ความน่ากลัวของ"มะเร็ง" คือ เป็นแล้วมักลาม หายแล้วเป็นใหม่ได้ ด้วยเหตุนี้ผู้ป่วยหลายคนจึงถูกมะเร็งคร่าชีวิตไปนับไม่ถ้วน แม้จะได้รับการเยียวยารักษาอย่างดีแล้วก็ตาม
สำหรับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งนั้น นพ. กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า มี 14 ประการ ดังต่อไปนี้
1. นอนดึก ทำให้ไม่มีฮอร์โมนต้านมะเร็งหลั่งออกมา นอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดโรคร้ายอื่นๆเช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และโรคอ้วน เพราะ การนอนดึก มักจะหิวและต้องหาของขบเคี้ยวมากินแก้ปากว่าง
กัน

2. คึกสูบบุหรี่และขี้เหล้า
ทั้งสองสิ่งนี้ทำให้ปอดและตับทำงานหนัก
ทำให้คนที่เสพ ทั้งแก่เร็วและตายไวได้จากโรคมะเร็ง

3. เอาแต่ไขมันเข้าปากและอยากแต่เนื้อแดง ไขมันอิ่มตัวและโปรตีนจากสัตว์นั้นเป็นแหล่งอาหารชั้นหนึ่งของมะเร็งที่จะใช้เจริญเติบโตได้ไม่แพ้ทารกเกิดใหม่ มันจะสร้างหลอดเลือดยื่นไปดูดกิน เนื้อของเราจนแทบไม่เหลือเลือดอันสมบูรณ์ไปเลี้ยงอวัยวะอื่น ตัวเราจึงผอมเอาๆ ตรงข้ามกับมะเร็งกาฝากที่โตไว

4. แฝงด้วยเครียดจัด จนมีสารทุกข์หลั่งออกมาหล่อเลี้ยงมะเร็งให้โตเร็วขึ้น
ราวกับน้ำมันราดบนกองไฟให้คุโซนขึ้น

5. ไวรัสตับอักเสบและภูมิแพ้ที่รักษาไม่หาย
ในคนที่มีภูมิไม่ดี ไม่มีการออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย
โดยเฉพาะผู้อายุมากที่ภูมิต่ำก็จะได้มะเร็งแถมเข้ามาในชีวิตทันที
ดังนั้นถ้าเคยมีประวัติไวรัสตับอักเสบบีแล้ว
ก็ต้องพยายามเสริมภูมิต้านโรคไว้ให้รู้สึกอยู่เสมอว่าเรามีระเบิดเวลาในกายจะได้ไม่ประมาท

6. ปล่อยกายให้อ้วน
สร้างให้เกิดธาตุแก่ออกมาแช่อิ่ม อวัยวะภายในร่างกาย
และไขมันตามตัวยังสร้างให้เกิดฮอร์โมน กระตุ้นให้มะเร็งแบ่งตัวดีขึ้นด้วย


7. ล้วนขาดวิตามิน ด้วยวิตามินทำหน้าที่ต้านเชื้อมะเร็งให้ดับเป็นจุลไปก่อน
ที่จะเผยอหน้าขึ้นมาแบ่งตัวปนแปในร่างกายเรา
8. กินของร้อนจัดไป เช่น ซดชาร้อน หรือกาแฟร้อนจัดประเภทควันฉุย จะไปลวกให้เซลล์หลอดอาหารอักเสบอยู่ทุกบ่อย เมื่ออักเสบเป็นอาจิณ ก็จะมีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็งง่ายขึ้น

