พรุ่งนี้ก็สายเกินไป คงเป็นคำพูดที่คุ้นหูของทุกคน

       สวัสดีค่ะพี่น้องๆทุกท่าน ดิฉันเขียนบันทึกเรื่องนี้หลายครั้งแล้วแต่ก็ลบทิ้งทุกครั้งเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเพราะเรื่องยาวมากเป็นอันว่าบันทึกนี้ต้องการสื่อให้พี่น้องทุกท่านที่ plan ไว้ว่าจะทำอะไรแล้วยังไม่ได้ทำอย่าได้ผลัดวันประกันพรุ่งอีกเลยนะคะ เพราะอาจจะ "สายเกินไป"ก็ได้ค่ะ สืบเนื่องจากที่ดิฉันได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้านทำให้นึกถึงบุคคลคนหนึ่งซึ่งอยู่ในใจเสมอคือท่านผอ.ว่าที่ร้อยโทนายแพทย์สุรพงษ์ ชาวงษ์ ค่ะ ท่านเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลบรบือตั้งแต่ปี 2532 ถึง ปี 2552 ท่านเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความฉลาดหลักแหลม คิดเร็ว ทำเร็วในสมองท่านเหมือนมีลูกคิดติดไว้ตลอดเวลาคิดอะไรได้ตอนไหนก็สั่งการเมื่อนั้นเพราะกลัวลืม ท่านนำพาพวกเราผ่านการประเมินคุณภาพทั้งHA และ HPH เป็นโรงพยาบาลแรกของจังหวัดมหาสารคาม ดิฉันประทับใจคำพูดของท่านที่ว่า "งานคุณภาพไม่ใช่เรื่องยาก ใครมีหน้าที่ทำอะไร ทำตรงนั้นให้ดีที่สุด รู้ให้ลึก ทำให้จริง ไม่ว่าจะมีการประเมินเมื่อไหร่เราต้องพร้อมทุกเมื่อ หมอไม่อยากเห็นภาพที่เมื่อไหร่จะมีการประเมินแล้วพวกเราอดหลับอดนอนทำงาน นั่นไม่ใช่คุณภาพ" ท่านค่อนข้างเอาจริงและเคร่งครัดในเรื่องที่มอบหมายให้ใครทำอะไร จำได้หมด ใครทำผิดจะถูกเรียกไปตักเตือนทันที จนเป็นที่เรียกกันติดปากว่า "อยากเข้าห้องแอร์หรือไง"จริงๆแล้วถ้าเราทำงานไม่ต้องกลัวอะไรเพราะท่านเป็นคนที่มีเหตูผล มีอะไรก็ปรึกษาได้แต่ไม่มีใครกล้าแค่นั้นเอง ถ้าบอกว่าผอ.เรียกก็ตกอกตกใจไม่เป็นอันทำงาน ตอนที่ประเมินงานสุขศึกษาไม่ผ่านท่านก็เรียกประชุม ขออาสาสมัครมาทำงาน1 คน ทุกคนก็ชี้มาที่ดิฉัน ก็หวั่นๆเหมือนกันเพราะโรงพยาบาลบรบือยังไม่เคยผ่านการประเมินงานสุขศึกษาสักครั้ง ดิฉันก็อยากลองดูทั้งๆที่มีคนท้วงติงว่า "มันยากอยู่นะอย่าหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า"ตอนที่เสนอแผนท่านก็ไม่เห็นด้วยถึงต่อว่า"ไอ้น้อยนี่พูดไม่รู้เรื่องหมอบอกให้ทำแบบนี้ๆๆๆ"ดิฉันก็เถียงท่านว่า"ท่านผอ.นั่นแหละพูดไม่รู้เรื่อง ถ้าจะให้น้อยทำก็ต้องปล่อยให้ตัดสินใจเองซิ เอางี้นะ น้อยขอเวลา 1 ปี จะทำให้เต็มที่ถ้าประเมินไม่ผ่านน้อยลาออกแล้วให้คนอื่นมาทำแทน แต่ถ้าผ่านถือว่าหลักการของน้อยถูกต้อง ท่านผอ.ต้องยอมรับแบบไม่มีเงื่อนไข ขอสนับสนุนงบประมาณต้องอนุมัติหมด และขอความร่วมมืออะไรต้องได้"เจอแบบนี้ท่านก็อึ้งเอาวะลองดู แล้วก็ผ่านการประเมินภายใน 1 ปีจริงๆ ท่านหัวเราะชอบใจยิ้มแก้มปริ เออว่ะ มันทำได้จริงๆ จากนั้นมีปัญหาอะไรท่านจะถามความเห็นดิฉันตลอด มาพักหลังท่านเครียดหนักเรื่องการประเมิน ซี 9 เพราะท่านไม่มีวุฒิบัติ ดิฉันก็เลยต่อว่า"เห็นมั๊ยล่ะบอกให้ไปเรียนต่อไม่ยอมไปเฝ้าสมบัติอยู่นี่แหละ"แล้วท่านก็ตัดสินใจไปอบรมหลักสูตรระยะสั้น ท่านได้ซี 9 สมใจ คุยกับดิฉันว่า "ปีนี้หมอมีความสุขที่สุด หมอพอแล้ว ทุกอย่างลงตัวลูกปลาได้บรรจุเป็นข้าราชการ ตั้มสอบติดแพทย์ ปีนี้โรงบาลเราจะมีงานใหญ่นะ หมอจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี คือวันที่27 ธันวาคมจะเป็นวันคล้ายวันเกิดท่านพวกเราจะจัดงานปีใหม่ในวันนี้ทุกคนจะได้รับของขวัญกันถ้วนหน้า