ภาษาอังกฤษกับความรัก(Love 3)

  ผู้เขียนต้องการสื่อสารภาษาอังกฤษผ่านเรื่องสอนใจเล็กๆน้อยหวังว่าคงมีประโยชน์กับผู้อ่านบ้างนะครับ  

อย่างที่เคยกล่าวไว้ว่าความรักคือการให้ มีความบริสุทธิ์ใจซึ่งกันและกัน ความรักไม่ใช่เฉพาะความรักของหนุ่มสาว ความรักมีได้ทุกเพศ ทุกวัย ลองอ่านเรื่องความรักต่อไปนี้แล้วกัน  

 Do not take advantage, do not cause pain. How you deal with love is how you deal with yourself and our hearts feel the same pains and joys, even if our lives and ways are different.  <div id="smileyDIV4"></div>  อย่าเอาเปรียบ อย่าสร้างความปวดร้าว การที่คุณปฏิบัติต่อความรักอย่างไรก็เหมือนคุณปฏิบัติต่อตนเอง  ดวงใจของทุกคนรู้สึกร้าวรานและอิ่มเอิบเหมือนกัน แม้ว่าชีวิตและหนทางของจะแตกต่างกัน  <div id="smileyDIV11"></div>  Remember that  you don’t choose love. Love chooses you. All you can really do is accept it for all its mystery when it comes into your life.  <div id="smileyDIV10"></div>  จงจำไว้ว่าคุณไม่ได้เป็นฝ่ายเลือกความรัก ความรักเลือกคุณ สิ่งที่คุณทำจริงๆคือ  เมื่อความรักเข้ามาสู่ชีวิตคุณจงยอมรับ ไม่ว่ามันจะลึกลับเพียงใดก็ตาม  <div id="smileyDIV0"></div>  ความรักไม่ใช่เป็นเรื่องเสียหายนะครับ ลองรักดู อย่ามัวรีรอ แต่ขอเตือนว่าเผื่อใจไว้สำหรับความผิดหวังด้วยครับวันนี้งงนิดหน่อยไม่สอนหลักไวยากรณ์ แต่ขอเป็นลูกศิษย์ Socratesอยากถามว่า take advantage of somebody และ take advantage of something แปลว่า อะไรครับรอคำตอบอยู่ครับ จำได้ว่าในบันทึกพี่โอ๋เคยเขียนไว้นะ  <div id="smileyDIV1"></div>  ขอบคุณข้อมูลจาก รศ. ดร. ระพิณ ทรัพย์เอนก Speaking Idiomatic English.  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน khajit's blog

คำสำคัญ (Tags)#love

หมายเลขบันทึก: 36632, เขียน: 03 Jul 2006 @ 00:25, แก้ไข, 24 Nov 2013 @ 21:00, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 122, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (100)

  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 03 Jul 2006 @ 19:57
  • ขอบคุณอาจารย์วิจิตราครับ
  • สรุปว่า เป็นแค่แก่นความเค็มยังไม่ถึงขั้นทะเลต้องเรียกพี่ (ร้อนตัว...กลัวเพื่อนรู้...ว่าเค็ม)
  • ขอบคุณมากเลยที่คิดว่ามีประโยชน์ พยายามหาเรื่องใกล้ๆตัวแต่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ต้องหาตัวช่วยครับ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 03 Jul 2006 @ 20:01
  • ขอบคุณคุณnidnoiและพี่เมตตาครับ
  • รอคำตอบที่พี่เมตตาถามคุณnidnoiอยู่ครับว่าจะทำอย่างไร ภาษาใต้เรียกว่า  ทุ่ม เลยได้ไหมครับ หรือ ปล่อยให้ เหมง ไปเหมือนมะพร้าว งง ไม่ได้ใช้นาน
PAN
เขียนเมื่อ 04 Jul 2006 @ 09:05

ขอตอบคำถามพี่เมตตาแทนคุณnidnoi นะคะ กว่า

ถ้าเค้าไม่รักเราก็อย่าไปรักเขา

 เขาก็แค่หลอกเราให้หลงดีใจ

เมื่อเค้าไม่รักจริงก็ต้องปล่อยเค้าไป

 อย่าฝืนให้มันเหนื่อยใจ

อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย

(แอบเอาเพลงจาก the star มาตอบ)

แต่ถ้าเป็นแป้นนะ ก็เปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นแทน แรกๆอาจจะทำใจยากหน่อยในการจะเลิกรักใครซักคน แต่สักพักก็จะทำใจได้ โดยเฉพาะถ้าเรามีรักครั้งใหม่เร็วก็จะลืมคนเก่าได้เร็วขึ้น (จากประสบการณ์ตัวเองและคนรอบข้างค่ะ)

เป็นบันทึกที่ "อ่านไปยิ้มไป"ค่ะ

nidnoi
เขียนเมื่อ 04 Jul 2006 @ 17:41

thanks for your answer, Khun PAN.  I agree with you.

.

** Don't wait to be loved, to love.
อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักแก่ผู้อื่น **

 

บวร
เขียนเมื่อ 04 Jul 2006 @ 18:31

"living with someone that you love can be lonelier than living alone, if someone that you love does not love you"            จากนิยายเรื่อง "Cat on a hot tin roof" เป็นประโยคจับใจที่จำได้ตอนเรียน ป.กศ. สูง ปี 2519 แต่จำชื่อคนแต่งไม่ได้ ท่านอาจารย์อนุ  ยอดพรหมินทร์ สอนสนุกมาก (เรียนที่วิทยาลัยครูบุรีรัมย์) เนื่องจากนานมากแล้ว ความจำผมอาจมีข้อผิดพลาดได้ ขอความกรุณาคุณขจิต ช่วยแนะนำด้วยนะครับ ผมถอดความเป็นภาษาไทยว่า "การมีชีวิตอยู่ร่วมกับใครคนหนึ่งที่คุณรัก อาจจะเป็นความเปล่าเปลี่ยวยิ่งกว่าการอยู่คนเดียวเสียอีก ถ้าหากว่าใครคนนั้นที่คุณรัก เขามิได้รักคุณ" ได้รับคำชมจากอาจารย์และเสียงปรบมือจากเพื่อนๆ ในห้อง โดยมิได้นัดหมายครับ(คนแก่ชอบเล่าความหลัง)