9. ทำให้คอเลสเตอรอลลดต่ำ พบว่า ถ้าต่ำเกินไปก็ไม่ดี มีผลกับภูมิคุ้มกันที่แย่ลง เมื่อภูมิต่ำแล้วก็จะหมดปัญญาต้านมะเร็งที่จะเข้ามาหา
10. ทำกลั้นปัสสาวะ น้ำปัสสาวะเป็นของเสียยิ่งอยู่นิ่งเป็นเวลานาน การอั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำนิ่งในคลองแสนแสบ ซึ่งทิ้งไว้นาน จะกลายเป็นน้ำเน่า แต่ถ้าน้ำเน่าในกระเพาะฉี่เรา ก็มีผลให้เกิดเซลล์มะเร็งงอกขึ้นมาได้
11. ปะทะเค็มจัด พบว่า สิ่งมีชีวิตที่ทานอาหารเค็มมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่า โดยเฉพาะในอาหารจำพวก เนื้อเค็ม เนื้อแห้ง หมูแดง ที่นอกจากเค็มแล้วยังมีสีแดงดีจากดินประสิวอีกด้วย

12. ประวัติมะเร็งในครอบครัว มะเร็งร้ายในครอบครัวบางอย่าง สามารถถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมได้ แม้จะไม่ใช้อสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องรับไว้ด้วยความไม่เต็มใจเช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าป้องกันไว้ดีๆแล้วบางทีก็ไม่เกิดขึ้นมา
13. ตัวตากแดดบ่อย แสงแดดเป็นรังสี ที่กระตุ้นอณูเซลล์ของคุณให้สะดุ้งตกใจจนเครื่องในรวนหมดเมื่อเครื่องในรวนแล้วก็ไม่สามารถที่จะคุมการแบ่งตัวได้ ทำให้แบ่งต่อไปไม่หยุดยั้งกลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

