การประชุมคณะทำงานจัดทำหนังสือประวัติครูของคุรุสภาเมื่อวันก่อน(24 มิย.) ที่ประชุมได้พิจารณาประวัติของนายภาณุพงศ์ คิดอ่าน อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ จังหวัดลำปาง ที่คณะทำงานฯได้คัดเลือกให้เขียนลงในหนังสือประวัติครูปีนี้ และมอบให้ผมเป็นผู้เขียน ซึ่งท่านเพิ่งวายชนม์ไปเมื่อไม่นานนี้ และ ผมเห็นว่าท่านผู้นี้เป็นทั้งครูและผู้บริหารที่ดีที่น่าจะเป็นแบบอย่างสำหรับคนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี จึงขอนำประวัติท่าน(ที่ผมเขียน)มาแบ่งปันกันในบล็อกอีกทางหนึ่งครับ
นายภาณุพงศ์ คิดอ่าน(เดิมชื่อกมล) เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2497 ที่ตำบลวังเหนือ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เป็นบุตรคนที่ 4 ของนายแก้ว นางบุญช่วย คิดอ่าน มีพี่ 3 คน คือ นายสัมพันธ์(ถึงแก่กรรม) ดาบตำรวจเกษม และนายกำธร คิดอ่าน มีน้อง 2 คน คือ ดาบตำรวจสากล คิดอ่าน และนางวัชรี เมืองยศ
นายภาณุพงศ์เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ อำเภอวังเหนือ เมื่อ พ.ศ. 2503 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พ.ศ.2507 แล้วเข้าเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนวังเหนือ จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 เมื่อ พ.ศ. 2510 จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2513 เนื่องจากนายภาณุพงศ์เป็นเด็กที่เรียนหนังสือดี จึงได้รับคัดเลือกให้เป็นนักเรียนทุนของอำเภอวังเหนือไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี(มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงในปัจจุบัน) ได้รับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา(ป.กศ.) เมื่อ พ.ศ. 2515 แล้วออกมาเป็นครูตามเงื่อนไขของทุนที่กำหนด ในระหว่างรับราชการก็ได้ศึกษาด้วยตนเอง และสอบได้ประกาศนียบัตรครูพิเศษมัธยม(พ.ม.) เมื่อ พ.ศ. 2520 ต่อมาก็ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยครูลำปาง(มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปางในปัจจุบัน) ได้รับปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต(ค.บ.) สาขาการบริหารการศึกษา เมื่อ พ.ศ.2527 ระหว่างเป็นผู้บริหารโรงเรียนก็ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3 ให้ไปศึกษาดูงานด้านการบริหารการจัดการภายในโรงเรียน ที่ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ใน พ.ศ. 2548 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนใน พ.ศ. 2549 ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ใน พ.ศ. 2550 และประเทศมาเลเซีย ในพ.ศ.2551
นายภาณุพงศ์เริ่มเข้ารับราชการในตำแหน่งครูจัตวา อันดับ 2 เมื่อ พ.ศ. 2516 ที่โรงเรียนบ้านแม่เย็น อำเภอวังเหนือ จนถึง พ.ศ. 2521 ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งครู 2 ระดับ 2 ที่โรงเรียนบ้านป่าสัก ในอำเภอเดียวกัน พ.ศ. 2522 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยครูใหญ่ ระดับ 3 ที่โรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ พ.ศ. 2524 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ระดับ 3 โรงเรียนบ้านหัวทุ่ง ในอำเภอเดียวกัน
จนถึง พ.ศ. 2525 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นครูใหญ่ ระดับ 4 ต่อมา พ.ศ.2528 ได้ย้ายกลับไปโรงเรียนเดิมในตำแหน่งครูใหญ่ ระดับ 4 ที่โรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ
จนถึงพ.ศ. 2533 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ระดับ 6 พ.ศ.2535 เป็นอาจารย์ใหญ่ ระดับ 7 และพ.ศ.2540 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนระดับ 8 พ.ศ. 2548 ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านก่อ ในอำเภอเดียวกัน และพ.ศ. 2549 ก็ได้รับการประเมินให้มีตำแหน่งและวิทยฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และพ.ศ. 2552 ได้ย้ายกลับไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนืออีกครั้งในตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม จนกระทั่งถึงแก่กรรม
