"การทำงานใด ๆ ที่ทุกคนมีแต่ได้ ไม่มีเสีย เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้เข้าร่วมในทีมเกิดความพึงพอใจ และมีความเต็มใจในการร่วมทำงานนั้น ๆ พลังของการร่วมแรงร่วมใจย่อมทำให้เกิดการพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการได้ในที่สุด"
จากหลักการที่กล่าวข้างต้น สพท.สพ.2 เราได้พาผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดฯ ร่วมคิดร่วมทำ เริ่มจากเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2549 เราเปิดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงานบริหารโรงเรียนตามเรื่องที่แต่ละคนสนใจ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการทำงานของ สพท. แบ่งเป็น 7 เรื่อง ดังนี้
1. การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
2. การพัฒนาระบบการรับและติดตามนักเรียน
3. การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้
4. การพัฒนาระบบบริหารจัดการ
5. การพัฒนาระบบนิเทศการศึกษา
6. การระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษา
7. การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ
โดยผลของการ KM ในวันนั้น แต่ละคนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในแต่ละเรื่องว่า 1) มีเป้าหมายอะไรในการพัฒนา 2) มีตัวชี้วัดอะไรที่บ่งบอกว่าได้ทำให้เป้าหมายนั้นประสบความสำเร็จ 3) แล้วแต่ละคนมีวิธีดำเนินการอย่างไร
จากนั้นเรานัดพบกันอีกครั้ง ในวันที่ 29 มิ.ย.2549 เพื่อนำเสนอผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของแต่ละกลุ่ม และร่วมกันเติมเต็ม ในภาคบ่ายมีการแบ่งกลุ่มอีกครั้งตามความสนใจของแต่ละคน เพื่อนำผลไปกำหนดเป็น Flow Chart แสดงขั้นตอนการทำงาน และช่วยกันวิเคราะห์และกำหนดหัวข้อเรื่องการวิจัย
วันรุ่งขึ้นแต่ละกลุ่มที่มีความสนใจในหัวข้อเรื่องการวิจัยเดียวกัน ช่วยกันเขียนโครงร่างการวิจัย จากนั้นในวันที่ 2 ก.ค.2549 สพท.สพ.2 ได้เชิญ รศ.ดร.สุพักตร์ พิบูลย์ ภาควิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มาเป็นที่ปรึกษาให้คำชี้แนะ ในการพากันทำวิจัยแบบ "ร่มเล็กในร่มใหญ่" โดยอาจาย์จะเน้นให้พวกเราทำเป็นวิจัยพัฒนา (The Research and Development) หรือที่หลายคนเรียกว่าวิจัย R&D เพื่อให้สามารถนำผลงานวิจัยที่ได้ไปแนบการขอเลื่อนวิทยฐานะได้ในลำดับต่อไป นอกเหนือจากการนำผลวิจัยไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนแล้ว
แต่ละคนจะได้รับข้อเสนอแนะจากท่านอาจารย์ไปปรับโครงร่างการวิจัยให้สมบูรณ์ และมีการบ้านให้ไปคิดร่างนวัตกรรมในการพัฒนาและเครื่องมือในการเก็บตัวแปรตาม โดยเรามีนัดที่จะพบกันอีกครั้งในวันที่ 5 ส.ค.2549
ตัวเองพบว่า การทำงานแบบพาทำไปพร้อม ๆ กันแบบนี้ คนเก่งสามารถช่วยคนที่ยังไม่เก่ง มีความถ้อยทีถ้อยอาศัย เกิดวัฒนธรรมของการเปิดใจ และเป็นกัลยาณมิตร ผลคือ ทุกคนมีความพอใจและสุขใจในการทำงาน......
พาคิดพาทำเพื่อการพัฒนา
การทำงานแบบพาทำไปพร้อม ๆ กันแบบนี้ คนเก่งสามารถช่วยคนที่ยังไม่เก่ง มีความถ้อยทีถ้อยอาศัย เกิดวัฒนธรรมของการเปิดใจ และเป็นกัลยาณมิตร ผลคือ ทุกคนมีความพอใจและสุขใจในการทำงาน......
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
LiLa · 3 ก.ค. 2549
นาง สนธนี วรชินา · 3 ก.ค. 2549
นาง สนธนี วรชินา · 3 ก.ค. 2549
อำนวยการ สฏ 1 สพท.สฏ.1 · 3 ก.ค. 2549
ไอวี่ · 3 ก.ค. 2549
นาง รัชนี ปล้องยาง · 3 ก.ค. 2549
kate · 3 ก.ค. 2549
เห็นด้วยค่ะว่าการทำงานกับคนเก่งจะทำให้เราพัฒนาตนเองได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 2 ประการ คือ คนเก่งต้องมีจิตใจงดงามที่จะช่วยผู้อื่น และคนที่ยังไม่เก่งต้องทำใจได้ว่าไม่มีใครเก่งทุกเรื่อง
เห็นด้วยครับขอบคุณช่วยนำเข้าแพลนเน็ทของเขต