โรงแรมหัวหิน บูลเวฟ ยามเช้า

 

               การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นที่ อำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 21-23 มิถุนายน 2553 

 

               สาเหตุที่จัดการสัมมนาขึ้นมาในครั้งนี้   เพราะปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน และในสภาวะที่สังคมมีการแข่งขันและเปลี่ยนไป  ทำให้เกิดปัญหาแก่ประชาชนที่อาจนำไปสู่ความเครียด บางรายหาหนทางในการแก้ปัญหาไม่ได้ จนกระทั้งตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย จะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง และยังจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ  สังคม  รวมถึงการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ต่อไป

 

                กรมสุขภาพจิตเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว ได้มีการจัดตั้งระบบบริการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางโทรศัพท์อัตโนมัติ คือ ระบบสายสุขภาพจิต 1667  ซึ่งเป็นบริการให้ความรู้สุขภาพจิตทางระบบโทรศัพท์ด้วยระบบตอบรับอัตโนมัติ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง  และระบบให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางโทรศัพท์ 1323 เป็นบริการให้คำปรึกษาฯ  โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต  เปิดให้บริการในสถาบัน/โรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ  เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและผู้มีปัญหาสุขภาพจิตได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์ในการดำรงชีวิต  และมีแนวโน้มในการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตของตนเองและผู้ที่ใกล้ชิดได้

 

               นอกจากนั้นประเทศไทยได้เกิดเหตุการณ์ภาวะอุบัติภัยและภัยพิบัติ ทำให้ประชาชนเกิดภาวะเครียด ส่งผลทำให้สูญเสียเป็นจำนวนมาก กรมสุขภาพจิตได้จัดหน่วยไปเยี่ยมเยียน จากภาวะวิกฤติเหตุการณ์ต่าง ๆ ในหลายรูปแบบ จึงมีความจำเป็นจัดให้มีการประเมินผลในครั้งนี้ เพื่อทบทวนระบบ รูปแบบการให้บริการ และการรายงานผลการให้บริการผ่านwebsite รวมทั้งเป็นการบทความในระบบสายสุขภาพจิต 1667 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถนำผลการให้บริการ เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารได้รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ มีคุณภาพ และถูกต้อง

 

พระบิณฑบาตร ริมทะเล บริเวณเขาตะเกียบ หัวหิน

 

วัตถุประสงค์ของการสัมมนาครั้งนี้

                1. ประเมินผลการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ 1667 และระบบโทรศัพท์ 1323

                2. เพื่อปรับปรุงเนื้อหาบทความในระบบสายสุขภาพจิต 1667 ให้สอดคล้องตามสถานการณ์เศรษฐกิจ  การเมืองและสังคมในปัจจุบัน

                 3. เพื่อปรับปรุงรูปแบบระบบการให้บริการและการรายงานผลการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางโทรศัพท์และระบบรายงานอุทกภัยและภัยพิบัติของกรมสุขภาพจิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

บุคลากรกรมสุขภาพจิตถ่ายรูปร่วมกันกับนายแพทย์สุจริต สุวรรณชีพ

ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต

  

                บุคลากรที่เข้าร่วมสัมมนา มีทั้งผู้เรียบเรียงเนื้อหาบทความในสายสุขภาพจิต 1667  ผู้ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตผ่านระบบโทรศัพท์ 1323  ผู้รับผิดชอบดูแลระบบสายสุขภาพจิต 1667 และผู้รับผิดชอบด้านเทคนิคระบบโทรศัพท์  มีจำนวนประมาณ 85 ท่าน จากหน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิต  กระทรวงสาธารณสุข

 

พิธีเปิดการสัมมนา  โดย.นายแพทย์ปภัสสร  เจียมบุญศรี 

รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต

 