14. ไม่ค่อยช่วยใคร ถ้าพูดให้ง่ายเข้าคือเห็นแก่ตัวและไม่ค่อยได้ทำบุญนั่นเอง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้หมั่นช่วยเหลือผู้อื่นจนชินแล้วเราไม่ค่อยได้นึกถึงตัวเองนัก และเมื่อไม่หมกมุ่นกับตัวเองแล้วก็ไม่ค่อยเกิดความ"อยาก"อันนำไปสู่ความเครียดร้อนอกร้อนใจ หรือถ้าไม่มีเวลาก็แค่อนุโมทนากับบุญที่เราได้พานพบก็ทำให้มี"สารสุข"หลั่งออกมาเสริมภูมิรู้สู้มะเร็งแล้ว
(ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หน้า 27 วันที่ 22 พฤศจิกายน 2551 คุณหมอขอบอก โดย นวพรรษ บุญธรรม และขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต)
ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี
สวัสดีครับ
ขอบคุณค่ะ..ต้องระวังข้อ 13 เพราะมีกิจกรรมกลางแจ้งมากค่ะ..
แวะมาหาความรู้ เกี่ยวกับมะเร็ง
อยากรู้เอาไว้ ประดับสมองค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูจ่อย
มะเร็งโรคร้ายที่น่ากลัว ถ้าเราเห็นภาพที่มันยึด ยิ่งน่ากลัวหลายเท่าเราต้องระวังสุขภาพมากๆนะคะ
สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่
ข้อ13.นะปรกติดาไม่กลัวยิ่งอยู่กับต้นไม้ล่ะลืมแดดเลยค่ะ ต่อนี้ไปต้องระวังค่ะคงต้องเลือกแดดตอนเช้าหรือตอนเย็นนะคะ เวลาชมต้นไม้
สวัสดีค่ะคุณครูป.1
ค่ะเราควรทราบไว้บ้างไว้บอกคนอื่นก็ยังดีค่ะ เพราะบางคนไม่ทราบเลยว่าจะป้องกันอย่างไร โดยเฉพาะทางกรรมพันธุ์ และการกินอาหารเมื่ออายุมากขึ้น ฯ
-สวัสดีครับ
-แวะเข้ามอ่านเรื่องมะเร็ง
-ผมว่ามีโอกาสเสี่ยงนะครับ.....เพราะว่าอ่านดูหลาย ๆ ข้อแล้ว.....ส่วนใหญ่คนยังปฎิบัติกันอยู่....
-ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
สวัสดีค่ะคุณเพชรน้ำหนึ่ง
ค่ะมีหลายข้อ ที่ปฏิบัติไม่ค่อยได้ และบางคนก็เลยข้อที่หมอบอกแล้ว แต่เมื่อเราทราบก็พยายามปฏิบัตินะคะ ซึ่งข้อมูล แบบนี้เพื่อสุขภาพ ประชาชนได้รับข่าวสารบอกกล่าวไม่ทั่วถึง
สวัสดีค่ะพี่ดา
* พึ่งเสร็จจากภาระกิจเปิดเครื่อง เห็นพี่ได้ไปเยี่ยม และเตือนด้วยความห่วงใย รู้สึกซาบซึ้งใจ ต้องขอบคุณมากค่ะ
* การนอนดึกเป็นปัจจัยเสี่ยงข้อแรกเลยหรือนี่... แสดงว่าหนูมีปัจัยเสี่ยง 3 ข้อ คือนอนดึก ภูมิแพ้ แต่คงไม่ถึงขั้นรุนแรง (แพ้ฝุ่นละออง อากาศชื้น ละอองหญ้า เมล็ดที่มีขน) และชอบกลั้นปัสสาวะ เพราะนั่งทำงานเพลิน บางที่อยากให้เสร็จๆ ลุกไปแล้วงานไม่ต่อเนื่องประมาณนั้น....
* เมื่อก่อนหนูนอนประมาณ ตี 3 เกือบทุกคืน เดี๋ยวนี้แค่เที่ยงคืนค่ะ เปิดเทอมใหม่ หนูต้องเร่งกรอกข้อมูลนักเรียนบนเว็บของ สพฐ. เพราะ เข้าต้องใช้ข้อมูลนักเรียนในการจัดสรรงบประมาณรายหัว งบปัจจัยพื้นฐานด้านต่างๆ เลยต้องกลับมานอนดึกอีกครั้ง เพราะกลางวันมีเวลากรอกข้อมูลไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจเช็คความถูกต้องกับหลักฐาน ทะเบียนบ้านนักเรียน พ่อ แม่นักเรียนเสียมากกว่าค่ะ... กรอกข้อมูลกลางคืนที่บ้าน เสียค่าไฟเอง จ่ายค่าเน็ตเอง... โน๊ตบุ๊คส่วนตัว เครื่องปริ้นส่วนตัว ฮิ ฮิ เป็นอย่างนี้มาตลอดชีวิตการทำงานค่ะ เรียกว่า ของส่วนตัวใช่ในราชการ.... ค่ะ
