การประชุมคณะทำงานจัดทำหนังสือประวัติครูของคุรุสภาเมื่อวันก่อน(24 มิย.) ที่ประชุมได้พิจารณาประวัติของนายภาณุพงศ์  คิดอ่าน อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ จังหวัดลำปาง ที่คณะทำงานฯได้คัดเลือกให้เขียนลงในหนังสือประวัติครูปีนี้ และมอบให้ผมเป็นผู้เขียน ซึ่งท่านเพิ่งวายชนม์ไปเมื่อไม่นานนี้ และ      ผมเห็นว่าท่านผู้นี้เป็นทั้งครูและผู้บริหารที่ดีที่น่าจะเป็นแบบอย่างสำหรับคนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี จึงขอนำประวัติท่าน(ที่ผมเขียน)มาแบ่งปันกันในบล็อกอีกทางหนึ่งครับ

     นายภาณุพงศ์  คิดอ่าน(เดิมชื่อกมล) เกิดเมื่อวันที่  7  มกราคม พ.ศ. 2497  ที่ตำบลวังเหนือ  อำเภอวังเหนือ  จังหวัดลำปาง  เป็นบุตรคนที่ 4 ของนายแก้ว  นางบุญช่วย  คิดอ่าน  มีพี่ 3 คน คือ  นายสัมพันธ์(ถึงแก่กรรม)  ดาบตำรวจเกษม  และนายกำธร คิดอ่าน มีน้อง 2 คน คือ ดาบตำรวจสากล  คิดอ่าน และนางวัชรี  เมืองยศ
     นายภาณุพงศ์เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ  อำเภอวังเหนือ  เมื่อ พ.ศ. 2503 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  พ.ศ.2507 แล้วเข้าเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนวังเหนือ จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 เมื่อ พ.ศ. 2510  จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2513 เนื่องจากนายภาณุพงศ์เป็นเด็กที่เรียนหนังสือดี จึงได้รับคัดเลือกให้เป็นนักเรียนทุนของอำเภอวังเหนือไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี(มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงในปัจจุบัน) ได้รับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา(ป.กศ.) เมื่อ พ.ศ. 2515 แล้วออกมาเป็นครูตามเงื่อนไขของทุนที่กำหนด  ในระหว่างรับราชการก็ได้ศึกษาด้วยตนเอง และสอบได้ประกาศนียบัตรครูพิเศษมัธยม(พ.ม.) เมื่อ พ.ศ. 2520  ต่อมาก็ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยครูลำปาง(มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปางในปัจจุบัน) ได้รับปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต(ค.บ.) สาขาการบริหารการศึกษา เมื่อ พ.ศ.2527  ระหว่างเป็นผู้บริหารโรงเรียนก็ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3 ให้ไปศึกษาดูงานด้านการบริหารการจัดการภายในโรงเรียน ที่ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ใน พ.ศ. 2548  ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนใน พ.ศ. 2549 ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ใน พ.ศ. 2550 และประเทศมาเลเซีย ในพ.ศ.2551       
               นายภาณุพงศ์เริ่มเข้ารับราชการในตำแหน่งครูจัตวา อันดับ 2  เมื่อ พ.ศ. 2516 ที่โรงเรียนบ้านแม่เย็น อำเภอวังเหนือ  จนถึง พ.ศ. 2521 ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งครู 2 ระดับ 2 ที่โรงเรียนบ้านป่าสัก ในอำเภอเดียวกัน  พ.ศ. 2522 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยครูใหญ่ ระดับ 3 ที่โรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ   พ.ศ. 2524 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ระดับ 3 โรงเรียนบ้านหัวทุ่ง  ในอำเภอเดียวกัน                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        
          จนถึง  พ.ศ. 2525 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นครูใหญ่ ระดับ 4    ต่อมา พ.ศ.2528 ได้ย้ายกลับไปโรงเรียนเดิมในตำแหน่งครูใหญ่ ระดับ 4 ที่โรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ 
จนถึงพ.ศ. 2533 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ระดับ 6  พ.ศ.2535 เป็นอาจารย์ใหญ่ ระดับ 7   และพ.ศ.2540 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนระดับ 8    พ.ศ. 2548  ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านก่อ ในอำเภอเดียวกัน และพ.ศ. 2549 ก็ได้รับการประเมินให้มีตำแหน่งและวิทยฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ    และพ.ศ. 2552 ได้ย้ายกลับไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนืออีกครั้งในตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม  จนกระทั่งถึงแก่กรรม
