ครูให้ออกแบบชีวิตตนเองมานานหลายเดือนตั้งแต่ก่อนกลับจากเมืองนนท์ แต่ก็ไม่เข้าใจ ไม่ลงไปในใจ มีแต่คิด ๆ ๆ ว่าครูจะทิ้งแล้ว ในใจดีแต่คร่ำครวญ เพราะวิถีชีวิตเปลี่ยนตลอดเวลา หาจุดยืนตนเองไม่ได้ ลอกเลียนแบบคนที่ชื่นชอบมาตลอดชีวิต พอมาเจอโจทย์ธรรมดาว่า
“ออกแบบชีวิตตนเอง ออกอาการหงายเก๋ง”
เพราะมีแต่วิ่งตามคนที่ชื่นชอบเสมอมา ในใจผวาพร้อมพึมพำว่า ครูจะทิ้งแล้ว ครูไม่สอนแล้ว ครูไม่ให้ทำอย่างที่เคยทำแล้ว เป๋ ๆ กลับไปใช้ชีวิตอย่างเดิม แต่ใจก็ดูท่าจะไม่เอา อยู่ไม่ได้ยิ่งใช้ชีวิตอย่างเดิม ยิ่งรู้สึกว่า มันเป็นทางเสื่อม แต่ก็หาไม่เจอ ลุกขึ้นมาทำอย่างครูอีก ก็ยังอึดอัด เพราะใจยังสงสัย แล้วก็ยังขาดวินัย และขาดความเมตตาต่อตนเอง เกรี้ยวกราดเวลาที่ทำไม่ได้ ขุ่นมัวยามที่ไม่เป็นอย่างใจที่จินตนาการไว้ ฟาดงวง ฟาดงาไปที่ครู จนท่านบาดเจ็บไม่รู้เท่าไหร่
แต่พอหัวมองวิถีชีวิตสองเดือนที่ผ่านมา จันทร์ถึงศุกร์ ตื่นเช้ามา สวดมนต์ ออกกำลังกาย ทำกับข้าวไปวัด ไปทำงาน เลิกงานกลับบ้าน วิ่ง สวดมนต์ เขียนจดหมายถึงครู นี่คือ กิจวัตรที่ทำ แต่ก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เจอตอ อะไรสักอย่างก็หยุดสงสัย ไม่รู้จักพลิกแพลง แล้วคอยคิดแต่โทษครูว่า
“ก็มันเป็นแบบนี้ แล้วนี้จะให้ทำไง ครูสอนมาอย่างนี้ ให้ทำอย่างอื่นได้เหรอ”
จิตชั่ว ๆ คอยเพ่งมอง แต่ข้อเสียของตนเอง หารู้ไม่ว่า ความชั่วหรือกิจกรรมที่ทำให้ใจขุ่นมัวถูกลดลงโดยปริยาย ด้วยกิจวัตรที่มี แล้วยังมีเวลา มีเงินมากเพียงพอที่จะกลับไปอยู่กับครอบครัวที่กาฬสินธุ์ ได้เห็น ได้รับรู้ความจริงของบ้าน
วันเสาร์อาทิตย์ไหนที่ไม่ติดธุระ ก็กลับบ้านที่กาฬสินธุ์ ไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ทำงานช่วยที่บ้านตามกำลัง คือเป็นกรรมกร ยกลัง ยกของ ส่งของ ขับรถพาพี่สาวไปซื้อของ การที่เราทั้งครอบครัวได้ใช้ชีวิตในช่วงสุดสัปดาห์ด้วยกันมันเป็นอะไรที่งดงามอย่างน่าทึ่ง จนมาคิดได้ว่า
“เมื่อก่อนนี้หนูทำอะไรอยู่ ทำไม ไม่รู้ว่า ที่บ้าน คือ ที่ ๆ ให้ความอบอุ่นอย่างเต็มอิ่ม”
คืนวันเสาร์ก็จะขึ้นไปพักภาวนาที่วัด เช้าวันอาทิตย์ลงมาช่วยงานที่บ้าน เที่ยง ๆ บ่าย ๆ ค่อยเดินทางกลับ แท้ที่จริงแล้ว หนูใช้ชีวิตแบบเป็นกิจวัตรอย่างเป็นธรรมชาติ แต่กลัวที่จะเขียนออกมา เพราะคิดว่า
“ไม่ใช่สิ่งที่ครูสอน เขียนไม่ได้”
หารู้ไม่ว่านี่แหละคือ
วิถีชีวิตที่แท้จริงแห่งการเรียนรู้
หากรู้ไม่ว่า นี่แหละคือ บททดสอบของครูที่เรียกว่า “ธรรมชาติ”
เป็นชีวิตที่ถูกออกแบบแล้วเคลื่อนไปแล้ว ค่อย ๆ เนียนเข้าสู่วิถีชีวิต แค่ไม่แนบสนิทกับสิ่งที่ครูมอบให้ทั้งหมดแต่นี้แหละคือ ชีวิตที่มีชีวา
กราบขอบพระคุณครูค่ะ แท้ที่จริงชีวิตนั้นออกแบบตัวมันเองทุกขณะ แต่หนูหลงไปคิดว่าการออกแบบชีวิตคือต้อง เปะ เปะ ไม่พลิก ไม่แพลง ไม่คลาด ไม่เคลื่อน การออกแบบชีวิตในความเข้าใจในตนเองตอนนี้คือ
“มีตารางชีวิตตนเองแบบคร่าว ๆ แล้วให้ดำเนินไป ส่วนอะไรจะเกิดขึ้นอย่างไรนั้น ก็ให้เรียนรู้อย่างนอบน้อมและเมตตาตนเอง”
สาธุค่ะครู