ช่วงนี้งานยุ่งมากถึงมากที่สุด ฮิฮิ ผมคิดว่าไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกครับที่เป็นอย่างนี้ คงเป็นกันอย่างถ้วนหน้า กระจายกันไปในแต่ละคน แต่บางทีเชื่อหรือเปล่าครับ ในความวุ่นวายในแต่ละวัน ถ้าเราไม่ถอนออกมาจากความยุ่ง แล้วมองกลับไป เราอาจจะจมอยู่ในความวุ่นวายแบบโง่ๆ ไปอีกนานก็ได้ครับ อย่างวันนี้อีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นกับผมครับ เมื่อมีปัญหา ผมก็จะประเภทไม่ถอยครับ นั่งลองนั่งแก้ปัญหานั้น สรุปว่า ทั้งวัน แต่ก็แก้ไม่ได้ครับ กลับมาถึงบ้าน ทิ้งงานไว้ แล้วก็มานั่งเล่นกับลูกๆ แล้วก็เผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็พอได้ดูฟุตบอลคู่สอง (ฮิฮิ) ระหว่างดูบอล ก็ลองหยิบงานที่ยังแก้ไม่ได้มอบทำดู ฮือ ปรากฏว่า ภายในไม่ถึง 5 นาที เจอทางสว่าง ฮือ เป็นไปได้จริงๆ ครับ

บันทึกนี้ผมโปรยหัวข้อไว้ว่า ยุติไว้ที่ธรรม ครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่ตั้งใจจะเขียนมานานแล้วครับ แต่ยังไม่ได้หยิบมาเขียนสักที แต่คิดว่าสองสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา และในโลกใบนี้แล้ว ความอยากเขียนประเด็นนี้มันมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ เพียงแต่ว่า ความหวั่นเกรงที่จะนำเสนอให้ครบถ้วนทุกประเด็นจะทำได้ยาก เลยลังเลมาหลายเพลาครับ

เมื่อวานผมดูรายการหนึ่งทางไทยทีวี เกี่ยวกับเรื่องระเบิดประมาณูอะไรทำนองนี้แหละครับ มันสะท้อนอะไรบางอย่างครับในมุมมองของความยุติธรรม 

ในโลกแห่งความยัดแย้ง ณ ขณะนั้น ระเบิดนี้ถูกนำมาใช้เพื่อการยุติปัญหาครับและภายหลังจากนั้นมันก็มีพลังในการห้ามปรามความขัดแย้งต่อๆ มาได้อีก แต่การห้ามปรามดังกล่าวเป็นไปในลักษณะของการกดทับความแตกต่างไว้ครับ ดังนั้นความรู้สึกของคนที่ถูกบังคับให้อยู่ภายใต้ความจำนนในข้อขัดแย้ง วิธีการเดียวที่จะนำมาซึ่งสิทธิและอำนาจของตน ก็คือการได้ครอบครองอาวุธอันทรงพลังอันนี้ครับ

เมื่อความลับไม่มีในโลก ความรู้เรื่องนี้ตกอยู่ในมือของคนอีกกลุ่มหนึ่ง มาตรการต่างๆ ก็ตามมาครับ ที่น่าสนใจของผมคือ เมื่อมีความขัดแย้งระหว่างคนสองกลุ่ม แน่นอนครับแต่ละกลุ่มก็พยามยามสร้างอำนาจการต่อรอง เพื่อไม่ให้เสียเปรียบบนความขัดแย้งดังกล่าว แต่ความยุติธรรมของคนกลางกลับกลายเป็นให้ฝ่ายหนึ่งของความขัดแย้งสามารถครอบครองอาวุธอันทรงพลังนั้นได้ แต่อีกฝ่ายหนึ่ง เขาอนุญาตให้ต่อสู้ได้ แต่ต้องไม่ครอบครองอาวุธดังกล่าวไว้ และเมื่อไรฝ่ายนี้ครอบครองก็จะได้รับการต่อต้านหลากหลายวิธีจากคนกลาง ฮือ ยุติธรรม

ในบ้านเมืองเรา มีคนสองสามกลุ่มออกมาเรียกร้องสิทธิของเขาครับ กระบวนการใกล้เคียงกัน แต่คนกลางก็มีการตอบสนองแตกต่างกัน ที่สำคัญในกลุ่มหลังที่ออกมาเรียกร้อง ภายในกลุ่มดังกล่าวนั้นมีกลุ่มย่อยที่พยายามเรียกร้องสิทธิการดูแลเขาเพื่อความเสมอภาคในสังคม ในความหมายที่ว่า ความเสมอภาคนี้คือความยุติธรรมในสังคมครับ