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 04 Jul 2006 @ 21:00
  • ขอโทษครับคุณPanกำลังเตรียมคู่มืออบรมครูอยู่
  • มีคนตอบแทนคุณnidnoiด้วย มีประสบการณ์ว่าโดยเฉพาะถ้าเรามีรักครั้งใหม่เร็วก็จะลืมคนเก่าได้เร็วขึ้น (จากประสบการณ์ตัวเองและคนรอบข้างค่ะ)
  • เป็นความรู้ใหม่ครับ ขอบคุณมากครับ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 04 Jul 2006 @ 21:01
  • ขอบคุณคุณจันทรรัตน์มากครับที่แวะมาทักทาย
  • ขนาดว่า "อ่านไปยิ้มไป"
  • ขอบคุณด้วยใจจริงครับ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 04 Jul 2006 @ 21:03
  • ชอบคำตอบคุณnidnoiนะครับ
  • กำลังวุ่นกับงานเลยครับ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 04 Jul 2006 @ 21:13
  • ขอบพระคุณ ผอ. บวรครับ
  • เข้าไปอ่านที่ถามคำถามของ ผอ. นะครับ
  • ชอบที่ผอ. แปลครับ อยากให้เล่าเรื่องสมัยเรียนหรือ การทำงานที่โรงเรียนก็ได้ครับ
  • ลองเข้าไปที่ http://gotoknow.org/blog/sorasak
  • น่าสนใจนะครับ ผอ โรงเรียนกันดาร ก่อนนั้นท่านเคยเป็น ผู้ช่วยอยู่โรงเรียนมัธยมศึกษานักเรียนหลายพันคน หนีไปเป็น ผอ ประถมครับตอนนี้

ขอแจมความคิดเห็นของน้องแป้นนะคะ  ที่น้องแป้นกล่าวว่าโดยเฉพาะถ้าเรามีรักครั้งใหม่เร็วก็จะลืมคนเก่าได้เร็วขึ้น (จากประสบการณ์ตัวเองและคนรอบข้างค่ะ) 

ที่น้องแป้นคิดแบบนี้ พี่ว่า นั่นไม่ใช่ความรักแล้วหละคะ มันเป็นแค่ความรู้สึกที่แว้บเข้ามา ว่าเรารักเขา  ถ้าน้องแป้นมีความรักจริง ๆ น้องแป้นจะรู้ได้ว่า  ไม่มีทางที่เราจะลืมรักแรกได้เลย (อันนี้ถ้าอยากรู้ว่าจริงรึป่าว สอบถามกันนอกรอบนะคะ ไม่กล้าถ่ายทอดทางนี้ค่ะ เกรงใจคนใกล้ตัว)

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 08:55
  • ขอบคุณคุณรัตติยามากครับ
  • กำลังจะนำเสนอ website สอนภาษาอังกฤษใหม่ว่างแล้วเข้ามาดูนะครับ
  • คุณ Pan พี่รัตติยาบอกว่า

    ที่น้องแป้นคิดแบบนี้ พี่ว่า นั่นไม่ใช่ความรักแล้วหละคะ มันเป็นแค่ความรู้สึกที่แว้บเข้ามา ว่าเรารักเขา  ถ้าน้องแป้นมีความรักจริง ๆ น้องแป้นจะรู้ได้ว่า  ไม่มีทางที่เราจะลืมรักแรกได้เลย (อันนี้ถ้าอยากรู้ว่าจริงรึป่าว สอบถามกันนอกรอบนะคะ ไม่กล้าถ่ายทอดทางนี้ค่ะ เกรงใจคนใกล้ตัว)

  • คุณPanจะตอบว่าอย่างไรครับ

Vij
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 09:10

คุณ ขจิต ช่วยลบ คห.ด้านบนให้หน่อยดิ๊ ไม่ได้บันทึกสักหน่อย พิมพ์อยู่ดี ๆ ไหงบันทึกเฉยเลย งง!! จังเลย

แค่จะมาบอกว่า...ได้ยินมาแว่ว ๆ ว่ามีคนอยากค้นหาตัวตนคุณขจิต แว่ว ๆ อีกนั่นแหละว่าน่าค้นหาดี อันนี้ต้องรอถามน้องสาวสุดที่รักของเราดูว่าใช่อ๊ะเปล่า หรือว่าล้อเล่น (แซว ๆ)

ความรักนี่ก็แปลก ที่ทำให้คนยิ้มได้ทั้งวันโดยไม่รู้ตัว มีความสุขเมื่อนึกถึงกัน มันมีพลังที่ไม่สามารถบรรยายถูก หากอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร คุณขจิต ต้องลองมีความรักดู แล้วจะรู้ว่าพลังมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน

หากค้นพบแล้วอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

น้องนิว
IP: xxx.29.37.21
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 10:29

ใช่ ๆ อ.ขจิต ต้องลองมีความรักดูนะ...แล้วจะรู้ว่าความรักมันดีหรือไม่ดี  เสร็จแล้วอ.ขจิต ก็มาเล่าให้หนูฟังไงคะ  แบบว่าเชื่อมโยงประสบการณ์...ให้น้อง ๆ ได้รู้บ้าง...อิอิ...

Ajarn POP
IP: xxx.7.187.184
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 10:45

very beautiful post from you krab. I do also trust in lovership as well as friendship krab.

All the best to you, greeting from Perth.

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 11:15
  • ลบไปแล้วครับอาจารย์วิจิตรา งง อยู่เหมือนกัน
  • ผมไม่ต้องค้นหาหรอกครับ เป็นคนธรรมดามากครับ ที่เห็นและที่เป็นอยู่เหมือนกัน
  • กลัวพลังรักครับ อยู่แบบนี้สบายดีแล้ว ภาษาใต้เรียกว่าอยู่บ้านๆ ใช่ไหมครับ คือเป็นคนธรรมดาๆ
  • ขอบคุณมากครับ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 11:18
  • นี่น้องนิว รีบสนับสนุนทันทีเลยนะครับ
  • ไม่กล้าลอง กลัวเป็นแบบน้องจตุพร ขนาดน้องหายดีแล้ว ยังบอกว่ามีรอยแผลเลย ไม่เชื่อถามดูสิ
  • ขอบใจมากครับผมที่แวะมา
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 11:27
    • Thank you Khun PoP
    • Did the weather turne bitterly cold in Perth ? I heard someone told me you enjoy eating chicken. Hope you come back to Thailand soon.
PR
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 11:51

ขอตอบแทนน้องแป้นได้ป่าวค่ะ อยากจะบอกว่ารักแรก ลืมได้แน่นอนค่ะ แต่มิตรภาพลืมไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเมื่อเราได้เจอมิตรเก่า เราก็ยังสามารถทักทายและพูดคุยกันได้เหมือนเดิม แต่รักแรกแม้เดินสวนทางกันยังจำกันไม่ได้เลยค่ะ 