            ตลอดชีวิตการรับราชการของนายภาณุพงศ์ ตั้งแต่เป็นครูจนกระทั่งเป็นผู้บริหารโรงเรียน ได้อุทิศตนเพื่อพัฒนาการศึกษา ดูแลช่วยเหลือศิษย์ด้วยความรักและความเมตตาต่อศิษย์อย่างจริงใจ  ตลอดจนดูแลพัฒนาชุมชนในอำเภอวังเหนืออันเป็นถิ่นเกิด ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละมาอย่างต่อเนื่อง  ดังที่ นายสัมพันธ์  วงค์เทพ  นักวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นศิษย์คนหนึ่ง  ได้เขียนบันทึกไว้ในเอกสารประวัตินายภาณุพงศ์ ความตอนหนึ่งว่า
          “...ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์และคุ้นเคยใกล้ชิดกับท่านค่อนข้างมากคนหนึ่ง  ได้พบได้เห็นเสมอว่า ท่านเป็นคนสุขุม เยือกเย็น ทุ่มเทในการสั่งสอนอบรมและให้ความเสมอภาคแก่ศิษย์ทุกคน  ท่านได้หล่อหลอมจิตใจพวกเรให้าเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ยามใดที่ศิษย์คนไหนมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนหรือปัญหาส่วนตัว  ท่านจะปลุกจิตสำนึกให้พวกเราคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน ...ลูกศิษย์คนไหนมีปัญหาเรื่องการเรียน นอกจากท่านจะเข้าไปช่วยเหลือโดยตรงและโดยให้เพื่อนช่วยเพื่อนแล้ว ยังได้เข้าถึงผู้ปกครองอีกทางหนึ่ง เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ...หากลูกศิษย์คนไหนที่มีผลการเรียนดี  ท่านจะคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่  จะชี้แนะแนวทางและคอยติดตามผลการเรียนอยู่เสมอ  ข้าพเจ้าก็เป็นศิษย์คนหนึ่งที่ท่านคอยให้คำปรึกษาแนะนำจนมีโอกาสได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น แม้จะจบการศึกษาและมีงานทำที่มั่นคงแล้ว ท่านก็ยังให้ความห่วงใยต่อลูกศิษย์เสมอ  คอยสอบถามถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอยู่เนืองนิจ  จากการที่ข้าพเจ้าได้ติดตามการปฏิบัติงานของท่านได้พบว่า  ไม่ว่าท่านได้ไปสอนหรือไปบริหารงานในโรงเรียนใด ก็จะเป็นที่เชื่อมั่น ยอมรับของผู้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานในทุกระดับ รวมทั้งผู้ปกครองนักเรียนก็ให้ความไว้วางใจในตัวท่านเป็นอย่างยิ่ง  ท่านจึงเป็นแบบอย่างที่ดีงามและเป็นที่เชิดชูแก่บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายอย่างไม่มีวันลืมเลือน
          พระมหามิลินท์ อนาคาริโก  รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่วิทยา อำเภอวังเหนือ ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม  แผนกสามัญศึกษา ที่เคยเป็นศิษย์นายภาณุพงศ์อีกคนหนึ่ง   ได้เขียนบันทึกถึงเหตุการณ์ที่เป็นความประทับใจในความเป็นครูของนายภาณุพงศ์ไว้ในเอกสารประวัตินายภาณุพงศ์ ความตอนหนึ่งว่า
       “...ข้าพเจ้าจำได้ว่า เมื่อ พ.ศ.2522 ตอนอายุได้ 7 ปี ถูกบิดาบังคับให้ไปโรงเรียน  จะมีความหวาดกลัวครูและขาดความเชื่อมั่นในตนเองมาก  ประกอบกับเป็นเด็กที่เรียนหนังสือช้า  ครูสอนอย่างไรก็ไม่จดจำ  ไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้เลยแม้แต่ประโยคหรือคำเดียว  จนทำให้ต้องสอบตกซ้ำชั้น  ต่อมาวันหนึ่งในชั่วโมงภาษาไทย ได้เรียนกับคุณครูภาณุพงศ์ ท่านได้ฝึกให้ข้าพเจ้าหัดผสมคำง่ายๆ แล้วฝึกอ่านออกเสียงซ้ำๆ จนทำให้ข้าพเจ้าสามารถอ่านออกเสียงได้เป็นครั้งแรกในชีวิต  ข้าพเจ้ายังจำได้ดีถึงคำแรกที่ที่ท่านสอนให้ข้าพเจ้าสะกดและอ่านออกเสียง คือ  ออ  อิ  อิ  อิ  นอ  อิน, ผอ  อิ  ผิ  ผิ  นอ  ผิน,  รอ  อิ  ริ  ริ  นอ  ริน  นับแต่นั้นมาข้าพเจ้าก็รับรู้ได้ว่า  สมองของข้าพเจ้าได้ถูกเปิดออกแล้ว  แม้ตอนนั้นท่านจะเป็นผู้บริหารโรงเรียนแล้วแต่ท่านก็ไม่ทิ้งการสอนนักเรียน จำได้ว่า หลังพักเที่ยงแต่ละวันท่านจะเรียกนักเรียนชุด ก. ที่หมายถึงนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งข้าพเจ้าก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย มาสอนแบบตัวต่อตัว  ถ้าใครอ่านได้ก็จะได้รับรางวัล  รับคำชม  จึงทำให้ข้าพเจ้าอ่านและเขียนคล่องขึ้น  จนในที่สุดต่อมาข้าพเจ้าได้ถูกเสนอชื่อให้เข้าประกวดอ่านไทย ที่โรงเรียนอนุบาลวังเหนือ เป็นครั้งแรก  และท่านก็ขับรถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ไปส่งและไปรับข้าพเจ้าด้วยตนเอง  แม้จะไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศแต่ก็ทำให้ข้าพเจ้าภาคภูมิใจและซาบซึ้งใจในความเป็นครูของท่านอย่างที่สุด...”
