GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สภามหาวิทยาลัย : 34. การสร้างนวัตกรรมในการเอื้ออำนาจ

• วันที่ ๒๑ มิย. ๔๙ ผมได้เรียนรู้ผลของความกล้าหาญในการอนุมัติวิธีบริหารงานบุคคลที่แหวกแนวและเฉพาะกิจของสภามหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อหลายปีก่อน    ที่มาเห็นผลอันงดงามน่าชื่นชมในตอนนี้    ผมรู้เรื่องนี้จากท่านอดีตอธิการบดี ศ. นพ. อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยที่ท่านยังเป็นอธิการบดีอยู่     ซึ่งแสดงว่ามติของสภามหาวิทยาลัยในเรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า ๖ – ๗ ปีมาแล้ว
• สภามหาวิทยาลัย มีมติอนุมัติให้อาจารย์ไปปฏิบัติงานวิจัยในห้องปฏิบัติการชั้นนำของโลกในต่างประเทศในโครงการที่สำคัญยิ่งต่อประเทศ โดยให้ถือเสมือนทำงานอยู่ในต้นสังกัดในประเทศไทย    โดยที่แต่ละปี อาจารย์แต่ละท่านอยู่ต่างประเทศประมาณ ๑๑ เดือน    อยู่ในเมืองไทยแค่เดือนเดียว     การเดินทางและค่ากินอยู่ในต่างประเทศใช้เงินของโครงการวิจัยร่วมกับต่างประเทศ ที่ได้รับทุนวิจัยจากแหล่งทุนในต่างประเทศเป็นหลัก   ส่วนงานวิจัยส่วนที่ทำในประเทศไทยได้รับทุนจากในประเทศ
• อาจารย์เหล่านี้มีความรู้ มีเทคนิค และนำเอาตัวอย่างทางคลินิกจากประเทศไทยไปทดสอบในห้องปฏิบัติการในต่างประเทศ โดยใช้เครื่องมือที่ประเทศไทยไม่มีปัญญาซื้อ    และทำงานในบรรยากาศทางวิชาการที่เราไม่มีในประเทศไทย     โดยที่เรามี อ. หมอปรีดา มาลาสิทธิ์ แห่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทำหน้าที่เป็นโค้ชอยู่ทางเมืองไทย    และคอยต่อรองและแลกเปลี่ยนความเห็นกับคู่ร่วมมือในต่างประเทศอย่างเท่าเทียมกันทางสมองหรือความคิด    
• ผลคือ เรามีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารที่มี impact factor สูงมาก คือ Nature Medicine และ Nature Genetics    กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการจดสิทธิบัตร และต่อรองกับบริษัทในการขายสิทธิทางปัญญาสำหรับนำไปผลิต diagnostic kit
• ผลงานวิจัยนี้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก    ค้นพบยีนที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรค    และพบกลไกที่ทำให้ไข้เลือดออกเกิดอาการรุนแรง    จึงนำไปสู่การสร้าง diagnostic kit พยากรณ์ว่าเด็กที่เป็นไข้เลือดออกมาโรงพยาบาลจะเกิดอาการ ช็อค ตามมาหรือไม่  
• อาจารย์ที่ได้รับอานิสงส์จากมติอันกล้าหาญแหวกแนวของสภามหาวิทยาลัยในครั้งนั้น (ตอนนั้นผมยังไม่ได้เข้าไปเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล) ได้แก่
1. อาจารย์ ดร. จุฑาธิป มงคลทรัพยา  คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ไปปฏิบัติงานที่ Hammersmith Hospital, Imperial College ประเทศอังกฤษ
2. อ. ดร. ประพัฒน์ สุริยผล คณะแพทยศาสตร์ศิริราช และ ผศ. ดร. อนวัช ศกุนตาภัย คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ไปปฏิบัติงานที่ Centre National de Genotypage (CNG) และ Institute Pasteur ประเทศฝรั่งเศส
3. อ. ดร. ปนิษฎี อวิรุทธ์นันท์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ไปปฏิบัติงานที่ Department of Medicine & Department of Molecular Microbiology, Washington University สหรัฐอเมริกา 
• ผลได้ที่สำคัญที่สุดคือการสร้างอาจารย์รุ่นใหม่ และนักวิจัยระดับหลังปริญญาเอก ที่มีความสามารถทำงานวิจัยในปัญหาของประเทศไทยได้ทันที
• ผมนำมาเล่าเพื่อแสดงตัวอย่างวิธีทำงานของสภามหาวิทยาลัยที่ช่วยเปิดช่องให้สามารถทำงานผลิตผลงานระดับยอดของโลกได้   ไม่ให้มีข้อจำกัดจากระเบียบราชการ

วิจารณ์ พานิช
๒๒ มิย. ๔๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 36797
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)