ขอบคุณค่ะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 12:03
  • ตกใจหมดเลย นึกว่าจะมารับสมัคร ช.พ.ค.
  • ช่วงนี้ยิ่งดวงไม่ดีอยู่ด้วย มีคนตอบแทนคุณ Pan  มากจังเลย
  • ชอบประโยคที่ว่า อยากจะบอกว่ารักแรก ลืมได้แน่นอนค่ะ แต่มิตรภาพลืมไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเมื่อเราได้เจอมิตรเก่า เราก็ยังสามารถทักทายและพูดคุยกันได้เหมือนเดิม แต่รักแรกแม้เดินสวนทางกันยังจำกันไม่ได้เลยค่ะ 
  • ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น
PAN
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 12:59

ขอบคุณนะคะพี่แป๊ด ความหมายในคำตอบแป้นมาจากคำถามพี่จิ๊บที่ถามว่า ถ้าเรารักใครสักคนแล้วเค้าไม่รักเรา เราจะทำงัย นั่นคือเราอาจจะแค่แอบรักเค้าข้างเดียวก็ได้ แป้นเลยตอบไปแบบนั้น และสำหรับรักแรกแป้นว่ามันคงเหมือนกับที่พี่แป๊ดบอก ก็คือ เราไม่สามารถลืมได้เลย ถึงแม้ว่าเค้าจะเป็นคนไม่ดีแค่ไหน แต่สำหรับเราก็ยังคงจดจำเฉพาะช่วงเวลาดีของเขาอยู่ในความทรงจำเสมอ แต่โดยส่วนตัวแป้นนะคะยังงัยก็คงยังมีทัศนคติกับความรักในแง่ลบอยู่ดี เอาไว้เราค่อยมาคุยกันนอกรอบนะคะ มุมมองของพี่แป๊ดอาจทำให้ทัศนคติที่แป้นมีเปลี่ยนได้ (เกรงใจพี่ ขจิต อะคะ)

ยังงัยก็ขอบคุณพี่ขจิตนะคะสำหรับเรื่องดี ดี ที่นำมาเขียน แป้นน่ารักก็งี้แหละ ใครๆก็รัก และอยากช่วยเหลือ(ล้อเล่นนะคะ) แป้นก็มีเรื่องทำนองนี้หลายเรื่องเหมือนกัน แต่ไม่อยากเอามาเขียนในblog ตัวเอง มันเขินๆงัยชอบกล แล้วค่อยมา ลปรร เรื่องนี้กันอีกนะคะ

ขอบคุณพี่ปานนะคะสำหรับความช่วยเหลือในการตอบคำถาม พี่ปานเป็นพี่สาวที่น่ารักที่สุดเสมอ (รวมกันเราอยู่ใช่มั้ยพี่ปาน แต่ถ้าทิ้งกันล่ะน่าดู :)

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 13:08
โห!...บันทึกนี้ Hot hit เหลือเกิน...สงสัยเจ้าของบันทึกกังลังมีความรักหรือเปล่าคะ...(ยิ้มๆๆ)
PAN
เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 13:13

จากที่พี่ขจิตบอกว่า 

  • กลัวพลังรักครับ อยู่แบบนี้สบายดีแล้ว ภาษาใต้เรียกว่าอยู่บ้านๆ ใช่ไหมครับ คือเป็นคนธรรมดาๆ
  •   คำตอบ คือ ไม่ใช่ ครับพี่คำตอบที่แท้จริงในความหมายนี้ คือ เรียกว่า อยู่ให้บาย ค่ะ

    ภาษาใต้วันละคำ

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 16:05
    • ขอบคุณมากครับคุณ Pan  รอนอกรอบครับ
    • ขอบคุณพี่ปาน พี่แป๊ด พี่จิ๊บ
    • ดีใจที่ทุกคนเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
    • จะตามไปอ่านใน blog ของคุณ Pan นะครับ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 16:17
    • ขอบคุณคุณ Dr. Ka-poom มาก
    • ที่ hot เพราะคุณ Dr. Ka-poom เข้ามาหรือเปล่าครับ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 16:20
    • เพิ่งรู้ว่าภาษาใต้เรียกว่า  อยู่ให้บาย ค่ะ
    • ขอบคุณมากครับ
    vij
    IP: xxx.114.117.196
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 16:34

    ย๊อบ ๆ มาแลสักหีด...วาเขาแหลงกันถึงไหนแลว

    โยพันนี่กะบายแลว...โยให้บายตัว...อย่าหาเหาใสหัว
     ได้เหมือนกันค่ะ นี่กะภาษาใต้ ขอแหลงสักหีดพอ
    เดียวคอยมาใหม

    แวะมาสนับสนุน สมมติฐาน ของ Dr .ka-Poom ค่ะ

    Ka-Poom
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 18:03

    สงสัย...วันว่าง...ว่าง

    อาจแอบไป capture..

    เรื่องรักๆ...ของ อ.ขจิต...เสียแล้ว

    งานนี้ดิฉัน...พอจะตอบได้แล้วล่ะคะ...ว่า

    ฝนตกคิดถึงอะไร...

    ก็คิดถึงเรื่องรักรัก...ของคุณ"ขจิต"..นี่แหละคะ

    Ka-Poom
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 18:07

    ความรัก...สำหรับคนที่มีรัก....นะคะ

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 18:32
    • ทำไมต้อง ย๊อบ ๆ มาแลสักหีด. หลาว
    • มาตรงก็ได้ครับ ไม่ต้องแอบมา ลืมไปอยู่ใต้ตั้ง 4 ปี
    • ขอคุณครับที่ ย๊อบ ๆ มาแลสักหีด.
    • ภาษาใต้คำว่าเล็กมีหลายขนาดเหลือเกิน
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 18:35
    • สงสัยสมมุติฐานของ Dr .ka-Poom คงไม่ sig. ครับคุณจันทรรัตน์
    • มีตัวแปรแทรกซ้อน ยิ้ม ยิ้ม
    • ขอบคุณครับที่แวะมาอีกครั้ง
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 18:37
    • ขอบคุณ Dr .ka-Poom  มากครับ
    • สรุปยังไม่ได้ครับ
    • พี่โอ๋ กับอาจารย์ Handy ยังไม่แวะมาเลย
    Kanlaya Mikhama
    IP: xxx.12.97.120
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 21:50

