การแพทย์อายุรเวทและโยคะ..การบำบัดจากพุทธกาลสู่สหัสวรรษใหม่

การแพทย์อายุรเวทและโยคะ..การบำบัดจากพุทธกาลสู่สหัสวรรษใหม่

                                                                                     โดย   ศุภฤกษ์  ภมรรัตนปัญญา

อายุรเวท เป็นการแพทย์แบบธรรมชาติตามระบอบวิธีดั่งเดิมของอินเดีย มีการบันทึกขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณ ๓,๕๐๐ ปีก่อนคริสตกาล ในคัมภีร์พระเวท ซึ่งเป็นตำราฮินดูโบราณ คำว่า  อายุร หรือ ชีวิต หรือ เวท หรือ ศาสตร์ ส่วนที่ร่วมอยู่ในการแพทย์แบบอายุรเวท อันดีเลิศ คือการฝึกโยคะ หรือการรวมเป็นหนึ่งเดียว ในการพิจารณาหลักการนี้ ทั่งอายุรเวทเละโยคะได้ถูกประกอบขึ้นนอกเหนือจากความเคารพเชื่อถือตามแบบแผนปฎิบัติร่วมหลายศตวรรษนี้

ในอินเดียและเอเซีย มีการฝึกฝนปฎิบัติอายุระเวทมาประมาณ ๕,๐๐๐ ปี ซึ่งถือว่าเป็นระบบการรักษาแบบธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นพื้นฐานดั่งดิมของแบบแผน ปฎิบัติการทางการแพทย์แบบอื่นๆ มากมาย และการแพทย์ระบบดั่งเดิมของพุทธ

เมื่อการแพทย์แบบตะงันตกเข้ามามีบทบาทในอินเดีย ชื่อเสียงและศรัทธาของอายุรเวทก็ลดลง อย่างไรก็ตามการเเพทย์อายุรเวทก็ได้กลับมาอีกครั้ง และปัจจุบันมีการฝึกฝนควบคู่ไปกับแพทย์แผนตะวันตก นอกจากนี้การแพทย์อายุรเวทยังได้รับกระแสนนิยมในประเทศตะวันตกมากขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา  ปี ๑๙๗๘ องค์กาอนามัยโลกให้การรับรองว่า อายุรเวท เป็นการแพทย์แบบดั่งเดิมรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถช่วยชีวิตรักษาชีวิตของผ็คนในประเทศกำลังพัฒนา

อายุรเวทเป็นวิธีการอยู๋อย่างมีสุขภาพดี มีเป้าหมายแรกคือ การรักษาและส่งเสริมสุขภาพ โดยเน้นที่การสร้างภูมิคุ้มกันโรค เป้าหมายที่สอง คือ การรักษาความเจ็บป่วยทางกายและใจ รวมทั้งการฟื่นฟูความสงบทางจิต

ในการใช้วิธีการรักษาที่ตัวบุคคลมากกว่ารักษาโรค อายุรเวทเชื่อว่า ปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ ประกอบด้วย โภชนาการ สุขอนมัย การนอนหลับพักผ่อน สภาพอากาศ และวิถีการดำเนินชีวิต ช่นเดียวกับกิจกรรมต่างๆ ทางด้านกายภาพ จิตใจและเพศ ปัจจัยทางอารมณ์ก็รวมอยู๋ด้วย ความโกรธ ความกลัว ความวิตกกังวล และสุขภาพไม่ดี ถูกเชื่อว่ามีช่วยให้เกิดความเจ็บป่วย ส่วนสภาพทางอารมณ์ที่ดีเชื่อว่าป็นพื้นฐานที่สำคัญของสุขภาพกาย