วันที่ 30 มิย.2549  ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมประจำปี 2549 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ )ฉบับที่ 10 (2550-2554) ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คเมืองทองธานี เริ่มต้นด้วย

                1.การฉายวิดิทัศน์ เรื่อง แผนฯ 10  สังคมที่มีความสุขอย่างยั่งยืน

                2. เปิดการประชุมโดยนายกรัฐมนตรี

                3. การนำเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 โดยเลขาธิการ สศช. และอภิปรายนำโดย นานสุรนันท์ เชชชาชีวะ และนายปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                4. ช่วงบ่าย แบ่งกลุ่มย่อย 5 กลุ่มย่อย (1) การพัฒนาคุณภาพตนและสังคมไทยสู่สังคมภูมิปัญญาและการเรียนรู้ (2) การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมเป็นรากฐานที่มานคงของประเทศ (3) การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและแข่งขันได้ในช่วงศตวรรษแห่งเอเชีย (4) การพัฒนาบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพและการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (5) การเสริมธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารจัดการประเทศสู่ความยั่งยืน

                ดิฉันขอเล่าเนื้อหาที่นายโษฆิต ปั้นเปี่ยมรัษฐ์ ได้กล่าวอภิปรายว่า แผนที่ผ่านมามี 3 ลักษณะ คือ

                  (1) แผนฉบับที่ 1 และ 2   เป็นแผนปฏิบัติการ ประกอบด้วยเป้าหมาย แนวทาง    แผนงานและงบประมาณ 

                  (2) แผนฉบับที่ 4  เป็นแผนชี้ประเด็น (แผนยุทธศาสตร์)

                  (3) แผนฉบับที่ 5 เป็นแผนชี้นำ แผนชนบทยากจน และมีแผนเชิงรุก เช่น การพัฒนาชายฝั่งทะเล ฯลฯ

                  การที่เราจะใช้แผนลักษณะไหนขึ้นกับรัฐบาลและนโยบายรัฐบาล

              สำหรับเรื่องยุทธศาสตร์ ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  เห็นด้วยและเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด ใช้ปรัชญานี้กำกับการพัฒนาประเทศ

                อนึ่ง ที่มีการกล่าวถึง 2 คำคือ 1. ทุนนิยม 2. โลกภิวัฒน์

               โดยกล่าวว่าทุนนิยมเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างความมั่นคั่งให้ประเทศ ในโลกมีระบบนี้ ไม่มีระบบอื่น แต่มีผลข้างเคียงมากได้แก่

               1. เสถียรภาพมีปัญหา

               2. การกระจายรายได้มีปัญหา

               3. ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

               4. สิ่งแวดล้อม     

                หากใช้ระบบทุนนิยมไม่ระวังจะเกิดผลข้างเคียงดังกล่าวได้

                สำหรับเรื่องโลกาภิวัฒน์ ผลข้างเคียงจากทุนนิยม ทำให้เกิดเร็วขึ้น แรงขึ้น กว้างขึ้น  ในไทยเกิดวิกฤติปี 2540 เร็วมากไม่มีเวลาแก้ไข คาดการณ์ว่าต่อไปจะมีวิกฤติเกิดขึ้นคือเรื่อง ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ เป็นเรื่องการเป็นปฏิปักษ์กับทุนนิยม  มีอำนาจเหนือตลาด เช่น การผูกขาด   การค้าไม่เป็นธรรม   มีการขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์    เส้นความเป็นธรรมทางสังคมจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ      รัฐต้องตามให้ทัน   ก้าวให้ทันกับโลกาภิวัฒน์ ใช้เครื่องมือจัดการให้ทัน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือสำคัญ ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงวิกฤติดังกล่าว ต้องช่วยกันอย่างจริงจัง

                ดิฉันเห็นด้วยกับการที่ให้ทุกฝ่ายน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติให้เกิดรูปธรรมเพื่อปกป้องประเทศให้รอดพ้นวิกฤติดังกล่าวต่อไป เพื่อให้สังคมไทยมีความสุขอย่างยั่งยืนตลอดไป

ธุวนันท์ พานิชโยทัย

    1 ก.ค.2549