    ว้าว คนมาเที่ยวบล็อกนี้ เพียบเลย

    ดูท่า ความรัก อ ขจิต จะผลิดอก แตกใบใหม่ ณ ที่แห่งนี้แน่นอนเลย

    ว้า น่าอิจฉาจัง

    Vij
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 22:13

    กลับมาแล้ว....ค่ะ

    ไม่ย๊อบแล้ว...แต่คราวนี้มาแบบย่อง ๆ  กลัวคนอื่นเห็นโดยเฉพาะน้องนิว...เดี๋ยวตามมาอีก เสียเด็กหมด

    สรุปยังไม่ได้ครับ...งั้นเราก็มาว่ากันต่อในระหว่างรอ
    พี่โอ๋ กับคุณครู Handy

    ชอบนิ๊...บันทึกนี้....ตอนนี้บันทึกตัวเองไม่สนใจแล้ว
    ปล่อยไว้ก่อน ขอมาให้ คห.บันทึกนี้ก่อนแล้วกัน

    ตัวแปรอะไรแทรกซ้อนค่ะคุณขจิต ใช่ตัวแปรเกินหรือเปล่าค่ะ ถ้าใช่ก็ต้องกำจัดค่ะ...ใช้ยาฆ่าปลวกพ่นสักทีสองทีน่าจะได้ผล ต้องรีบหาวิธีการแก้ไขค่ะ ไม่งั้นความรักไม่ราบรื่น หากแก้ไขไม่ได้ก็ปล่อยไปค่ะ หากไม่รักดีก็หาใหม่ดีกว่าไม่ต้องนั่งกลุ้มใจน้ำตาตกใน

    หากจะรักใครสักคนอย่าทุ่มเทเต็มร้อย ห้าสิบห้าสิบค่ะ..."วัดครึ่งหนึ่ง...กรรมการครึ่งหนึ่ง" หากไม่สมหวังก็ถือว่าทำบุญไปห้าสิบค่ะ เหลืออีกห้าสิบเก็บไว้เป็นทุนในการตั้งต้นใหม่ การทำบุญทำแล้วสบายใจดี กุศลผลบุญจะนำพาให้เจอคนดีค่ะ

    เชื่อกันมั่งตะ...คุณขจิต วิธีนี้ได้ผลสุด ๆ ลองทำดูตะ
    ทำแล้วรายงานน้องนิวด้วย ขานั้นอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่กล้า กลัวเสียฟอร์ม

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 22:27
    • ขอบคุณคุณกัลยาครับผม
    • เงียบไปนะครับ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 05 Jul 2006 @ 22:34
    • ไม่ย๊อบแล้ว...ใช่ไหมครับ
    • กลัวน้ำตาตกในครับ ว่าจะไปทำบุญอยู่เหมือนกันจะได้ทำบุญเผื่อเพื่อนๆน้องๆด้วย...รอรับแล้วกัน...แป๊ว
    • น้องนิวคงไม่กล้าหรอกเนอะ กลัวเสียฟอร์มจริงๆด้วย รอพี่โอ๋กับอาจารย์ Handy อยู่ครับ
    • จะขี่ม้าไปมอ. กับ ม ราชภัฏดีไหม
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 21:10
    • รอพี่โอ๋กับอาจารย์ Handy อยู่ครับ
    พี่เม่ย
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 21:21
    คุณขจิตคะ
    ....พี่เม่ยเตรียมกลอนสำหรับคนที่เผื่อใจไว้สำหรับความผิดหวังให้สักบทดีกว่า.... (จำมาจากหนังสือ นานมากแล้วจนจำชื่อผู้แต่งไม่ได้...บกพร่องอีกแล้วค่ะ)
      "ดอกรักบานในใจใครทั้งโลก
      แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน....."
    Ka-Poom
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 21:25

    เข้ามาร่วมด้วย...อีกครั้ง...

    อยากเป็นหนึ่งใน...'ถิตินั้น....

    ความรักเบ่งบาน...เหมือนตัวเลขจำนวน คห.

    นี้ไหมคะ...

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 21:29
    • ว๊าวทันสมัยเสียด้วยพี่เม่ย
    • ชอบครับที่ว่า
        "ดอกรักบานในใจใครทั้งโลก
        แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน....."
      • ขอบคุณมากครับ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 21:31
    • อยากให้ความรักแบ่งบานเหมือนกัน
    • แต่แบ่งบานใน gotoknow ครับ
    • ขอบใจมากครับ
    Vij
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 21:32
    ว่าแล้วก็ขอรับส่วนบุญด้วยคนค่ะ...แป๊ว แว๊วๆๆๆๆ (เรียนแบบคุณขจิต)
    คุณขจิต...ขี่ม้าสามศอกไปบอกหรือเปล่าค่ะ
    (กิ๊ว ๆ หน้าไม่อาย)
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 21:44
    • ไม่ใช้ม้าสามศอกแต่เป็นม้าสีหมอก
    • รู้จักหรือเปล่า ของใคร แต่ไม่เป็นแบบเจ้าของม้านะ กลัวเสียภาพพจน์
    บวร
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 22:05

    เป็นวรรคทองของเฉลิมศักดิ์ (ศิลาพร) รงคผลิน หรือ หยก  บูรพา ครับ  ขอเติมเต็มนะครับ

    จริงหรือนี่ที่ว่ารักเราจักร้าว

    นึกแล้วหนาวเหน็บนักแก้วรักเอ๋ย

    รสสัมผัสอ่อนละมุนที่คุ้นเคย

    ไยจึงเผยรสร้างจืดจางกัน

        เราเคยร่วมใจฝันว่าวันหนึ่ง

        เราจะถึงวันที่งามเหมือนความฝัน

        ฟ้าสีทอง ดอกไม้บาน ธารพระจันทร์

        และรักอันคงค่าสถาพร

    ฉันเฝ้ารอคอยวันที่ฝันไว้

    รอด้วยรักด้วยใจไม่ถ่ายถอน

    แต่นี่สร้อยสายสวาทมาขาดตอน

    เธอกล้ารอนลงด้วยมือเธอหรือไร

        เมื่อเธอสิ้นเสน่หามาสนอง

        รักที่ปองมอดหมดความสดใส

        แผลรักร้ายบ่อนทั่วเนื้อหัวใจ

        จะต้องปวดร้าวไปถึงไหนกัน

    ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก

    แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน

    และอาจเป็นเช่นนี้ชั่วชีวัน

    เมื่อรักอันแจ่มกระจ่างกลับร้างไกล

        นิยายรักยืดยาวของเรานั้น

        คงไร้วันสดชื่นขึ้นบทใหม่

        หมดความหมายที่จะรอกันต่อไป

        เพราะเปลวไฟรักดับลงกับตา

                      ขอบพระคุณทุกท่านครับ

     

    Vij
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 22:43

    ม้าสีหมอก???...ไม่รู้จักค่ะของใครค่ะ???