* ต่อไปหนูจะนอนให้เร็วขึ้นค่ะ ขอบคุณพี่ดามากๆ สำหรับความหว่างใยที่มีให้
* ด้วยความระลึกถึงค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูใจดี
ข้อ1.ถ้าเราตั้งใจ ที่จะปรับได้ค่ะแล้วไปตื่นหลังตี 3 ทำงานเช้ามืดจิตใจสบายและปอดดีมากค่ะ ลองดูนะคะ นอนหัวค่ำตื่นทำงานที่ค้างตอนเช้ามืดคือหลังตี 3 จนกระทั่งไปทำงาน
ข้อ 2. มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งพึ่งส่งข้อมูลมาให้ ว่าท่านหายจากภูมิแพ้ที่เป็นมาหลายสิบปี แต่พี่ดายังไม่ได้ลงบันทึกให้อ่านกัน สุดท้ายที่ท่านมาหายคือ อาบน้ำวารีบำบัด เริ่มฝึกอาบได้แล้วนะคะ ทำง่ายๆก่อนโดย อาบน้ำเสร็จก็เปิดน้ำให้เต็มถังไว้ 1 ถัง พอตอนเย็นหรือเช้า มาอาบน้ำในถังนั้นก็เย็น ให้เป็นน้ำเย็น ส่วนน้ำอุ่นจัดก็อาบจากเครื่องน้ำอุ่น แต่ถ้าไม่มี ต้องต้มมาผสม เริ่มนะคะสลับน้ำละ 2นาที ประมาณ 10ครั้งทุกวัน เพราะวิธีนี้ได้ผลดีจริงๆ คนปรกติทำก็จะแข็งแรง
ข้อ3. อั้นฉี่ ฝึกใหม่ได้ไม่ยาก ต้องระวังอั้นมากๆระวังระบบ ควบคุมการปัสสาวะจะเสื่อมหย่อนยาน กลายเป็นโรค ฉี่กระปริดกระบอย คราวนี้ล่ะลุกฉี่นับไม่ถ้วนแล้วขับรถไกลๆก็ต้องจอดฉี่บ่อยอีก ปัญหาตามมาอีกมากแน่ๆ ต้องขยันฉี่อย่าอั้นนะคะ และบางครั้งทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบมาก
ว้า..ทำไงดี
ตอนนี้กำลังผจญข้อ 4 และ 13 อยู่ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณมนัญญา
ข้อ4. ที่บ้านปลูกต้นไม่มากไหมค่ะ อยู่กับต้นไม้ ทำอะไรให้ต้นไม้ หายเครียดค่ะเช่น รดน้ำ พรวนดิน ถอนหญ้า เด็ดใบแก่ออก ตัดข้อกิ่งให้แตก ใบและดอกใหม่ เปลี่ยนดิน ฯ หรือ ฟังเพลง หาการฝีมือมาทำ ลื้อของในบ้านจัดใหม่ เพื่อเช็ดฝุ่นดูว่าเรามีอะไรบ้าง มีมากมายหลายวิธีคลายเครียดอยู่ในบ้านค่ะ
ข้อ13. ตากแดดบ่อย ต้องหาอุปกรณ์ช่วยค่ะ เพราะบางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หมวกและร่ม ที่ไม่ใช่สีเข็ม เพราะสีเข็มดูดความร้อนเพิ่มได้ ใส่เสื้อแขนยาว ใส่หมวกเสื้อไม่สวยไม่เป็นไร ป้องกันไว้ก่อน แต่จริงๆแล้วแดดมีประโยชน์มาก แต่ได้รับเกินก็ให้โทษมาก อ่านข้อนี้ของหมอบอกแล้ว เป็นห่วงผู้ที่ทำงานกลางแจ้งมากนะคะ
สวัสดีค่ะพี่ดา
ขอบคุณมากค่ ะสำหรับคำแนะนำดีๆ
* เรื่องนอนดึก ถ้าแก้ไขโดยนอนให้เร็วขึ้นหนูคิดว่าทำได้ค่ะ เพราะหลักจากภาระงานที่เร่งด่วน ก็จะสามารถทำได้ แม้จะไม่ชินนัก แต่หนูใช้การสวดมนต์ นั่ง+นอนสมาธิ อ่านหนังสือดีๆ ก็จะหลับได้ แต่จะให้นอนแต่หัวค่พ ตื่นตี 3 คงยาก เพราะกว่าจะเสร็จภาระในบ้าน กว่าลูกจะซ้อมกีฬาเสร็จ แล้วทำภาระกิจ ก็ 4 ทุ่มกว่าไปแล้ว.... ค่ะ หนูคงต้องตัดใจหยุดภารกิจหลัง 4 ทุ่มครึ่ง แล้วเข้านอน เพื่อสุขภาพของตัวเอง...ค่ะ