                อาจารย์ปภัสสร เจียมบุญศรี กล่าวเปิดการสัมมนา ในครั้งนี้  มีสาระใจความสำคัญมากมาย ซึ่งผู้เขียนไม่สามารถนำเสนอได้ทั้งหมด แต่มีส่วนที่ผู้เขียนอยากถ่ายทอดและบันทึกไว้ คือ อาจารย์พูดถึงองค์ความรู้ ทางด้านสุขภาพจิต หากการให้องค์ความรู้เหล่านี้กับคนที่ไม่รู้หรือไม่เห็นคุณค่า  ก็เปรียบเสมือนการกินอาหารที่ย่อยยาก การกินอาหารที่เป็นพิษ ที่ทำให้ผู้เขียนคิดต่อว่า อาหารที่ย่อยยาก หรืออาหารที่เป็นพิษนั้น แม้นจะบริโภคเข้าไปแล้ว ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ  อาจทำให้ ท้องอืด ท้องเสีย หรือท้องร่วงได้ พาลไม่เป็นผลดีต่อผู้บริโภคทั้งสิ้น

 

                การรับรู้ รับฟังองค์ความรู้ทางสุขภาพจิตก็เช่นกัน หากผู้รับข้อมูลองค์ความรู้ต่าง ๆ  ไม่เข้าใจ หรือสื่อความหมายผิดเพี้ยน  ก็เหมือนกับการพูดคนละภาษา สื่อความกันคนละแบบ หาได้บรรลุจุดมุ่งหมายตามความประสงค์ไม่   อาหารที่ย่อยง่ายต่างหาก จึงเปรียบเสมือนการบริโภคองค์ความรู้ที่สกัดแล้ว ผู้บริโภคสามารถสื่อความหมายและเข้าใจได้ง่าย นั้นเอง

 

                 อาจารย์พูดถึงภาพรวมของการเกิดปัญหา ซึ่งเป็นภาพใหญ่ของชุมชนหรือสังคมที่อยู่  เพราะการเกิดปัญหาในทุก ๆ ด้านนั้น มีผลกระทบที่สามารถทำให้เกิดปมปัญหาในชีวิตได้  แม้กระทั้งการมองปัญหาที่เป็นปัญเจกบุคคล

                อาจารย์พูดว่า "เมื่อสังคมสับสน  ปัญหาที่เป็นเรื่องของตัวบุคคลก็จะรุนแรงขึ้นด้วย"   เพราะฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมทุกวันนี้ ในบางคนที่ไม่คิดว่าน่าจะเป็นปัญหา ก็สามารถเป็นปัญหาใหม่สำหรับพวกเขาเหล่านั้นได้  และนี่คือประเด็นที่ว่าจะทำอย่างไร ให้ปัญหาใหม่สำหรับพวกเขาเหล่านี้ สามารถหาช่องทางหรือทางออกจากองค์ความรู้ที่ได้สกัดแล้ว และนำไปสู่รูปแบบการให้บริการ ในแบบของเนื้อหาความรู้ บทความในสายสุขภาพจิต 1667

 

                 ส่วนข้อจำกัดของการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางโทรศัพท์ มีหลาย ๆ องค์ประกอบ เช่น การไม่เห็นภาษากาย   หรือการไม่เห็นสิ่งแวดล้อมรอบตัวของผู้โทรเข้ามาขอรับคำปรึกษา  ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้ให้คำปรึกษาของกรมสุขภาพจิต จะต้องตระหนักว่า สิ่งที่กระทำลงไปนั้นไม่สามารถให้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังได้ผลเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์  เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องใส่อะไรให้มากเกินจำเป็น  ทั้งในระบบของการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางโทรศัพท์ 1323 และบริการให้ความรู้สุขภาพจิตทางระบบโทรศัพท์ด้วยระบบตอบรับอัตโนมัติ 1667

 

                   อาจารย์ยังบอกอีกว่า..ในประเด็นของการมองปัญหาในแต่ละคน ว่า…แต่ละคนจะมองประเด็นปัญหาต่างกัน