    ช่วยอธิบายเด็กโม่ ๆ ด้วย....คุณ ขา...จิต....ขา
    จะโดนทุบ...เหมือนน้องนิวมั๊ยเนี๊ยะ

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 23:02
    • ของขุนแผนครับผม
    • จากวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน จากตำนานบอกว่าเป็น 
    • ม้าสีหมอกเป็นม้าแสนรู้พาหนะประจำตัวขุนแผน แม่เป็นม้าเทศชื่อ อีเหลือง พ่อเป็นม้าน้ำ คลอดจากท้องแม่เมื่อวันเสาร์ขึ้น 9 ค่ำ ตัวสีหมอก ตาสีดำ หลวงศรีวรข่านได้รับคำสั่งจากสมเด็จพระพันวษาให้ไปซื้อม้าที่เมืองมะริดประเทศอินเดีย สีหมอกซึ่งเป็นลูกม้ารุ่นหนุ่มก็ติดตามแม่มาด้วย แต่ความซุกซนทำให้เที่ยวล่กัดม้าตัวอื่นๆ อยู่เสมอ จึงทำให้คนดูแลม้าไล่ตีเอาเนืองๆ ขุนแผนไปพบเข้าที่เพชรบุรี เห็นสีหมอกมีลักษณะดี ต้องตามตำราจึงเข้าไปขอซื้อแล้วเสกหญ้าให้กิน สีหมอกก็ติดตามขุนแผนไปโดยดี
    • ข้อมูลจากhttp://www.thaigoodview.com/library/studentshow/st2545/5-4/no29/main/horse.html
    • ต่อไปเปิดสอนวรรณคดีด้วยดีไหมครับ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 23:04
    • ขอบคุณผอ. บวรมากครับ
    • ที่เอางานของหยก บูรพา คนเขียนเรื่องอยู่กับก๋ง มาฝาก
    Vij
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 23:16

    คุณ ขจิต...คงต้องเปิดสอนวรรณคดี Vij แล้วล่ะค่ะ
    หมู่นี้รู้สึกว่าไม่ค่อยทันคนเอาซะเลย...หรือเรียกว่าไม่ทันขุนแผนก็ว่าได้

    คุณขจิตไม่ใช่ขุนแผนแน่นอนค่ะ แต่ถ้าเจอขุนแผนเตือน Vij ไว้บ้างก็จะเป็นพระคุณยิ่งค่ะ...รู้สึกเหมือนขุนแผนอยู่ใกล้ ๆ ตัวยังไงก็ไม่ทราบ

    ฝากคุณขจิตไว้ด้วยนะค่ะเรื่องขุนแผน  แล้วอย่าลืมเตือนน้องนะค่ะ

    Handy
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 23:33

       เพราะผม รัก แบบ Unconditional Love มากไป ใช้ธรรมะไม่ครบหมวด จึงเป็น เช่นนี้ 
        เพราะเชื่อว่า พลังรัก เมตตา กรุณา และ ความเสียสละอย่างยิ่งยวด จะพลิกจิตใจที่ หยาบกระด้าง ของคน มีปัญหา ก้าวร้าว เกลียดแม่  ฯลฯ ได้เป็นแน่ เพื่อนสนิทผมคนหนึ่ง แทบเอาตัวไม่รอด เพราะสมมุติฐานดังกล่าวผิด ชนิด ใช้ไม่ได้เลย .. หมอนั่นแทบเสียคน แต่โชคดีที่ผ่านชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น และได้รับการอบรมบ่มเพาะมาดีพอ จึงไม่ เสียหลัก ลงคู ลงเหว เพราะเหตุแห่งความผิดหวังในรักคราวนั้น ... หมอนั่นหันมาตั้งหน้าตั้งตา ปฏิบัติธรรมด้วยการทำหน้าที่ และ รักษา ศีลข้อเดียว คือ "รักผู้อื่น" เรื่อยมา รักแบบ แบ่งปัน น้ำใจ ไมตรี อย่าง บทกลอนนี้ ของผมไง ..
           
                อันว่า  น้ำใจ  ไมตรี
         ก่อเกิด  ผลดี  หลายสถาน
         พบเห็น  คบหา  ไม่นาน
         ดั่งเป็น  วงศ์วาน  ร่วมบุญ

                อบอุ่น  เหมือนอยู่  ชิดใกล้
         เพราะต่าง  มีใจ  เกื้อหนุน
         น้ำใจ  ไมตรี  มีค่าคุณ
         ค้ำจุน  โลกใหม่  ให้งาม .

                              หรือ ...

               ได้ยินคำ  ว่ารัก  ชักหนาวหนาว
        ด้วยใจร้าว  ราญแยก  แตกสลาย
        ทุ่มเทรัก  จากหัวใจ  ไปมากมาย
        ผลสุดท้าย  ต้องแยกทาง  ห่างเหินกัน

               แต่รักใหม่  ที่ฉันมี  นั้นดีนัก
        ด้วยเป็นรัก  ยิ่งใหญ่  ไม่แปรผัน
        รักจะให้  รักกันได้  ทุกวี่วัน
       รักจะแบ่ง  รักจะปัน  สิ่งดีงาม . 

                                 หรือ ... 

       
         คนหลาย  รักสังคมมัก  จะติฉิน
    เคยได้ยิน  มานมนาน  เกินขานไข
    หญิงรักชาย ชายรักหญิง ต้องจริงใจ
    อย่ามัวไป  หลงเริงร่า  หาคู่ชม

        แท้ความรัก  สูงส่งนัก ใช่ความใคร่
    ยิ่งแจกจ่าย  เท่าไร  ยิ่งสุขสม
    แบ่งใจรัก  เผื่อแผ่ไป  ให้สังคม
    น่านิยม  หรือตำหนิ  ตริตรองดู

        เห็นแก่ตัว  มากมาก  อยากได้รัก
    ยิ่งอยากมาก  ก็ยิ่งหนัก  น่าอดสู
    ทุกทุกอย่าง  ต้องเป็นไป  ตามใจกออู
    แล้วจะรู้  รสรักได้  อย่างไรกัน

        ลองสิลอง  คิดใหม่  ด้วยใจว่าง
    มองทุกอย่าง  ด้วยใจ  อย่าไปฝัน
    ล้าง บวก-ลบ ชั่ว-ดี ที่ผูกพัน
    จะพบวัน  เบาสบาย  ทั้งกายใจ

        แล้วความรัก  อันสูงค่า  จะมาสู่
    คำว่ากอ  สระอู  จะเลือนหาย
    เห็นทุกอย่าง  ตามเป็นจริง  ได้มากมาย
    พร้อมแจกจ่าย  แบ่งรักไป  ให้ทุกคน.

