ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ หรือน้องชิวของผม ที่เปิดโลกของเมฆขึ้น ทำให้ผมได้ความรู้ ได้ผ่อนคลายจากการงานได้มากทีเดียว

ชมรมคนรักมวลเมฆกำลังสนุกกับการแหงนมองท้องฟ้าเพื่อถ่ายรูปเมฆสวยๆมาเผื่อแผ่กัน ผมเองก็เกิดพฤติกรรมใหม่ คือเมื่อเลิกงานแล้วก็ชอบที่จะขึ้นไปบนภูเขาสูงของตัวจังหวัดมุกดาหารที่เรียกว่า ภูมโนรมย์ แล้วก็ชมธรรมชาติต่างๆบนนั้น ซึ่งตอนเย็นๆจะมีกิจกรรมของคนเมืองมุกฯ มาออกกำลังกายกัน ตั้งแต่เยาวชนเอาฟุตบอลมาเตะเบาๆ คนสูงวัยถีบจักรยานเสือภูเขาขึ้นภู และคนเมืองพากันขึ้นไปสูดอากาศ พร้อมดูตัวเมือง ซึ่งบนนั้นเห็นวิวกว้างไกล เช่น แม่น้ำโขง เมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว สะพานมิตรภาพลาว-ไทยแห่งที่สอง หอแก้ว และฯลฯ

สำหรับผมนั้นมีวัตถุประสงค์เฉพาะเรื่องหนึ่งคือดูมวลเมฆ ก็ยามเย็นใกล้ค่ำนั้นสวยงาม บางครั้งโชคดีก็ได้ภาพเมฆสวยๆมาฝากกันครับ

ผมสรุปได้ว่าช่วงที่เหมาะสมคือเวลาหลังเลิกงานจนค่ำ ก็คือประมาณ 17.00-18.30 น.โดยประมาณ ผมพบว่ามีโอกาสเห็นหมวกเมฆหลายครั้ง ช่วงเวลาที่พบบ่อยที่สุดคือ ช่วงเพียงไม่กี่นาทีที่ก่อนพระอาทิตย์จะหมดแสงลงไป

โดยผมจะมองไปทางทิศตะวันตก ดูพระอาทิตย์ตกดินนั่นแหละ หากวันไหนมีก้อนเมฆใหญ่ไม่ว่าจะดำหรือขาวๆดำๆ (ส่วนใหญ่เป็นเมฆดำเพราะเมฆอยู่ระหว่างเรากับพระอาทิตย์) ที่หากเรานิ่งๆแล้วสังเกตก้อนเมฆนั้นจะรู้สึกได้ว่าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยทั่วไปคือเมฆขยายตัว จะขยายไปทางไหน รูปร่างอย่างไร ก็แล้วแต่เหตุปัจจัย ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นคือ ลอยตัวสูงขึ้น สูงขึ้นและเปลี่ยนรูปไปเรื่อยๆ

 

การมองเห็นหมวกเมฆนั้น ประสบการณ์ผมมักจะเห็นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หรือตะวันตกเฉียงใต้ครับ ทางตะวันตกตรงๆก็เห็นแต่โอกาสน้อยกว่าอีกสองทิศดังกล่าว

โดยยอดก้อนเมฆนั้นจะค่อยๆปรากฏกลุ่มละอองเมฆสีขาวลอยฟุ้งครอบยอดก้อนเมฆนั้นๆ ด้วยรูปร่างแตกต่างออกไปแบบไร้รูปแบบ บางทีก็เป็นหมวก หรือ Pileus  บางทีก็ไม่มีรูปทรง

ประการสำคัญคือ บางที มีรุ้งสวย irisation บางทีรุ้งนั้นสีแจ่มชัดมาก บางทีก็จางๆ แต่ส่วนใหญ่ที่ผมพบนั้นจะเป็นขอบเงิน หรือ silver lining มากกว่า ที่พบสีรุ้งนั้นน้อยกว่า หรือกล่าวอีกที ก่อนที่จะเป็นสีรุ้งนั้นมักจะเป็นสีขอบเงินก่อน

ประสบการณ์ที่ชัดเจนคือ ทั้งขอบสีเงินที่เป็นหมวกเมฆ และรุ้งนั้นจะเกิดที่ยอดบนของก้อนเมฆ ที่มีพระอาทิตย์ใกล้ตกดินส่องแสงมากระทบละอองน้ำ ดังนั้นทุกครั้งที่ขับรถตอนเย็นๆ เช่นตอนผมกลับบ้านจากมุกดาหารไปขอนแก่นนั้น ระหว่างทางก็พบหมวกเมฆ และรุ้งสวยครับ อดไม่ได้ที่จะจอดรถข้างทางแล้วก็เอากล้องบันทึกความสวยงามนั้นไว้ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนแปลงในเวลาไม่นานนัก

โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนนี้ตอนเย็นๆจะมีก้อนเมฆใหญ่เกิดขึ้นเสมอ  แน่นอนผมอยู่มุกดาหารก็ต้องขึ้นภูมโนรมย์ หากกลับบ้านก็พยายามดูท้องฟ้า หากประเมินว่าน่าจะมีโอกาสก็จัดการนุ่งกางเกงขาใหญ่ๆ บานๆ (อิอิ..ไม่นุ่งผ้าขาวม้าแล้ว) ใส่เสื้อบ้าง ไม่ใส่เสื้อบ้าง หิ้วกล้องไปนั่งบนหลังคาโน่น  ไม่ใช่คนเมายาบ้านะครับ ไม่ใช่คนเศร้าจะกระโดดหลังคาบ้านนะ

คนมีสติดีดีนี่แหละ แต่อยากไปดูเมฆสวยๆ แล้วถ่ายรูปเอามาฝากกันไง....       (วิธีปีนหลังคาบ้านนี้สงวนลิขสิทธิ์เฉพาะคุณผู้ชายเท่าน้านนน)