• เรื่องความเข้าใจ KM ก็เป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ต่อเนื่อง อ่านมากศึกษามาก ก็งงได้เหมือนกันนะครับ เปรียบเหมือนเข้าป่า เห็นต้นไม้มากมาย ไม่ทราบว่าต้นไหนเป็นต้น KM ที่เราต้องการ
  • หยุดราชการเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่าน ผมไปงาน มหกรรมจัดการความรู้ "สถาบันการเงินเพื่อสวัสดิการชุมชน" วันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2549 โรงแรมกรีนเวิลด์ จังหวัดสงขลา จัดโดยหน่วยจัดการความรู้องค์กรการเงินชุมชน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับมูลนิธิ ดร.ครูชบ-ปราณี ยอดแก้ว สมาคมสวัสดิการภาคประชาชนจังหวัดสงขลา เครือข่ายวิจัย 5 พื้นที่ และภาคีสนับสนุน โดยการสนกับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) และศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ (ศตจ.)
  • ในช่วงการนำเสนอของทีมวิจัยพื้นที่จังหวัดสงขลา เรื่องการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาเครือข่ายสัจจะลดรายจ่ายวันละ 1บาท ทำสวัสดิการภาคประชาชนจังหวัดสงขลา ผมได้ปิ้งแว้ปกับข้อความที่ทีมจังหวัดสงขลานำเสนอว่า ศจ.นพ.วิจารณ์ พานิช มาเยี่ยมการประชุมในพื้นที่ที่ชาวบ้านที่ร่วมสัจจะกัน ชื่นชมกับการทำงานและการเรียนรู้ของชาวบ้าน แล้วทีมผู้วิจัยจดเอาไว้
  • ผมว่าข้อความนี้มีประโยชน์มาก ทำให้เข้าใจเนื้อหาของ KM ได้อย่างรวดเร็ว เห็นแนวทางชัดเจน ข้อความที่ท่านพูดและทีมวิจัยสงขลาจดไว้ มีดังนี้ครับ "ผมบอกได้เลยว่า เป็นการจัดการความรู้ที่ฉลาดมาก เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ คิดขึ้นเอง ที่สำคัญทุกท่านมีการปฏิบัติ กลับไปทำสัจจะวันละบาทที่ตำบลตัวเอง เดือนหนึ่งมาเรียนกัน ที่มาเล่าสู่กันฟัง มาเรียนรู้กัน เอาความรู้จากการปฏิบัติจากประสบการณ์มาเล่ากัน เป็นความรู้เชิงทฤษฎี กับความรู้ปฏิบัติที่เราทำกันเอง แล้วมีคนคอยตีความ มีคนจดบันทึก อีกเดือนมาดูกันใหม่ ตีความไปอีก นี่คือการเรียนรู้ ทำไปเถอะครับ แล้วจะเห็นว่าพวกเราฉลาดขึ้น แล้วจะรู้เอง ผมเองไปต่างจังหวัดเยอะ แล้วได้เห็นการประชุมกลุ่มมาก กลุ่มนี้ประชุมกลุ่มกันเก่งที่ที่สุด แป๊บเดียวพูดได้เป็นเรื่องเป็นราว ในหลายๆแห่งไม่ได้เก่งพันนี้ ไม่จับประเด็นได้ถึงขนาดนี้" (ศจ.นพ.วิจารณ์ พานิช,16 กันยายน 2548)

  • ผมอยากเห็นคณะทำงานจัดการความรู้แก้จนเมืองนครของเรา ได้อ่าน ศึกษาข้อความข้างต้น หลายๆเที่ยว แล้วจะเข้าใจ KM ได้เร็วขึ้น หนังสือ สื่ออื่นๆก็อ่าน ควบคู่นะครับ  ผมเห็นว่าเป็นข้อความที่ดี ที่กูรู KM ของเมืองไทยพูด ก็อยากจะบอกต่อ เผยแพร่ ครับ