การแก้ปัญหาเด็กด้วยการสร้างภาพพจน์ด้านบวก
การแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนที่ผ่านมา เช่น เด็กเล่นเกม ติดยา หนีเรียน มั่วสุม เรื่องเพศ เด็กไม่มีวินัย ไม่รับผิดชอบ ฯลฯ เรามักจะแก้กันที่ปลายเหตุ นั่นคือ ใช้การควบคุม กำกับ ลงโทษ อบรม สั่งสอน แก้ได้ชั่วคราวครับ ไม่ยั่งยืน
การแก้ปัญหาเด็กที่ยั่งยืน ต้องใช้วิธีการจากหนังสือ Super change

ด้วยการสร้างภาพพจน์ด้านบวกให้กับเด็ก ในหนังสือบอกว่า
การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งในศตวรรษนี้ คือการค้นพบเกี่ยวกับเรื่องภาพพจน์ของตนเอง(Self concept)
ภาพพจน์ตัวเอง คือ ความรู้สึกที่เรามีต่อตัวเอง และ ภาพพจน์ที่ควรมี คือ ภาพพจน์ในด้านบวก เช่น รู้สึกว่าตัวเราเองเป็นคนเก่ง เป็นคนมีความสามารถ เป็นคนมีความเชื่อมั่นในตนเอง
ถ้าคุณครูสามารถช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองได้ ก็หมายความว่าสามารถช่วยให้ผู้เรียนบรรลุได้ถึงความต้องการขั้นที่ 4 (Self esteem)
เมื่อภาพพจน์ต่อตัวเองเป็นบวกมากขึ้น คนเราจะมีความเชื่อมั่นสูงขึ้น กล้าที่จะแสดงออกมากขึ้น พร้อมที่จะยอมรับและปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้การรับรู้และการเรียนรู้ดีขึ้นไปด้วย
ครับ มาแก้ปัญหาและพัฒนาเด็กด้วยการช่วยกันสร้างให้เด็กมีภาพพจน์เกี่ยวกับตัวเองในด้านบวก ผมว่าเป็นการแก้ที่ต้นเหตุ และ แก้ปัญหาได้ยั่งยืนครับ
ซึ่งผมว่าทำไม่ยากเลยครับ เพียงแค่ใช้คำพูด "ชม" เขาให้มากๆ เพียงแต่ว่าต้องเป็นคำชมที่มาจากใจจริง เมื่อชมเขาแล้วพร้อมกับยอมรับเขาไปด้วย
ผมว่าสิ่งที่ดี ๆ จะเกิดขึ้นตามมาแน่นอนครับ
คมเข้มในเนื้อหา...เป็นคุณครูที่น่านับถือมากครับ
ขอเป็นกำลังใจให้ครับท่าน ผอ.
สวัสดีค่ะอาจารย์
ตามมาอ่านเรื่องที่น่าสนใจค่ะ เด็กที่เชื่อมั่นในตนเองก็จะมองเห็นคุณค่าตนเองตามไปด้วย การชมก็มีส่วนมากนะค่ะทำให้เขาภูมิใจในตนเอง
ขอบคุณบันทึกดีๆนี้ค่ะ เห็นความตั้งใจที่จะช่วยเด็กก็ชื่นชมค่ะ เป็นกำลังใจในการทำงานค่ะ
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยมชม
สวัสดีค่ะท่านรองหนุ่มเล็ก เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดค่ะ เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับความคิด ที่กล่าวว่า เราเป็นอย่างที่เราคิดค่ะ
และนึกไปถึงสมัยเด็ก ๆ แม่จะบอกเสมอว่า ห้ามพ่อแม่ พี่น้อง ด่า ว่าคนในครอบครัวในทางที่ไม่ดีเด็ดขาดค่ะ และดูเหมือนว่า ถ้าเด็กเค้าก็จะ ฮึด กับคำ ชม ของพ่อแม่ ที่อยากจะทำให้ได้อย่างที่พ่อ แม่ ชื่นชมจริงๆ ค่ะ
* เด็กที่เชื่อมั่นในตนเองก็จะมองเห็นคุณค่าตนเองตามไปด้วย
(ครับ เมื่อเห็นคุณค่าตนเอง ปัญหาต่างๆก็ลดลงครับ)
* การชมก็มีส่วนมากนะค่ะทำให้เขาภูมิใจในตนเอง
(สังคมไทยเราชอบจับผิด มากกว่าชมครับ)
ขอบคุณมากครับ
* กระถางปลูกต้นไม้เป็นศรีษะของคนเรา..ถ้าเราใส่ดินแล้วหยอดเมล็ดพันธุ์ลงไป รดน้ำ และแสงแดดส่องถึง เมล็ดพันธุ์ก็จะงอกงามขึ้นมา...จิตใจคนเราก็เหมือนกระถางใบนี้ ...ไม่ว่าจะหยอดเมล็ดพันธุ์อะไรลงไป มันก็จะงอกเจริญเติบโต เป็นเมล็ดพันธุ์ทางความคิด.."
