๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓

            ขณะที่เขียนจดหมายฉบับนี้ เวลาประมาณสามทุ่ม (คืนวันที่ ๑๘ มิถุนายน) หนูอยู่ในห้องนอนของพ่อกับแม่ พ่อหลับไปแล้ว หนูจึงนั่งพิมพ์จดหมายหาครูค่ะ ตังค์ในโทรศัพท์ไม่มีเงิน จึงเขียนไว้ก่อนมีเน็ตเมื่อไหร่แล้วค่อยเอาขึ้นเป็นบันทึกนะคะ

                เมื่อเช้า ตื่นมาตอนเช้าอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานแต่เช้าเพราะมีนัดเดินทางไปจัดงานประชุมที่จังหวัดมหาสารคาม ไม่ได้ออกกำลังกายและก็ไม่ได้ทำวัตรเช้า (ผิดศีลข้อ ๑ ไม่ดูแลกายใจของตนเองไม่เต็มที่) ขับรถผ่านหน้าบ้านพี่กุ๊ ท่านกวักมือขอร่วมทางมาด้วย พอมาถึงที่ทำงานระลึกกับตนเองว่าเป็นอาการเชื่อง ๆ จึงประคับประคองสติให้อยู่กับลมหายใจ สลับกันการพูดคุยและฟัง เสียงพูดคุยอย่างเฮฮาบรรยายกาศของการเดินทางของทีม Com Med Science สนุกสนานเฮฮา พอถึงโรงแรมแต่ละคนเตรียมงานและทำหน้าที่ของตนเอง หนูปลีกตัวไปตรวจสอบและติดตั้งอุปกรณ์การนำเสนอต่าง ๆ ได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างดีจากพี่ ๆสำนักงานสาธรณสุขจังหวัด ระหว่างทดสอบอุปกรณ์พี่กุ๊เดินมาขอความช่วยเหลือให้ช่วยเป็นพิธีกรดำเนินงาน ครูขา ใจก็รู้สึกหวั่น ๆ แต่ก็ทำค่ะ เตรียมข้อมูล สอบถามและสุดท้ายก็เตรียมใจ พอประธานและผู้กล่าวเปิดงานมาถึง หนูยิ่งตื่นเต้น สั่น เอ่ยตำแหน่งท่านประธานผิด แต่ก็เอ่ยขอโทษแล้วก็เอ่ยใหม่ เป็นอะไรที่ตะกุกตะกักค่ะ แต่ก็ไม่ได้เพ่งโทษตนเอง เพราะได้ทำดีที่สุดแล้ว ณ ห้วงเวลานั้น เหมือนโดนสอบอารมณ์ว่าครองสติได้ดีแค่ไหน

ระหว่างเจอเหตุการณ์กะทันหันแบบไม่ตั้งตัว งานนี้ก็ชี้ชัดว่าสติยังไม่มากพอ แต่ที่เห็นชัดคือ เพ่งโทษตนเองน้อยลง วางข้อผิดพลาดได้เร็วขึ้น ดำเนินงานต่อไปได้แบบว่า สิ่งไหนผ่านแล้วก็ผ่านไป เริ่มใหม่ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะครู นี้คือบททดสอบที่ครูแห่งธรรมชาติมอบให้หนูในวันนี้

                ทานอาหารเที่ยงเสร็จลงไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายของโรงแรม ระหว่างนี้แม่โทรมาถามว่ากลับบ้านไหม รู้สึกได้ว่าท่านอยากให้กลับเพราะคิดถึง หนูจึงตัดสินใจกลับบ้าน โดยขอลงระหว่างทางคือ อำเภอยางตลาดแล้วก็นั่งรถร้อนมาเรื่อย ๆ ถึงบ้านประมาณห้าโมงเย็นค่ะครู ระหว่างทางอากาศร้อนมากทีเดียว หนูจึงซื้อผ้าเย็นมาเช็ดหน้าเช็ดตา เช็ดตัวให้หายเหนอะหนะ รักแร้ก็เริ่มมีกลิ่นตุ ๆ แสดงชัดเจนถึงร่างกายที่เป็นของเน่าไม่น่าหลงไหล พอได้เช็ดด้วยผ้าขนหนูเย็นก็รู้สึกผ่อนคลาย  พอลงรถเดินผ่านตลาดไปไหว้พ่อ แม่ เห็นแววตาเห็นความสุขและเบิกบานของท่านก็รู้สึกชื่นใจ การกลับบ้านทำให้ท่านทั้งคู่เบิกบาน

 

หนูเดินเอาของไปเก็บที่บ้านพี่สาวมานั่งคุยกับพ่อ แม่ที่ตลาด พ่อรู้สึกเมื่อยจึงนวดไหล่ให้ท่านเป็นกิจกรรมที่ทำบ่อย ๆ พ่อชอบให้นวดให้ท่าน หนูก็เต็มใจค่ะครู อย่างน้อยก็เป็นโอกาสได้แทนคุณท่าน นวดไปเรื่อย ๆ หนูสวดมนต์ในใจตามลมหายใจตนเองไปด้วย ระลึกอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรของพ่อ พอเส้นเอ็นเริ่มอ่อนตัวจึงนวดผ่อนคลายให้ท่าน นวดเสร็จแวะไปทานข้าวเย็นกับพี่เขยแล้วพ่อก็มาร่วมวงด้วยทานตำขนมจีนไม่ใช่ชูรส พี่สาวและพ่อดูจะชอบตำขนมจีนที่สั่งมาทานกันอย่างเอร็ดอร่อย เก็บสำรับเสร็จ พี่ตุ๊กชวนไปเยี่ยมลูกค้าที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม

                ผู้ป่วยเป็นลูกค้าเก่าแก่ ที่เหมือนเพื่อนมากกว่าลูกค้าธรรมดา พี่ตุ๊กจึงชวนแม่ค้าข้าง ๆ บ้านและหนูไปด้วย ไปถึงบ้านเจอผู้หญิงร่างผอมผิวคล้ำ แต่แววตาท่านใสมาก ๆค่ะครู บรรยากาศคือ เพื่อนบ้านมาเยี่ยมพูดคุย บทสนทนาที่ได้รับฟัง ก็เป็นคล้าย ๆ การให้กำลังใจกันและกัน แต่ครูค่ะหนูรู้สึกว่า เหมือนคนป่วยให้กำลังใจคนมาเยี่ยม แววตาของเธอไม่ได้อมทุกข์ แต่หนูกลับพบว่าผู้ที่มาเยี่ยมต่างหากที่แววตาเต็มไปด้วยความทุกข์ เหมือนคนป่วยช่วยเป็นกำลังใจให้คนมาเยี่ยมค่ะครู กลับจากเยี่ยมคนไข้อาบน้ำ หาสำรับกับข้าวให้แม่ ทานเสร็จแล้วก็ขึ้นมาเขียนถอดบทเรียน แล้วก็เข้านอนกับพ่อแม่ในห้องค่ะครู