ตลอดชีวิตการรับราชการของนายภาณุพงศ์ ตั้งแต่เป็นครูจนกระทั่งเป็นผู้บริหารโรงเรียน ได้อุทิศตนเพื่อพัฒนาการศึกษา ดูแลช่วยเหลือศิษย์ด้วยความรักและความเมตตาต่อศิษย์อย่างจริงใจ ตลอดจนดูแลพัฒนาชุมชนในอำเภอวังเหนืออันเป็นถิ่นเกิด ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละมาอย่างต่อเนื่อง ดังที่ นายสัมพันธ์ วงค์เทพ นักวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นศิษย์คนหนึ่ง ได้เขียนบันทึกไว้ในเอกสารประวัตินายภาณุพงศ์ ความตอนหนึ่งว่า
“...ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์และคุ้นเคยใกล้ชิดกับท่านค่อนข้างมากคนหนึ่ง ได้พบได้เห็นเสมอว่า ท่านเป็นคนสุขุม เยือกเย็น ทุ่มเทในการสั่งสอนอบรมและให้ความเสมอภาคแก่ศิษย์ทุกคน ท่านได้หล่อหลอมจิตใจพวกเรให้าเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ยามใดที่ศิษย์คนไหนมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนหรือปัญหาส่วนตัว ท่านจะปลุกจิตสำนึกให้พวกเราคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน ...ลูกศิษย์คนไหนมีปัญหาเรื่องการเรียน นอกจากท่านจะเข้าไปช่วยเหลือโดยตรงและโดยให้เพื่อนช่วยเพื่อนแล้ว ยังได้เข้าถึงผู้ปกครองอีกทางหนึ่ง เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ...หากลูกศิษย์คนไหนที่มีผลการเรียนดี ท่านจะคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่ จะชี้แนะแนวทางและคอยติดตามผลการเรียนอยู่เสมอ ข้าพเจ้าก็เป็นศิษย์คนหนึ่งที่ท่านคอยให้คำปรึกษาแนะนำจนมีโอกาสได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น แม้จะจบการศึกษาและมีงานทำที่มั่นคงแล้ว ท่านก็ยังให้ความห่วงใยต่อลูกศิษย์เสมอ คอยสอบถามถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอยู่เนืองนิจ จากการที่ข้าพเจ้าได้ติดตามการปฏิบัติงานของท่านได้พบว่า ไม่ว่าท่านได้ไปสอนหรือไปบริหารงานในโรงเรียนใด ก็จะเป็นที่เชื่อมั่น ยอมรับของผู้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานในทุกระดับ รวมทั้งผู้ปกครองนักเรียนก็ให้ความไว้วางใจในตัวท่านเป็นอย่างยิ่ง ท่านจึงเป็นแบบอย่างที่ดีงามและเป็นที่เชิดชูแก่บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายอย่างไม่มีวันลืมเลือน”
พระมหามิลินท์ อนาคาริโก รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่วิทยา อำเภอวังเหนือ ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ที่เคยเป็นศิษย์นายภาณุพงศ์อีกคนหนึ่ง ได้เขียนบันทึกถึงเหตุการณ์ที่เป็นความประทับใจในความเป็นครูของนายภาณุพงศ์ไว้ในเอกสารประวัตินายภาณุพงศ์ ความตอนหนึ่งว่า
“...ข้าพเจ้าจำได้ว่า เมื่อ พ.ศ.2522 ตอนอายุได้ 7 ปี ถูกบิดาบังคับให้ไปโรงเรียน จะมีความหวาดกลัวครูและขาดความเชื่อมั่นในตนเองมาก ประกอบกับเป็นเด็กที่เรียนหนังสือช้า ครูสอนอย่างไรก็ไม่จดจำ ไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้เลยแม้แต่ประโยคหรือคำเดียว จนทำให้ต้องสอบตกซ้ำชั้น ต่อมาวันหนึ่งในชั่วโมงภาษาไทย ได้เรียนกับคุณครูภาณุพงศ์ ท่านได้ฝึกให้ข้าพเจ้าหัดผสมคำง่ายๆ แล้วฝึกอ่านออกเสียงซ้ำๆ จนทำให้ข้าพเจ้าสามารถอ่านออกเสียงได้เป็นครั้งแรกในชีวิต ข้าพเจ้ายังจำได้ดีถึงคำแรกที่ที่ท่านสอนให้ข้าพเจ้าสะกดและอ่านออกเสียง คือ ออ อิ อิ อิ นอ อิน, ผอ อิ ผิ ผิ นอ ผิน, รอ อิ ริ ริ นอ ริน นับแต่นั้นมาข้าพเจ้าก็รับรู้ได้ว่า สมองของข้าพเจ้าได้ถูกเปิดออกแล้ว แม้ตอนนั้นท่านจะเป็นผู้บริหารโรงเรียนแล้วแต่ท่านก็ไม่ทิ้งการสอนนักเรียน จำได้ว่า หลังพักเที่ยงแต่ละวันท่านจะเรียกนักเรียนชุด ก. ที่หมายถึงนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งข้าพเจ้าก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย มาสอนแบบตัวต่อตัว ถ้าใครอ่านได้ก็จะได้รับรางวัล รับคำชม จึงทำให้ข้าพเจ้าอ่านและเขียนคล่องขึ้น จนในที่สุดต่อมาข้าพเจ้าได้ถูกเสนอชื่อให้เข้าประกวดอ่านไทย ที่โรงเรียนอนุบาลวังเหนือ เป็นครั้งแรก และท่านก็ขับรถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ไปส่งและไปรับข้าพเจ้าด้วยตนเอง แม้จะไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศแต่ก็ทำให้ข้าพเจ้าภาคภูมิใจและซาบซึ้งใจในความเป็นครูของท่านอย่างที่สุด...”