* การใช้วารีบำบัด น่าสนใจ แล้วหนูจะลองทำค่ะ
* ข้อ 3 หนูจะเลิกห่วงงาน ปวดฉี่จะรีบเข้าห้องน้ำทันทีค่ะ สัญญา....
* ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับคำแนะนำและข้อคิดที่ดี ด้วยความห่วงใยค่ะ
สวัสดีครับ
ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลสุขภาพที่หยิบมาฝากนะครับ...
ความเครียด น่าจะเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งต้องพยายามไม่ให้เกิดขึ้นค่ะพี่ดา เพราะหากอยู่นอกเหนือการควบคุมก็พยายามปล่อย
เพิ่งทราบเรื่องทานยาจำนวนมากมีผลด้วย และควรทานน้ำเยอะๆ ใช่ไหมคะ เรื่องนี้เป็นห่วงคู่รักวัยดึกค่ะ เวียงพิงค์วันนี้อากาศเป็นไงบ้างคะ เมื่อเช้าที่นี่ฝนตก เห็นหมอกหยอกเอินขุนเขา บรรยากาศเหมือนเมืองเหนือเลยค่ะ ;)
ค่ะคุณครูใจดี พี่ดา จะเป็นกำลังใจให้เสมอในปรับภาระกิจประจำตัวประจำวันใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ ทำอะไรก็แล้วแต่อยู่ที่ความตั้งใจ เราจะทำได้ทุกอย่างค่ะ
สวัสดีค่ะคุณPhornphon
ค่ะข้อมูลสุขภาพ ที่เราไม่ควรมองข้าม ที่จะปฏิบัติเพื่อสุขภาพไม่ให้เป็นโรคร้ายต่างๆด้วยไม่ใช่มะเร็งอย่างเดืยว หากไม่สบาย ก็ไม่มีความสุข
สวัสดีค่ะคุณpoo
วันนี้พี่ดา ก็เครียดไปหลายนาที หายแล้วค่ะ ความเครียดนี้เผลอไม่ได้นะคะบทจะหลุดเครียดขึ้นมาได้ง่ายๆเลย ขนาดพึ่งบอกคุณมนัญญาไปนะ ตัวเองเครียดเสียเอง การรับประทานยามาก มีผลเสีย ต่อร่างกายได้ หากทานไม่ถูกต้องตามหมอหรือเภสัชบอกมาว่าควรทานอย่างไร เช่น ก่อนหรือหลังอาหารหรือหลังอาหารทันที ยาบางชนิด ทานตอนท้องว่างไม่ได้ใครเผลอทานก็เป็นโรคกระเพาะได้อีกเพราะยาแรง ทำลายผิวกระเพาะได้ หรือ มีผลต่อไต ต้องปฏิบัติตามหมอหรือเภสัชบอกดีที่สุดค่ะ ก่อนหลังอาหารกี่นาที ก็ต้องปฏิบัติค่ะเพื่อให้ฤทธิ์ยาได้ผลกับโรคที่เป็น พี่ดาถึงว่าผู้ป่วยบางคนที่ทานยาไม่ถูกต้อง จึงมีโรคแทรกซ้อนได้ง่าย และไม่หายจากโรค นะคะ น้ำตามยาก็ต้องพอดีค่ะ น้อยไปก็ไม่ดีจะมีผลต่อไต มากไปก็ไม่ดี อืดท้องอีก ต้องหมั่นบอกคุณพ่อคุณแม่นะคะ
อาหาร อารมณ์ และการพักผ่อนต้องระวังเป็นพิเศษ
สวัสดีครับ พี่ดา
พ่ออาการดีขึ้นครับ ใช้ชีวิตปกติแล้ว ตอนนี้ทานยารอตรวจผลเลือดอีกครั้งเพื่อวินิจฉัยโรค
ตอนนี้ผมอยู่ที่กรุงเทพฯ ครับ จะขึ้นไปดอยมูเซอวันเสาร์นี้หลังจากประชุมผู้ปกครองเฌวาที่โรงเรียนก่อน
อากาศที่กรุงเทพฯ ร้อนทารุณมาก ที่ดอยมูเซอเย็นสบายครับ
ปีนี้ได้ทานเห็กถอบค่อนข้างบ่อยครับ ตอนที่ไปทำค่ายกับพี่คิม ทานซะจนหนำใจเลย
...
ขอมูลในบันทึกนี้มีประโยชน์มาก ๆ เลยครับ