือบทั้งหมด) ได้อ่านก็ชอบ    เพราะมีมุมมองที่แตกต่าง และเป็นมุมมองที่ดี   เมื่อเด็กคนนี้รู้ผล ก็เกิดความมั่นใจ ต่อการคิดนอกกรอบเดิมๆ

 

          ผมคิดว่าคุณูปการของ “ครูที่แท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” คือการทำหน้าที่ส่งเสริมให้ศิษย์กล้าคิด กล้าลอง เพื่อการเรียนรู้ และฝึกฝนความสร้างสรรค์ของตนเอง    โดยต้องตระหนักว่า ความสร้างสรรค์หรือออกนอกกรอบของตนเองนั้น ต้องไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น   ต้องมีความพอดี ในท่าทีที่เคารพต่อความคิดเห็นที่แตกต่างจากของตนด้วย

 

          ครูเพื่อศิษย์ ต้องกล้าฝืนกระแสสังคม ในการทำเพื่อศิษย์    และต้องสนับสนุนให้ศิษย์กล้าฝืนกระแสสังคม โดยไม่ละเลยต่อการแสดงความเคารพความแตกต่าง   

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๘ มิ.ย. ๕๓