          นายภาณุพงศ์ เป็นผู้บริหารที่มีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่สูง  จะมาปฏิบัติงานแต่เช้า มาก่อนใครๆในโรงเรียน และกลับทีหลังทุกคนเป็นประจำ  ดังที่
พระมหามิลินท์  อนาคาริโก
ได้เขียนไว้ในบันทึกฉบับเดียวกันความตอนหนึ่งว่า
      “...เนื่องจากโรงเรียนที่ ผอ.ภาณุพงศ์ทำงานอยู่นั้นอยู่หน้าวัดแม่สุขนอกที่ข้าพเจ้าเป็นเจ้าอาวาสพอดี  เดินข้ามถนน 5-6 เมตรก็ถึงแล้ว  ทุกเช้าที่ข้าพเจ้าตื่นมากวาดลานวัดก็มักเห็นท่านมาโรงเรียนแต่เช้าเสมอ  บางทีมาก่อนภารโรงด้วยซ้ำ แน่นอนท่านมาก่อนครูเวร หรือครูน้อย(ผู้ใต้บังคับบัญชา)เสมอ  ข้าพเจ้าอยากจะถามท่านตั้งหลายครั้งแล้วว่า ทำไมท่านเป็นถึงผู้บริหารแต่กลับมาโรงเรียนเช้าทุกวัน  เวลากลับก็กลับทีหลังเสมอ...”
       ด้านการบริหารโรงเรียน  นายภาณุพงศ์จะเน้นการบริหารและการทำงานที่อาศัยความร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนและชุมชน ให้ทุกคนมีความสุขกับการปฏิบัติงาน  นายภาณุพงศ์มีภาวะผู้นำในการบริหารงานทุกด้าน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นผู้นำทางด้านวิชาการ  นายภาณุพงศ์จะสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้ครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้พัฒนาการเรียนการสอนอย่างเต็มกำลังความสามารถ  ตลอดจนการเอาใจใส่ดูแลช่วยเหลือนักเรียนทั้งด้านการเรียน ด้านความประพฤติ และชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์สูงสุด   โดยนายภาณุพงศ์จะร่วมมือกับครูในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา  พร้อมทั้งส่งเสริมให้ครูจัดทำแผนการสอน  การใช้สื่อ  การใช้ห้องปฏิบัติการต่างๆ  มีการจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อม  แหล่งเรียนรู้  สิ่งอำนวยความสะดวก และสาธารณูปโภค เพื่อให้โรงเรียนน่าอยู่น่าเรียนและเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างเต็มที่  นอกจากนี้นายภาณุพงศ์ยังคอยติดตามข่าวสาร รวมถึงเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้พัฒนาการศึกษาให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ
         ด้วยบุคลิกส่วนตัวของนายภาณุพงศ์ที่เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  ยิ้มง่าย  ร่าเริงแจ่มใส มีน้ำใจให้กับทุกคน ตลอดจนการวางตนได้อย่างเหมาะสม และมีความโดดเด่นในการปฏิบัติงาน ทำให้นายภาณุพงศ์ จึงเป็นที่รักและศรัทธาของผู้บังคับบัญชา เพื่อนผู้บริหาร  ครู  นักเรียน  ผู้ปกครอง และชุมชนตลอดมา  ซึ่งในเรื่องนี้ นายเสน่ห์  เจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชานายภาณุพงศ์  ได้เขียนถึงนายภาณุพงศ์ไว้ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพนายภาณุพงศ์  ความตอนหนึ่งว่า
      “...ผมแอบชมเชยในใจอยู่ว่า  ท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในเรื่องของการงานราชการ  กิริยามารยาท  การวางตัว...ความเป็นผู้มีน้ำใจ  ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณและความเป็นมิตรกับทุกคน...”