เขาจะได้ความยุติธรรมหรือเปล่าครับ ในเมื่อมุมมองทางทุนนิยมมองว่า ถ้าเมื่อไรกลุ่มนายทุนรวยขึ้นกว่านี้ กลุ่มชาวบ้านตาดำๆ ก็จะดีขึ้นบ้างเช่นกัน ในขณะเดียวกันถ้าพยายามทำให้คนกลุ่มตาดำๆ ดีขึ้น มันก็สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับประเทศได้นิดเดียว ดังนั้นการจะทำให้ประเทศเจริญคือ การทำให้กลุ่มนายทุนรวยมากๆๆๆๆ ขึ้นอีก แล้วชาวบ้านก็จะดีเอง เฮ้อ

คำถามของผมคือ เราจะเรียกหาความเป็นธรรม ความเสมอภาคบนโลกใบนี้ได้จริงหรือ??????? 

ผมได้มีโอกาสฟัง ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา พูดถึงประเด็นความยุติธรรมหลายครั้งครับ เกิดสะท้อนคิดได้ว่า เราจะหาความยุติธรรมบนโลกนี้ไม่ได้หรอกครับ (คำตอบของผม) เพราะหน้าที่ของโลกใบนี้ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินความยุติธรรม หน้าที่ของโลกใบนี้เพียงเป็นบททดสอบเท่านั้น ส่วนความยุติธรรมจะเกิดขึ้นในโลกหน้า ซึ่งเป็นโลกแห่งการตัดสินเท่านั้น (อิสลามจึงไม่มองว่า ชีวิตจะเวียนวายตายเกิดครับ ชีวิตตายครั้งเดียว จากนั้นก็กลับสู่การตัดสินที่ไม่สามารถแก้ตัวได้อีกแล้ว)

ในขณะเดียวกัน ความพยายามสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ มันเป็นเพียงหน้าที่ที่จะต้องถูกตัดสินจากผู้ทรงธรรมในโลกหน้าเท่านั้นเอง ดังนั้นความแตกต่าง ความไม่เสมอภาคที่ปรากฏขึ้นบนโลก มันเป็นเพียงบททดสอบสำหรับคนๆ หนึ่งเท่านั้นครับ และความไม่เท่าเทียมนี้จะถูกให้ยุติธรรมในโลกหน้าครับ คนที่ร่ำรวย คนที่มากด้วยหน้าที่ที่สูงสงก็จะต้องถูกสอบสวนและพิจารณาโทษมากกว่าคนที่เกิดมาไม่นานแล้วก็เสียชีวิต 

อยากจะย้ำว่า ความพยายามในการสร้างให้เกิดความยุติธรรมบนโลกนี้เป็นเพียงหน้าที่ครับ (เป็นหน้าที่ของทุกคน) แต่มันไม่ใช่คำตอบว่าทุกคนจะได้รับความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันทันที เพราะสุดท้ายในโลกใบนี้ มันจะยังคงมีคนที่ได้มาก คนที่ได้น้อย และคนที่ไม่ได้อะไรต่อไป เพราะบนโลกใบนี้มันยังไม่ใช่ที่สิ้นสุดไงครับ 

มองกลับมาที่ชีวิตและการทำงานครับ ผมว่ามากกว่าการเรียกร้องสิทธิ มากกว่าการเรียกร้องผู้อื่นให้ทำโน่นทำนี้ เปลี่ยนมาเป็นทำตามสิทธิและหน้าที่ที่ได้รับให้ครบถ้วนดีที่สุด ทำให้ดีที่สุด ด้วยสุดแห่งความสามารถและพยายามครับ เพราะพระเจ้าไม่ตัดสินจากสิ่งที่เกินความสามารถของบ่าวที่พระองค์ให้ไว้ครับ ถ้าเราทำวันนี้เพื่อวันนี้ เราคงหยุดไม่ได้ที่จะเรียกร้องครับ แต่ถ้าเราทำวันนี้เพื่อวันแห่งการตัดสิน เราจะรู้สึกว่า สิ่งที่เราได้รับมามันเยอะมากเกินไปแล้ว เพราะหากยิ่งเยอะกว่านี้ เราก็ยิ่งมีภาระที่จะต้องถูกตรวจสอบและตัดสินมากกว่านี้อีกครับ

เปลี่ยนการเรียกร้องเป็นการตรวจสอบและพยายามทำให้ดีที่สุด เท่านี้ก็สุดยอดแล้วครับ