                   ภาษาที่ใช้ ทั้งในระบบของ  1323 และ 1667 บางครั้งมันลึกเกินไป… ขาดความกว้าง  เราจะทำอย่างไรให้สิ่งที่ดำเนินการไปนั้นใช้ได้จริง โดยอาศัยมุมมองของผู้รับบริการเป็นสำคัญ  โดยเฉพาะภาษาที่มีนัยสำคัญต่อผู้รับบริการ ซึ่งเราต้องดูว่า เราจะ approach  ปัญหาของผู้รับบริการได้อย่างไร? โดยคำนึงถึงค่าเฉลี่ยกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่ใช้บริการว่าเป็นกลุ่มไหน ? และสามารถเจาะลึกในประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นได้

 

                  ในส่วนบุคลากรของกรมสุขภาพจิตที่เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ อาจารย์พูดย้ำด้วยว่า 

 

ในขณะที่เราคิดที่จะให้องค์ความรู้แก่ผู้อื่น โปรดอย่าลืม!. ให้องค์ความรู้แก่ตัวเราเองและครอบครัวด้วย  คนที่ปราศจากโรคทางใจนั้น แทบจะหาไม่ได้เลย  ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์และจิตใจ  เราจึงต้องมองและนำองค์ความรู้เหล่านี้ มาดูแลทางด้านจิตใจของพวกเรา และครอบครัวของพวกเราด้วย

 


  

ตลอดระยะเวลาการสัมมนาระหว่างวันที่ 21 – 23 มิถุนายน 2553 มีภาพและบรรยากาศบางส่วนในการสัมมนา ครั้งนี้ แนบท้ายบันทึกฉบับนี้

  

  

 

หลังจากประชุมวันแรก  พอตกเย็น  ทีมก็ชวนกันเดินสำรวจแหล่งเดินชมและซื้อสินค้า ภายในตัวเมืองหัวหิน

 

จุดแรกที่เดินสำรวจเพื่อซื้อสินค้า เป็นตลาดถนนคนเดิน ที่มีสินค้าที่เคยเห็นอยู่บ่อย ๆ เมื่อไปราชการที่เมืองหลวง จึงทำให้รู้สึกว่า ธรรมดา ไม่มีแรงจูงใจ… เพียงแค่เดินผ่าน…และได้เหงื่อมาเต็มแผ่นหลัง

 

ทีมเปลี่ยนจุดหมายใหม่  จากการสอบถาม คนในพื้นที่ พบว่า.. มีแหล่งชื่นชมความหลังของ ตลาดโบราณ แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กับ พระราชวังไกลกังวล 

 

โชเฟอร์พาทีมไปที่หมายใหม่ ที่ห่างจากจุดเดิม ไม่ไกลนัก ประมาณ 1-2 กิโลเมตร จากตลาดที่เดินก่อนหน้านี้

  

ระหว่างทาง สังเกต ปริมาณรถ พบว่า.. มีไม่น้อยเลย นะเนี่ย!!

  

สภาพเมืองหัวหินเปลี่ยนไปมาก ๆ ผู้คนหนาแน่น ผิดหูผิดตา (เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ซึมซับความรู้สึกแบบนี้ เมื่อมีโอกาสได้เห็นวิถีคน วิถีเมือง แบบไม่ต้องประมาณค่าด้วยความรู้สึกแบบเดิมที่ว่าหัวหินคือเมืองเล็ก ๆ เหมือนเมื่อก่อน)

 

เมื่อถึงที่หมาย…..

 

 

 

 ตลาดเพลินวาน ตลาดย้อนยุค ที่หัวหิน

 

สายตาจับต้องรูปทรงตลาด  สไตล์ย้อนยุค ด้วยความรู้สึกตื่นตา(คล้าย ๆ ตลาด เก่า ๆ ในเมืองไทยที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น ตลาดสามชุก ของสุพรรณบุรี ที่เคยชมภาพผ่านสายตาจากบันทึกของคุณจตุพร) ตลาดทำให้เก่าแห่งนี้ คือ ตลาดเพลินวาน

 