นายภาณุพงศ์ เป็นผู้บริหารที่มีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่สูง จะมาปฏิบัติงานแต่เช้า มาก่อนใครๆในโรงเรียน และกลับทีหลังทุกคนเป็นประจำ ดังที่
พระมหามิลินท์ อนาคาริโกได้เขียนไว้ในบันทึกฉบับเดียวกันความตอนหนึ่งว่า
“...เนื่องจากโรงเรียนที่ ผอ.ภาณุพงศ์ทำงานอยู่นั้นอยู่หน้าวัดแม่สุขนอกที่ข้าพเจ้าเป็นเจ้าอาวาสพอดี เดินข้ามถนน 5-6 เมตรก็ถึงแล้ว ทุกเช้าที่ข้าพเจ้าตื่นมากวาดลานวัดก็มักเห็นท่านมาโรงเรียนแต่เช้าเสมอ บางทีมาก่อนภารโรงด้วยซ้ำ แน่นอนท่านมาก่อนครูเวร หรือครูน้อย(ผู้ใต้บังคับบัญชา)เสมอ ข้าพเจ้าอยากจะถามท่านตั้งหลายครั้งแล้วว่า ทำไมท่านเป็นถึงผู้บริหารแต่กลับมาโรงเรียนเช้าทุกวัน เวลากลับก็กลับทีหลังเสมอ...”
ด้านการบริหารโรงเรียน นายภาณุพงศ์จะเน้นการบริหารและการทำงานที่อาศัยความร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนและชุมชน ให้ทุกคนมีความสุขกับการปฏิบัติงาน นายภาณุพงศ์มีภาวะผู้นำในการบริหารงานทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นผู้นำทางด้านวิชาการ นายภาณุพงศ์จะสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้ครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้พัฒนาการเรียนการสอนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ตลอดจนการเอาใจใส่ดูแลช่วยเหลือนักเรียนทั้งด้านการเรียน ด้านความประพฤติ และชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยนายภาณุพงศ์จะร่วมมือกับครูในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมให้ครูจัดทำแผนการสอน การใช้สื่อ การใช้ห้องปฏิบัติการต่างๆ มีการจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ สิ่งอำนวยความสะดวก และสาธารณูปโภค เพื่อให้โรงเรียนน่าอยู่น่าเรียนและเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้นายภาณุพงศ์ยังคอยติดตามข่าวสาร รวมถึงเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้พัฒนาการศึกษาให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ
ด้วยบุคลิกส่วนตัวของนายภาณุพงศ์ที่เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยิ้มง่าย ร่าเริงแจ่มใส มีน้ำใจให้กับทุกคน ตลอดจนการวางตนได้อย่างเหมาะสม และมีความโดดเด่นในการปฏิบัติงาน ทำให้นายภาณุพงศ์ จึงเป็นที่รักและศรัทธาของผู้บังคับบัญชา เพื่อนผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนตลอดมา ซึ่งในเรื่องนี้ นายเสน่ห์ เจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชานายภาณุพงศ์ ได้เขียนถึงนายภาณุพงศ์ไว้ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพนายภาณุพงศ์ ความตอนหนึ่งว่า
“...ผมแอบชมเชยในใจอยู่ว่า ท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในเรื่องของการงานราชการ กิริยามารยาท การวางตัว...ความเป็นผู้มีน้ำใจ ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณและความเป็นมิตรกับทุกคน...”
นายวรชาติ แก้วประภา ผู้อำนวยการโรงเรียนปงวังวิทยา ซึ่งเป็นนายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครูอำเภอวังเหนือ ได้เขียนยืนยันถึงคุณงามความดีของนายภาณุพงศ์ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกัน ความตอนหนึ่งว่า
“...ตลอดระยะเวลาที่รู้จัก คุ้นเคยและร่วมงานกับท่านผู้อำนวยการภาณุพงศ์ คิดอ่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 จนถึงปัจจุบัน รับประกันได้ว่า เป็นบุคคลที่ตั้งมั่นอยู่ในคุณความดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีอุดมการณ์ในการทำงานสูง ซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่รักใคร่แก่ญาติสนิทมิตรสหายและเพื่อนร่วมงานทุกระดับ...”