    Handy
    เขียนเมื่อ 06 Jul 2006 @ 23:36
      มาช้า เลยว่าเสีย ยาว ให้คุ้ม ค่าน้ำมัน และเพื่อไม่ให้น้อยหน้า คุณ Vij.
    Vij
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 00:07

    ยอมแพ้ให้ครูบาอาจารย์ค่ะ...ยาวมาก เต็มหน้ากระดาษ A4 เลยค่ะ

    แต่กรุณาจ่ายค่าเช่าม้าสามศอก เฮ้ย!! สีหมอกให้คุณขจิต ด้วยค่ะ คุณครู Handy
    จ่ายค่ารอคอยมานานแสนนานให้ Vij ด้วย และจ่ายค่าอยู่เป็นเพื่อนคุณขจิตให้ด้วย ค่าอะไรอีกหนอ...
    ทั้งหมดจ่ายมาเท่ากับใจที่รอคอย...เอ๊ะ!! ยังงัย หมู่นี้ชักเพี้ยน ๆ ชอบกล

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 00:28
    • ไชโยอาจารย์ Handy มาแล้ว
    • มาขนาดยาวเสียด้วย
    • ชอบวรรคนี้ครับ
    • แล้วความรัก  อันสูงค่า  จะมาสู่
      คำว่ากอ  สระอู  จะเลือนหาย
      เห็นทุกอย่าง  ตามเป็นจริง  ได้มากมาย
      พร้อมแจกจ่าย  แบ่งรักไป  ให้ทุกคน.
    • ขอบพระคุณมากครับ อาจารย์มาเอง น้องนิวคนจุดประเด็นไว้ กับอาจารย์วิจิตราคงอึ้ง  เป็นไงละ

     

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 00:32
    • ขาดพี่โอ๋ครับ
    • ม้าสีหมอก คงเหนื่อยแล้วครับอาจารย์วิจิตราพี่โอ๋อยู่มอ. หาดใหญ่ต้องใช้นี่ครับ
    Vij
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 00:43

    คืนนี้ไม่ยอมหลับ...เพราะอึ้ง..เหมือนโดนน็อค

    ซาบซึ้งทุกบทกลอนที่สอนใจ...คุณขจิตจ่ายค่าน้ำมันให้ คุณครู Handy ด้วย เดี๋ยวคุณครู Handy จะจ่ายค่าเช่าม้าสีหมอกให้ (สรุปว่าหายกัน) แต่ต้องจ่ายค่าอยู่เป็นเพื่อนคุณขจิตมาให้ Vij ด้วย (ไม่เค็ม...เล้ย)

    น้องนิวคงนอนกรนอยู่ พรุ้งนี้คงมาแต่เช้า...มาแบบหลับหูหลับตามาอีกแน่เลย...เพราะงานเยอะ

     

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 00:55
    • ขอบคุณครับ
    • พรุ่งนี้อบรมครู จะรอดไหมนี่ ตั้ง 40 ท่าน
    • แล้วพบกันนะครับ
    • ขอบคุณมากครับที่มาอยู่เป็นเพื่อน ง่วงแล้วครับ
    Handy
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 01:06
      เอ๊ะ ! แล้วเราล่ะ พรุ่ง นี้  4 คาบ เช้า - เที่ยง ... บ่ายไปภารกิจแถวบางปะอิน 
     . จะไหวมั้ยเนี่ย ? ... เฮ้ย ! ต้องพูด วันนี้ แล้วนี่ (หว่า)
    NongNew
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 01:29

    5555  ไม่หรอกคะ หนูนอนดึกตื่นเช้าคะ...อิอิ...รับป่วนทั่ว blog คะ..อิอิ..ไปนอนแล้วนะคะ พรุ่งนี้มีสอนแต่เช้า (เพิ่งตรวจงานนักศึกษาเสร็จคะ) ราตรีสวัสดิ์คะ ขอให้ อาจารย์ทุก  ๆ ท่านมีความสุข นอนหลับฝันดีทุก ๆ คนคะ...

    น้องนิว

    พี่เม่ย
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 09:29
    เรียน ผอ.บวร ค่ะ
    • ขอบพระคุณมากๆค่ะ....ที่ช่วยเติมเต็มบทกลอนนี้  พี่เม่ยขออนุญาตคัดลอกฉบับเต็มนี้ไว้ในสมุดบันทึกนะคะ (จะเขียนโน้ตต่อท้ายเตือนตนเองไว้ด้วยว่า ได้รับสิ่งที่มีคุณค่านี้ มาจากท่าน ผอ.บวร ผ่านเวทีเสมือนแห่งการเรียนรู้..Gotoknow ด้วยค่ะ)
    คุณขจิตคะ
    • ขอบคุณบันทึกนี้มากนะคะ ที่ช่วยให้พี่เม่ยได้เติมเต็มบทกลอนที่ตนเองถามหา มานาน
    บวร
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 09:43
    เรียน  พี่เม่ย  ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง ครับ แบ่งปันความรู้ แบ่งปันความรัก แบ่งปันความสุข เป็นคุณสมบัติของสมาชิก......GotoKnow  ครับ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 20:37
    • ขอขอบพระคุณอาจารย์ Handy น้องนิวด้วยนะครับ
    • นึกว่าไม่มีใครแล้ว ยังมีท่านอาจารย์Handyและน้องนิวอยู่อีก อยากให้อาจารย์ Handy นำกลอนภาษาอังกฤษมาบ้าง
    • How much the bird loves the sky
    • How much the child loves the mother
    • How moch the tiger loves the forest
    • Their love never be equal my love for you
    • แต่งสมัยอยู่ปริญญาตรี ลงใน Bangkok Post ครับ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 07 Jul 2006 @ 20:52
    • ขอบพระคุณพี่เม่ยและผอ.บวรมากครับ
    • พี่เม่ยและพี่โอ๋ต้องตั้งชมรมคนรักกลอนครับ
    • เอามาฝาก
    • ฝากรักไปกับสายลม
    • ฝากใจกลมๆไปกับดาว
    • ฝากใจขาวๆไปให้เธอ
    • ฝากใจเหงาๆเผ้อๆไปให้เธอกอดนอน
    • ไม่อยากบอกว่าแต่งเองครับ ปัจจุบันคงแต่งไม่ได้แล้ว ขอคำแนะนำว่าควรปรึกษาใครครับพี่เม่ย
    • ขอบคุณผอ. บวรที่แวะไปให้กำลังใจผอ. โรงเรียนกันดารครับ
    ชายขอบ
    เขียนเมื่อ 08 Jul 2006 @ 03:08

