เป็นโอกาสหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓) ที่เราหลายคนได้เดินทางไปเชื่อมโยงแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ R2R กับเครือข่ายโรงพยาบาลป่าติ้ว ปกติน้องโย๋...จะร่วมเดินทางกับข้าพเจ้าไปสายทางทิศตะวันออกคือ เครือข่าย R2R รพ.คำเขื่อนแก้ว...และเภสัชกรจำปี มักร่วมเดินทางไปด้วยในโซนเหนือ คือ รพ.ป่าติ้ว..แต่ครั้งนี้ทั้งสองท่านได้ร่วมเดินทางเคียงคู่ไปพร้อมกัน...

เภสัชกรจำปี...มีทักษะในการ capture ได้ค่อนข้างดี

วง R2R ป่าติ้วอบอวลด้วยพลัง

กองถ่ายเดินทางมาเยือนถึงที่ยโสธร

ส่วนน้องโย๋...สามารถทำกระบวนการของผู้เป็น "คุณอำนวย-R2R" ให้คนหน้างานมีหัวใจคึกคักในการทำงานมากขึ้น Fa-R2R ทั้งสองท่านได้ไปเจอ Fa อย่างพี่โอ ผู้มีความนุ่มนวลและเชื่อมโยงผู้คนได้เก่ง กรอปกับมีคุณเอื้ออย่างพี่แก้ว และคุณหมอผู้เป็นผู้อำนวยการแล้ว...ข้าพเจ้ามองว่าเป็นองค์ประกอบสนับสนุนบรรยากาศองค์กรที่มีความสุขได้อย่างดียิ่ง... ทั้งๆ ที่จะว่าไปแล้วที่นี่น่ะได้เผชิญหน้ากับสภาวะวิกฤตของหน่วยงานแต่คนหน้างานทุกคนได้ผนึกกำลัง ฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ด้วยบรรยากาศขององค์กรที่ดี

งานวิจัย R2R ของน้องโย๋...ได้เชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนกันกับงานวิจัย R2R ของ พี่นิ ทั้งสองท่านต่างมีทัศนะคติเชิงบวกต่อการงาน และมุมมองที่ดีต่อการทำวิจัย แม้ว่าจะไม่ได้จบปริญญาโทมาแต่ก็กล้าลุกขึ้นมาทำสิ่งสร้างสรรค์...

การเดินทางทำงานเช่นนี้...แม้จะเหนื่อยจากการเดินทาง แต่ปิติสุขที่เกิดขึ้นนั้นมีมากยิ่งกว่า ...

เครือข่ายที่เกิดขึ้น เป็นการเกิดที่เริ่มต้นจากการที่เรามีมุมมอง มีความคิดความเชื่อไปในแนวทางเดียวกัน (สัมมาทิฐิ) เราเชื่อว่า R2R สามารถเนียนเข้าไปสู่วิถีแห่งการงานได้โดยที่ไม่ทำให้คนหน้างานเป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เหนือไปยิ่งกว่า ก็คือว่าที่นี่คนหน้างานทุกระดับได้เริ่มต้นก้าวย่างพร้อมๆ กันไม่มีความเป็นวิชาชีพมาขวางกั้นความสุขแห่งการทำงาน และที่นี่เป็นการนำ R2R มาต่อยอดงานพัฒนาคุณภาพ HA ได้อย่างเนียนเนียน ทำให้ลดความทุกข์จากการทำ HA แต่แปรเปลี่ยนมาเป็นพลังแห่งความสุขแทน...

เป็นวันที่เดินทางไปเยือนเครือข่ายอีกครั้งในรอบเดือน ทุกๆ ครั้งที่ไปมักเห็นความเติบโตอย่างงดงามอยู่เสมอ

และสิ่งหนึ่งที่รู้สึกประทับใจ คือ งานวิจัยของฝ่ายเภสัชกรรม ที่มีเพียงสามท่านและภาระงานด้านยามีมากล้นเหลือ... แต่ก็ลุกขึ้นมาทำ R2R ทำให้สามารถแก้ไขความเสี่ยงจากการใช้ยาและการเกิด drug error ได้ เป็นการลุกขึ้นมาทำงานในเชิงรุกที่เป็นการบริหารจัดการเรื่องยา แต่หากว่าไปแล้วเวลาที่พึงจะทำนั้นมีน้อยมาก และยุ่งมาก งานวิจัยของเภสัชกรวิชัย ก็สามารถเป็นต้นแบบให้เห็นว่าแม้งานประจำจะยุ่งขนาดไหน แต่ก็สามารถทำวิจัย R2R ควบคู่ไปในเวลางาน นั่นก็คือ การนำกระบวนการพัฒนามาปรับใช้ พร้อมกันนั้นก็เก็บข้อมูลไปพร้อมๆ กันในเวลาทำงาน ผลลัพธ์ที่สุดแล้วสามารถส่งผลทั้งป้องแก้และแก้ไขเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้...การทำ R2R ชิ้นนี้สอดรับกับปรากฏการณ์ที่ว่า เป็นตัวอย่างที่ดีของทำ R2R ที่ไม่ต้องอ้างว่าไม่มีเวลาทำ ... เพราะจริงๆ แล้วภาระงานของเภสัชกรวิชัยเยอะมาก แต่เขาและทีมก็สามารถลุกขึ้นมาทำและแสดงให้เห็นว่าทำได้...

มันคือ ความสุขที่ปรากฏ...ข้าพเจ้าไปที่นี่มากกว่าหกครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่เจ็ด(สำหรับปีนี้) ที่นี้พลังแห่งความสุขที่ดึงดูดให้เราต้องไปดั่งที่เภสัชกรจำปีเคยเอ่ยกับข้าพเจ้าเมื่อนานมาแล้ว