(ครับ หยอดเมล็ดพันธุ์แห่งความรักความเอื้ออาทรลงไป จะได้ต้นพันธ์ที่มีความเชื่อมั่น และ มีความภาคภูมิใจในตัวเองครับ)
* จะปลูกฝังความคิดของลูกหลานของเราตั้งแต่เด็ก อย่าลืม ชี้ ชม เชียร์ นะคะ
(ครับ ชี้ ชม เชียร์ สามคำนี้ ดีมากเลยครับ)
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
* เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับความคิด ที่กล่าวว่า เราเป็นอย่างที่เราคิดค่ะ
(ครับ ความคิด ลิขิตชีวิตตัวเราครับ)
* และนึกไปถึงสมัยเด็ก ๆ แม่จะบอกเสมอว่า ห้ามพ่อแม่ พี่น้อง ด่า ว่าคนในครอบครัวในทางที่ไม่ดีเด็ดขาดค่ะ
(ครับ นี่คือ วินัยเชิงบวกครับ)
* และดูเหมือนว่า ถ้าเด็กเค้าก็จะ ฮึด กับคำ ชม ของพ่อแม่ ที่อยากจะทำให้ได้อย่างที่พ่อ แม่ ชื่นชมจริงๆ ค่ะ
(ครับ คำชม เป็นคำที่มีคุณค่าต่อเด็กมากเลยครับ)
ขอบคุณมากครับ
ใช้วิธีสุนทรีสาธกเพื่อเอาวินัยด้านบวกออกมาให้เป็นที่ยอมรับ
ท่านอาจารย์น่าจะทำการทดลอง Case study นำร่องนะคะ
* ใช้วิธีสุนทรีสาธกเพื่อเอาวินัยด้านบวกออกมาให้เป็นที่ยอมรับ
(ที่ผมออกไปนิเทศโรงเรียน ผมก็มักจะนิเทศด้วย AI ครับ ดึงวินัยด้านบวกมาจากคุณครู ผมว่าจะเขียนอีกบันทึกหนึ่งครับ นิเทศแบบ AI วินัยเชิงบวก)
* น่าจะทำการทดลอง Case study นำร่องนะคะ
(ตอนนี้ผมก็นิเทศแบบ AI ไปเรื่อยๆครับ มีอยู่ 6 โรงเรียน ที่ผมทำนำร่องอยู่)
ขอบคุณครับ
เรียนท่านรองฯหนูสอนอนุบาลคำพูดที่ติดปากตลอดเลยก็คือ สวยมากค่ะ เก่งมากค่ะ ขอบใจมากที่ช่วยครู น่ารักมากค่ะ พยายามตำหนิให้น้อยที่สุดเพราะเด็กยังเล็กมากไม่ค่อยเข้าใจ แต่ถ้าเราชมเขาจะเข้าใจและชอบมากๆสิ่งไหนที่เราว่าถูกต้องและดีเขาก็จะทำอย่างนั้นซ้ำๆกันเกือบทุกวันค่ะ
* คำพูดที่ติดปากตลอดเลยก็คือ สวยมากค่ะ เก่งมากค่ะ ขอบใจมากที่ช่วยครู น่ารักมากค่ะ พยายามตำหนิให้น้อยที่สุดเพราะเด็กยังเล็กมากไม่ค่อยเข้าใจ แต่ถ้าเราชมเขาจะเข้าใจและชอบมากๆสิ่งไหนที่เราว่าถูกต้องและดีเขาก็จะทำอย่างนั้นซ้ำๆกันเกือบทุกวันค่ะ
(วินัยเชิงบวกของแท้ครับ ขอบคุณครับ)