    แม้จะมา หลังก็ มิรั้งรอ
    ใจอยากขอ เอ่ยแจม แกล้ม ๆ มั่ง
    ...
    (พัก) เดี่ยวพ่อตื่นจะให้มาช่วย เพราะลูกชายไม่ได้เรื่อง กลง ๆ กลอน ๆ (ฮา)

    เป็นบันทึกมีชีวิตครับ เลยขอตามมาดูหน่อย ประมาณว่า (อิจฉา...นิ)

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 08 Jul 2006 @ 12:15
    • ขอบคุณคูรชายขอบมากครับที่ให้กำลังใจ
    • รอคุณพ่ออยู่เหมือนกันครับ ลืมไปว่าพ่อแต่งกลอนเก่งมาก
    • แอบมาจากการอบรมครูครับ
    โอ๋-อโณ
    เขียนเมื่อ 09 Jul 2006 @ 00:42

    มาแล้วค่ะ มาแบบหัวยุ่งๆ แต่สนุกจังกับบันทึกแสนยาวนี้กว่าจะอ่านมาถึงตรงที่เขียนได้เนี่ย....ยาวจริงๆเลย อยากแต่งกลอนรักๆใหม่บ้าง ก็คงจะไม่สำเร็จ จะหาไอ้ที่เคยแต่งๆไว้ ก็...มีหลายที่เยอะไปหาไม่เจอ เลยเอาอันนี้เลย ถูกใจ ไม่ทราบเจ้าของค่ะ

    • I don't think anyone can do anything that would make him worthy of love. Love is a gift and cannot be earned. It can only be given.

    ส่วนที่ถามไว้  take advantage of: เอาเปรียบ (คน)
    take advantage of something: ใช้ (ของ) ให้เป็นประโยชน์ ดูจะมีแง่มุมความคิดต่างกันนะคะ ที่พี่เคยพูดถึงเป็นเรื่อง
    Take things for granted ค่ะ คนละเรื่องกัน

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 09 Jul 2006 @ 09:52
    • ถูกใจมากเลยครับพี่โอ๋
    • กำลังจัดการอบรมครูอยู่ครับ วันนี้อบรมให้คุณครูเป็นวันสุดท้าย ในระหว่างที่ครู ระดมความคิด ผมเลยแอบมาพิมพ์นี่ละครับ
    • ชอบมากครับI don't think anyone can do anything that would make him worthy of love. Love is a gift and cannot be earned. It can only be given
    • ขอบคุณมากครับ รอฟังพี่โอ๋เล่าเรื่องไปอบรม blog ให้ที่ม. ทักษิณครับ
    บวร
    เขียนเมื่อ 09 Jul 2006 @ 10:53

    เรียน  คุณโอ๋-อโณ ที่คุณโอ๋นำมาฝากอยู่ตรงนี้ครับ

    http://www.quotationspage.com/quote/31376.html

     

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 09 Jul 2006 @ 11:52
    • ขอบคุณ ผอ มากครับ ตามเข้าไปดูแล้วครับ
    • ปรากฏว่าเป็น
      I don’t think anyone can DO anything that would make him worthy of love. Love is a gift and cannot be earned. It can only be given.
      Real Live Preacher, RealLivePreacher.com Weblog, January 20, 2003
      Anonymous author of RealLivePreacher.com
    • รอหลายๆคนเข้ามาครับ
    nidnoi
    เขียนเมื่อ 21 Jul 2006 @ 20:52

    มาต่อ...ค่ะ (อยากเป็นความเห็นที่ 100  รอมาหลายวัน..ยังไม่เห็นใครมาต่อ    เลยมาซะเอง)

    ชอบคำนี้ค่ะ  Love is a gift    ความรักเป็นของขวัญจากใครซักคนให้กับใครบางคน

    Love is something for you to feel,
    for you to discover, only your own.
    Everyone has a different sense of love,
    different taste of love,
    different action toward love.
    So don't even talk about love, just feel it,
    feel your very own
    .

    (จาก http://pintomail.com/)

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 21 Jul 2006 @ 21:06
    • ขอบคุณคุณ nidnoi มากครับ
    • รอ ผอ บวร และน้องจตุพร คงไปไม่ถึงร้อยครับ
    • ความรักเป็น gift    ของทุกคนครับ
    บวร
    เขียนเมื่อ 21 Jul 2006 @ 21:39

    ด้วยความรักและคิดถึงจึงมาหา

    เพื่อบอกว่าความสัมพันธ์เมื่อวันก่อน

    ยังมั่นคงทุกทิวาสถาพร

    ใจ"บวร"รักทุกท่านอย่างมั่นใจ

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 01:04
    • ขอบคุณท่านบวรพร้อมกลอนรัก
    • แค่เข้ามาทักก็หัวใจแทบมลาย
    • แวะมาบ่อยๆสมเป็นพี่ชาย
    • ต่อไปจะนัดหมาย คุย สบายอุรา
    • ขอบคุณมากครับ 
    • เกือบแต่งไม่ได้ ความสามารถทางด้านจินตนาการและวรรณศิลป์หายไปหมดเลยครับ ตั่งแต่มาเรียน น่าสงสารนะครับ
    เมตตา
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 02:36
    แวะมาอีกครั้ง อลังการงาสร้างจริงๆ ดึกแล้วคิดอะไรรักๆ ไม่ออก พรุ่งนี้จะมาใหม่ค่ะ

    "ให้กำเนิดแต่ไม่ได้ครอบครอบ

    บำรุงเลี้ยงแต่ไม่ได้ถือว่าเป็นความดี

    มีความยิ่งใหญ่แต่มิได้เข้าไปบังคับบัญชา

    นี่คือคุณความดีอันล้ำลึก"

                                              จาก...วิถีแห่งเต๋า

    ผมมองว่า ตรงนี้เองเป็นความรักที่พิสุทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ครับ