        นายวรชาติ  แก้วประภา  ผู้อำนวยการโรงเรียนปงวังวิทยา  ซึ่งเป็นนายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครูอำเภอวังเหนือ  ได้เขียนยืนยันถึงคุณงามความดีของนายภาณุพงศ์ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกัน ความตอนหนึ่งว่า
      “...ตลอดระยะเวลาที่รู้จัก คุ้นเคยและร่วมงานกับท่านผู้อำนวยการภาณุพงศ์  คิดอ่าน  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517  จนถึงปัจจุบัน  รับประกันได้ว่า  เป็นบุคคลที่ตั้งมั่นอยู่ในคุณความดี  มีคุณธรรมจริยธรรม  มีอุดมการณ์ในการทำงานสูง  ซื่อสัตย์สุจริต  เป็นที่รักใคร่แก่ญาติสนิทมิตรสหายและเพื่อนร่วมงานทุกระดับ...”
       นายภาณุพงศ์ มีผลงาน ที่ปรากฏจากการเป็นผู้บริหารโรงเรียน  เช่น  พ.ศ.2551 โรงเรียนบ้านก่อได้รับเกียรติบัตรรับรองมาตรฐานการศึกษา จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งด้านปฐมวัยและประถมศึกษา  พ.ศ.2552 ได้รับแต่งตั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3 ให้เป็นประธานกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษา กลุ่มวังใต้ทรายคำ   นอกจากนี้ยังได้รับแต่งตั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3 ให้ปฏิบัติงานสำคัญอีกหลายเรื่อง  เช่น เป็นวิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา  เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินผลงานทางวิชาการ งานเบิกฟ้าการศึกษาลำปาง เขต 3  เป็นคณะกรรมการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะครูชำนาญการและครูชำนาญการพิเศษ  เป็นคณะกรรมการติดตามประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น
      เครื่องราชอิสรยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับพระราชทาน  คือ  ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก  ทวีติยาภรณ์มงกุฏไทย  และเหรียญจักรพรรดิมาลา
     นายภาณุพงศ์สมรสกับนางสาวประทิน  อินต๊ะเสน  เมื่อ พ.ศ. 2523  มีบุตร 2 คน คือ  นางสาวณัฐรดา และนางสาวภคินี  คิดอ่าน
     นายภาณุพงศ์ มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และพบว่าสุขภาพเป็นปกติเสมอมา  แต่ใน พ.ศ. 2552 พบว่ามีความผิดปกติที่ทรวงอก  แพทย์สันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะกระดูกสันหลังเริ่มคด  ซึ่งนายภาณุพงศ์ก็ยังดูแข็งแรง  ร่าเริง อารมณ์ดีเหมือนเดิม  และยังคงทำงานหนักต่อไปตามปกติ  จนกระทั่งวันที่ 17  มกราคม  พ.ศ.2553  มีอาการท้องเสียและเจ็บหน้าอกอย่างผิดปกติ  จึงถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย  แต่แพทย์เป็นห่วงเรื่องอาการเจ็บหน้าอกจึงรีบนำส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่  ซึ่งแพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่ากล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แล้วให้รับประทานยาและให้พักผ่อนเพื่อตรวจในรายละเอียดอีกครั้ง  แต่ต่อมาอีกราว 1 ชั่วโมง ในวันเดียวกัน  ปรากฏว่านายภาณุพงศ์ก็ถึงแก่กรรม แพทย์ลงความเห็นว่า เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน รวมสิริอายุได้  56 ปี  10วัน
                                                                   นายธเนศ  ขำเกิด    ผู้เรียบเรียง

                                       ข้อมูลอ้างอิง
            1.หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ  นายภาณุพงศ์  คิดอ่าน  วันจันทร์ที่  25  มกราคม  พ.ศ. 2553 ณ สุสานบ้านแม่สุขวังเหนือ  อำเภอวังเหนือ  จังหวัดลำปาง
          2. เอกสารประวัติครูที่ดี  มีจรรยาบรรณและเคยสร้างคุณประโยชน์แก่การศึกษา ด้านการบริหารการศึกษา  นายภาณุพงศ์  คิดอ่าน  รวบรวมโดย โรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ
         3. เอกสารและแผ่นซีดีบันทึกประวัติเพิ่มเติมของนายภาณุพงศ์  คิดอ่าน
         4. คำให้สัมภาษณ์ของนางประทิน  คิดอ่าน  ภรรยาของผู้วายชนม์