ข้าง ๆ ตลาดเพลินวาน มีร้านขายเสื้อผ้าที่ระลึกของหัวหิน  อยู่หลายร้าน

 

ชอบร้านขายเสื้อผ้าร้านนี้

 

 

เสื้อผ้าที่ขาย เป็นผ้าดิบฟอก ลวดลายที่อยู่บนเสื้อผ้าเป็นภาพสิ้นค้าเก่า ๆ บ้าง ดาราเก่า ๆ บ้าง มองดูแล้วล้อกับรูปแบบของตลาดแห่งนี้ดี ทีเดียว… ราคาขายก็ไม่แพง อยู่ในราคาที่ซื้อได้

 

ก่อนเดินเข้าไปภายในตลาดแวะถ่ายรูปหน้าตลาดเป็นที่ระลึกกัน คนละรูปสองรูป

 

 

การได้เข้ามาชื่นชมความเก่าที่สร้างใหม่ จากตลาดแห่งนี้ …คิดว่าคุ้มค่าต่อความรู้สึกมากทีเดียว

 

ความเพลิดเพลินต่อการได้สัมผัสด้วยสายตา และลูบคลำสินค้าที่เคยเห็นเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็นขนมที่เคยกิน เคยจับต้องสมัยเป็นเด็ก  หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง  มันจึงเป็นความสุขทางใจ ที่ได้หวลรำลึกถึงอีกครั้ง

 

 

ร้านเก่า ๆ บางร้าน จะเป็นร้านที่ทำไว้เพื่อโชว์ ถึงความเก่า ๆ ที่หาดูได้ยากแล้ว เช่น ร้านตัดผม โรงรับจำนำ เป็นต้น ..

 

 

ภายในตลาดแห่งนี้ มีสิ้นค้า ที่สามารถซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ …หากหิว หรือกระหาย ก็สามารถลิ้มลอง  รสชาดและสัมผัสบรรยากาศได้เต็มรูปแบบทีเดียว 

 

ชอบมุมนี้

 

มุมนี้ จะมีรถจักรยานคันเก่า ๆ ที่ตกแต่งอยู่หน้าร้าน พร้อม ดอกไม้ และที่ชอบมาก คือ ประตูกระจกขอบสีฟ้า ถูกใจและถ่ายรูปเก็บไว้ น้ำที่ถืออยู่ในมือเดินดื่ม จนเกือบหมดขวด ส่วนถุงที่ถือภายในถุงมีเสื้อผ้าดิบฟอกที่ซื้อติดมือมาด้วย

 

 มุมหนึ่งที่นี่..ตลาดเพลินวาน

 

ท้ายสุดของตลาด จะเห็น หนังกลางแปลง ชิงช้าสวรรค์ และมีมุมของการทดสอบความแม่นยำ อย่างเช่น การปากระป๋องนม การปาเป้า  ปาบอล หรือยิงปืน …

และอีกมุมหนึ่งจะเป็น ถังที่มีไว้ให้ปาสาวน้อยที่นั่งอยู่ตกน้ำด้วย(เห็นเฉพาะถังน้ำแต่สาวน้อยไม่มี)

 

 

ยืนชม…จนอิ่ม และถึงเวลาที่งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา

…ระหว่างทางที่เดินกลับไป ณ จุดเริ่มต้น

พบภาพประทับใจ ที่อดนำมาเก็บไว้ไม่ได้…

 

 

 

ยิ่งชม…ยิ่งซาบซึ้ง และตรึงใจยิ่งนัก

 

 

และยิ่งทำให้รู้สึกว่า…ทำไมคนไทยถึงรักพระองค์ท่าน เหลือเกิน

 

ตลาดแห่งนี้ ตลาดเพลินวาน …จึงเป็นอีกหน้าหนึ่งของชีวิต ที่ได้พานพบ และให้ความรู้สึกที่ดี เมื่อครั้งที่มาราชการที่หัวหิน

 

หากมีโอกาส... คงได้กลับมาชื่นชมที่นี่อีก  ตลาดเพลินวาน…หัวหิน