เด็กๆที่มาร่วมงานก็จะได้รับตุ๊กตาเป็นของขวัญ และปีนี้ดิฉันก็เตรียมของขวัญให้ท่านด้วยซึ่งปกติไม่เคยให้เพราะคิดว่าท่านมีพร้อมทุกอย่างแล้วแค่เรากล่าวอวยพรท่านก็ดีใจแล้วล่ะดิฉันรวบรวมภาพกิจกรรมของท่านทุกงาน รวมทั้งภาพเคลื่อนไหวใส่CD ,VCD และรวบรวมเพลงที่ท่านชอบทุกเพลงไว้แล้ว แถมทำปฏิทินภาพครอบครัวให้ด้วย กะว่าได้เซอร์ไพรแน่ๆ มีวันหนึ่งท่านเรียกดิฉันไปบอกว่า "หมอจะให้ห้องทำงานใหม่นะเลือกเอาว่าจะเอาห้องไหน "ดิฉับอกไม่เอาท่านก็ว่า "นึกถึงอนาคตด้วยซิจะอยู่แค่นี้เหรอ" ก็คิดในใจนึกทำไมจะรีบไปไหน วันหนึ่งดิฉันจัดรายการเสียงตามสายมีการขอฟังเพลงเหมือนจัดรายการวิทยุ พอดิฉันเปิดเพลงของเดวิดที่มีเนื้อหาว่า"ฝากแฟนผมด้วย ช่วยดูแลน้องเค๊าที" ท่านก็ให้เลขาฯโทรฯตามดิฉันไปพบบอกว่า "เพลงนี้แหละหมอชอบไอ้น้อยเปิดให้ฟังทุกวันหน่อยนะ" ดิฉันก็ถามว่าโทรฯมาเพื่อที่จะบอกแค่นี้นะ" ประมาณบ่นว่างั้นเถอะท่านก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีว่า "ใช่" ดิฉันก็บ่นต่อ"แค่นี้ก็ต้องตามด้วยนึกว่าเรื่องอะไร คนกำลังทำงานอยู่"ท่านคงขำท่าทางของดิฉันก็เลยหัวเราะชอบใจ ดิฉันไม่ได้เปิดเพลงนั้นอีกเพราะอยากแกล้ง 1 สัปดาห์ผ่านไปก็ลืมพอวันศุกร์ท่านเข้าประชุมเรื่องงบประมาณที่จังหวัดท่านเครียดมาก ปกติเลิกประชุมท่านจะมาออกกำลังกายกับพวกเรา(บ่ายสามครึ่งจะมีกิจกรรมออกกำลังกาย)แต่วันนี้ไม่มาทุกคนเข้าใจว่าท่านคงอยากพักผ่อน จนถึง 6 โมงเย็นภรรยาท่านจึงให้ลูกสาวไปตามที่ห้องเพราะได้เวลาไปคลินิกแล้ว ลูกสาวไปเจอท่านในสภาพน้ำลายฟูมปาก แขนขาข้างขวาอ่อนแรงรู้ตัวดีแต่พูดไม่ได้  ก็รีบนำส่งโรงพยาบาลศรีนครินทร์ พอน้องที่ห้องคลอดโทรฯบอกดิฉันตกใจมากร้องไห้ใหญ่ เป็นอันว่าทุกคนไม่เป็นอันทำงานแบ่งหน้าที่กันทำทุกวิธีไม่ว่าจะเป็นการบนบานสานกล่าว พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ทุกอย่าง  คนทรงบอกว่า"ถึงเวลาแล้ว ใครก็ช่วยไม่ได้"ทุกคนใจไม่ดีจัดรถเข้าขอนแก่นเที่ยวละ 3 คัน คือไป-กลับตลอดทั้งวันไม่มีปาฏิหารย์ท่านจากไปอย่างสงบโดยไม่ได้ร่ำลาใครในวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2552 อีกแค่ 10 วันก็จะได้ฉลองวันเกิดที่ยิ่งใหญ่แล้ว แต่มัจจุราชก็ไม่มีเวลาให้ท่าน ดิฉันจัดรายการวิทยุไม่ได้1 เดือนเต็มๆ พูดไปร้องไห้ไป เปิดเพลงที่เตรียมให้ท่าน 1 เดือนและไว้ทุกข์ให้ท่านจนครบ 100 วัน ไปร่วมงานศพท่านทุกวัน แต่ไม่มีอะไรทดแทนได้ ดิฉันรู้สึกผิดมากแค่ท่านขอฟังเพลง ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆก็ทำให้ท่านไม่ได้ จึงอยากฝากเรื่องนี้ไว้เตือนสติทุกท่านว่า ถ้าคิดจะทำอะไรก็ทำเลย เพราะ พรุ่งนี้อาจจะ "สายเกินไป "ก็ได้ค่ะ                                  

                            ทำบุญที่โรงพยาบาล

                      กิจกรรมOD ปีที่แล้ว (ภรรยา และ ลูกสาว) ค่ะ

                      ซ้อมกีฬากับพวกเราก่อนเสียชีวิตไม่ถึงสัปดาห์

                                กิจกรรมวันแม่ 12 สิงหาคม 2552

      ฝากไว้แต่ความทรงจำที่ดีดี จบบัดนี้พวกเรายังพูดคุยถึงเรื่องราวของท่านอยู่ทุกวัน วีระกรรมที่ท่านสร้างเป็นตัวอย่างของผู้นำที่ดี ไม่รู้ว่าเพลงที่ท่านขอจะเป็นลาง "ฝากแฟนผมด้วย ช่วยดูแลน้องเค๊าที" เปิดตอนนี้ก็สายไปแล้วน้อยเอ๊ย