นายภาณุพงศ์ มีผลงาน ที่ปรากฏจากการเป็นผู้บริหารโรงเรียน เช่น พ.ศ.2551 โรงเรียนบ้านก่อได้รับเกียรติบัตรรับรองมาตรฐานการศึกษา จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งด้านปฐมวัยและประถมศึกษา พ.ศ.2552 ได้รับแต่งตั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3 ให้เป็นประธานกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษา กลุ่มวังใต้ทรายคำ นอกจากนี้ยังได้รับแต่งตั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3 ให้ปฏิบัติงานสำคัญอีกหลายเรื่อง เช่น เป็นวิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินผลงานทางวิชาการ งานเบิกฟ้าการศึกษาลำปาง เขต 3 เป็นคณะกรรมการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะครูชำนาญการและครูชำนาญการพิเศษ เป็นคณะกรรมการติดตามประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น
เครื่องราชอิสรยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับพระราชทาน คือ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฏไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา
นายภาณุพงศ์สมรสกับนางสาวประทิน อินต๊ะเสน เมื่อ พ.ศ. 2523 มีบุตร 2 คน คือ นางสาวณัฐรดา และนางสาวภคินี คิดอ่าน
นายภาณุพงศ์ มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และพบว่าสุขภาพเป็นปกติเสมอมา แต่ใน พ.ศ. 2552 พบว่ามีความผิดปกติที่ทรวงอก แพทย์สันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะกระดูกสันหลังเริ่มคด ซึ่งนายภาณุพงศ์ก็ยังดูแข็งแรง ร่าเริง อารมณ์ดีเหมือนเดิม และยังคงทำงานหนักต่อไปตามปกติ จนกระทั่งวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2553 มีอาการท้องเสียและเจ็บหน้าอกอย่างผิดปกติ จึงถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย แต่แพทย์เป็นห่วงเรื่องอาการเจ็บหน้าอกจึงรีบนำส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่ากล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แล้วให้รับประทานยาและให้พักผ่อนเพื่อตรวจในรายละเอียดอีกครั้ง แต่ต่อมาอีกราว 1 ชั่วโมง ในวันเดียวกัน ปรากฏว่านายภาณุพงศ์ก็ถึงแก่กรรม แพทย์ลงความเห็นว่า เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน รวมสิริอายุได้ 56 ปี 10วัน
นายธเนศ ขำเกิด ผู้เรียบเรียง
ข้อมูลอ้างอิง
1.หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายภาณุพงศ์ คิดอ่าน วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553 ณ สุสานบ้านแม่สุขวังเหนือ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง
2. เอกสารประวัติครูที่ดี มีจรรยาบรรณและเคยสร้างคุณประโยชน์แก่การศึกษา ด้านการบริหารการศึกษา นายภาณุพงศ์ คิดอ่าน รวบรวมโดย โรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ
3. เอกสารและแผ่นซีดีบันทึกประวัติเพิ่มเติมของนายภาณุพงศ์ คิดอ่าน
4. คำให้สัมภาษณ์ของนางประทิน คิดอ่าน ภรรยาของผู้วายชนม์
ประวัตินายภาณุพงศ์ คิดอ่าน อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือ จังหวัดลำปาง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครู ป.1 · 26 มิ.ย. 2553
small man · 26 มิ.ย. 2553
ดวงกมล · 26 มิ.ย. 2553
เก่งทุกทาง · 26 มิ.ย. 2553
Pong+Roofman · 26 มิ.ย. 2553
Pong+Roofman · 26 มิ.ย. 2553
Pong+Roofman · 26 มิ.ย. 2553
กระผมในนาม ลูกศิษย์ท่านคนหนึ่งผมเสียใจมากที่ท่านจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ผมอยู่โรงเรียนเดิม ผมกับเพื่อนเรียกท่านว่าครูใหญ่ ท่านเป็นคนที่มีนำใจมากนิสัยดีมากให้คำปรึกษากับนักเรียนทุกคน ไม่ว่าเรื่องเดือดร้อนอันใด
ตอนผมเรียน ป.6 ครูเวรประจำ พุดเสร้จแล้ว พวกเราจะรอว่า ท่านจะพุดอีกหรือไม่ ผมนายโสใส จินตะนา นักเรียนศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านแม่สุขวังเหนือขอให้ท่านหลับให้สบาย
พิมพืชื่อผิดครับ ชื่อโสฬส จินตะนา
คิดถึงผอ.ภาณุพงษ์ มากค่ะ ขอให้ครูหลับสบายนะค่ะ
จากลูกศิษย์นร.บ้านก่อ