การเริ่มต้นฝึกสอนในครั้งแรกของชีวิต ข้าพเจ้าได้ตัดสินใจที่จะไปฝึกสอนที่โรงเรียนวัดสวนดอก เพราะเป็นโรงเรียนที่มีเฉพาะแผนกปฐมวัย และแผนกประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าต้องได้สอนหนังสือให้เด็กนักเรียนแน่นอน แล้วก็เป็นไปตามที่ข้าพเจ้าคิดไว้ วันแรกของการฝึกสอนก็จะได้รับการต้อนรับจากคุณครูฝ่ายวิชาการ เป็นผู้ชี้แนะและให้คำปรึกษาในด้านการจัดการเรียนการสอนให้แก่ข้าพเจ้า ซึ่งในการฝึกสอนครั้งนี้มีนักศึกษาจากป.บัณฑิต วิชาชีพครู จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ จำนวน 3 คน ไปฝึกสอนโรงเรียนวัดสวนดอก ทุกคนก็ได้รับตารางสอนและแบ่งหน้าที่การสอนตามช่วงชั้นที่ถนัดในการสอน และแต่ะละก็มีคุณครูพี่เลี้ยงค่อยให้คำปรึกษาในการเขียนแผนการเรียนการสอนในแต่ละรายชั่วโมง คุณครูพี่เลี้ยงของข้าพเจ้าใจดีมากค่ะ และท่านก็ได้ให้ความรู้และให้ความเมตตาเป็นอย่างดีค่ะ
ข้าพเจ้าได้สอนในช่วงชั้นที่ 2 คือ ประถมศึกษาที่ 4 - 6 สอนวิชาวิทยาศาสตร์ เด็กนักเรียนที่โรงเรียนวัดสวนดอก เป็นเด็กค่อนข้างยากจน และเป็นเด็กต่างด้าวที่อพยพย้ายตามผู้ปกครองมา ยังไม่ได้สัญชาติ บางคนก็ไม่มีนามสกุล และมีเด็กพิเศษมาเรียนร่วมกัยเด็กปกติ (เป็นเด็กที่ความพร้อมทางด้านสมองช้ากว่าปกติ) ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้สอนเด็กนักเรียนคนนี้ด้วยค่ะ
ความรู้สึกของข้าพเจ้าที่ได้เป็นคุณครูในช่วงเวลาที่ฝึกสอน ข้าพเจ้าคิดว่าอาชีพ คุณครูเป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ มีความทุ่มเท และต้องมีความมุ่งมั่นที่จะให้เด็กนักเรียนได้รับความรู้และความเข้าใจในเนื้อหา และกิจกรรมการเรียนรู้ ที่คุณครูเป็นผู้สอน และที่สำคัญ คือ มีคุณธรรม ยิ่งเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาจะสอนยากมากในความรู้สึกของข้าพเจ้า เด็กจะเล่นไม่ค่อยสนใจเรียน ปัญหา คือ จะคุมเด็กนักเรียนไม่ค่อยได้ สภาพการเรียนการสอนที่โรงเรียนนี้จะไม่ค่อยเคร่งครัดมาก จึงทำให้เด็กติดนิสัยที่จะเล่น ดูโทรทัศน์ ในระหว่างที่ยังเรียนอยู่หรือยังไม่หมดชั่วโมงเรียน ณ เวลานี้ ข้าพเจ้ามีความตั้งใจที่จะสอนให้เด็กนักเรียนได้รับความรู้และความเข้าใจ ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้นำไปเป็นความรู้พื้นฐานในการเรียนขั้นสูงต่อไปค่ะ
หนทางยังอีกยาวไกล ขอเพียงใจที่เข้มแข็ง ;)...
หนูเอ๋ย ชีวิตครูของหนูแค่เพิ่งเริ่มต้น เด็กสวนดอกเดี๋ยวนี้ดีกว่าเมื่อก่อนมากมาย แต่ถ้าหนูฉลาดนะก็จะไม่ตำหนิผู้ที่ให้หนูผ่านความเป็นครูหรอก เพราะทุกอย่างจะเป็นครูทั้งหมด แล้วหนูแต่ละคนที่มาฝึกสอนแต่ละคนก็มีฤทธิ์เฉพาะตน ไม่ใช่ย่อย คิดไปแล้วก็เป็นห่วงอนาคตครูและการศึกษาไทย