                                                                         จตุพร
     

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 14:12
    • ขอบคุณมากครับพี่เมตตา
    • รอพรุ่งนี้แล้วกัน
    • คุณ Nidnoi มาจุดประเด็นไว้ ทีแรกคิดว่าไม่มีคนมาต่อแล้วครับ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 14:14
    • ขอบคุณมากครับน้องจตุพร
    • วิธีแห่งเต๋าที่เอามาฝาก
    • รอข่าวเรื่องโครงการวิจัย นะครับ
    nidnoi
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 18:28
    ขอเป็นคนที่ 99 ค่ะ   จะมาเลือกว่าชอบ ความคิดเห็นไหน  มากที่สุด
    nidnoi
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 18:29
    ชอบความคิดเห็น ของ ผอ.บวร ที่ว่า
    living with someone that you love can be lonelier than living alone, if someone that you love does not love you
    (เหมือนชีวิตจริงดีค่ะ)
    .
    และจาก พี่โอ๋  ที่ว่า
    I don't think anyone can do anything that would make him worthy of love. Love is a gift and cannot be earned. It can only be given
    (อันนี้ดูเป็นอุดมคติ  ดีค่ะ)
    สุดท้าย  อันนี้
  • ฝากรักไปกับสายลม
  • ฝากใจกลมๆไปกับดาว
  • ฝากใจขาวๆไปให้เธอ
  • ฝากใจเหงาๆเผ้อๆไปให้เธอกอดนอน
  • อันสุดท้ายนี้.....ชอบเพราะว่า...แบบว่า  เชย...ดีค่ะ
    บวร
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 18:37
    ยินดีกับคุณ Nidnoi ที่ได้เป็นคนที่ 100 สมความปรารถนา อาจารย์ขจิตโปรดพิจารณารางวัลด้วยนะครับ อาจเป็นแหนมเนืองหรือกล้วยแขกก็ได้
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 19:44
    • ขอบคุณคุณNidnoi มากครับ
    • ฮือๆ ฮือๆ อันสุดท้ายของผมเองนะครับ
    • เชยจริงๆหรือครับ แต่งตอนอยู่ ม. 3 ครับ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 19:50
    • ขอบคุณผอ. บวรมากครับ
    • น่าจะเป็นแหนมเนืองมากกว่า เพราะผอ มาต่อไว้ คุณ Nidnoiมาเติม เฮ เกิน 100 ไปแล้ว ไม่น่าเชื่อเลย
    • ขอบคุณทุกท่านมากครับ
    ชายขอบ
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 19:56

    ขอแอบเข้ามาดูว่าใครเป็นคนที่ 100 ค่ะ อ่อ! เห็นแล้ว เป็นคุณ nidnoi นี่เอง

                                       Vij (อยู่ กทม.ค่ะ)

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 20:32
    • ขอบคุณน้องชายขอบมากครับ
    • เก่งจังครับที่ทราบว่าคุณ Vij (อยู่ กทม.ค่ะ)
    1. ขอขัดจังหวะนิดหน่อยครับ
    2. มือใหม่หัดจิ้ม
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 23 Aug 2006 @ 11:07
    • ขอบคุณที่แวะมาทักทาย
    • อาจารย์หาบันทึกผมเจอได้อย่างไรครับ
    ปารินุช
    เขียนเมื่อ 23 Aug 2006 @ 11:41
    อ่านเรื่องความรัก ทำให้ทุกคนยิ้มได้เสมอ นิยามส่วนตัวคือ "ความรักคือการเสียสละ "
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 23 Aug 2006 @ 22:26
    • ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย
    • รักคือการเสียสละ น่าสนใจนะครับ
    ทิ
    IP: xxx.143.151.134
    เขียนเมื่อ 28 Sep 2006 @ 10:10

    รักเป็นอารมณ์ไม่ยั่งยืน เดี๋ยวเกิดเดี๋ยวดับ ความรักเป็นกาลีกับชีวิต  คนรักคือเจ้ากรรมนายเวรของเรา

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 28 Sep 2006 @ 10:30
    • จริงหรือครับ ผมนึกว่าเป็นคู่กรรมคู่เวร ที่ทำบุญมาร่วมกัน จึงมาพบกันในชาตินี้ซะอีก
    • ขอบคุณมากครับที่แวเข้ามาครับ
    • ผมจะไปทักทายได้ที่ไหนครับ
    Bright Lily
    เขียนเมื่อ 03 Oct 2006 @ 13:57
    • Hot จริงๆ ค่ะ
    • ความรักอยู่คู่กับโลกสวยใบนี้จริงๆ
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 03 Oct 2006 @ 14:34
    • อะไร hot ครับ
    • ผมหรือ บันทึก
    • ขอบคุณมากครับที่แวะมาทักทาย
    กอบัว
    เขียนเมื่อ 13 Oct 2006 @ 13:54
    ความรักคือความรู้สึกของคนสองคน ที่ผูกพันกันไว้ด้วยอาทร  อาจจะทะเลาะกันบ้างเพราะต่างคนต่างก็มีความฝัน  แต่รักแล้วต้องอภัยกันและกัน  แม้คืนวันจะแปรผันรักนั้นยังมั่นคงดังสัญญา
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 14 Oct 2006 @ 11:31
    • เป็นนิยามความรักที่เยี่ยมเลยครับ
    • ขอบคุรมากครับ

    คงจะไม่ขอนิยามว่าความรักสำหรับทุกคนเป็นอย่างไร แต่คิดว่าสำหรับตัวเองแล้ว  ถ้าหากรักใครแล้ว ก็อยากทำให้คนนั้นหรือเห็นคนนั้นมีความสุข  เรามีความสุขที่คนนั้นมีความสุข โดยที่คนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของเรา ไม่จำเป็นต้องอยู่กับเรา  แค่เขามีความสุข  เราก็มีความสุข  รักแบบนี้น่าจะทำให้ทั้งคนที่รักและคนที่ถูกรักมีความสุข 

    จริง ๆ แล้วเพิ่งอ่านหนังสือ แนวทางของความสุข ของ ดร อาจอง จบ  ท่านก็ให้คำแนะนำว่า คนเราควรจะเป็นคนดี มีความรัก ความเมตตา กับทุกคน  ซึ่งเราเชื่อว่าถ้าหากใครทำได้เช่นนั้น คนนั้นก็จะมีความสุข  

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 17 Dec 2006 @ 17:39
    • ขอบคุณมากครับอาจารย์
    • กำลังคิดถึง
    • วันก่อน พบอาจารย์อาจองในงาน KM ที่กรุงเทพฯด้วยครับ
    • เดือนกุมพาพันธ์มีงานที่ มข ผมจะได้พบอาจารย์ไหมครับ
    krapook
    เขียนเมื่อ 27 Apr 2007 @ 22:26
      แวะมาอ่านแล้วนะคะ.... ทำให้ได้อ่านมุมมองของสมาชิกคนรักอาจารย์ขจิต ( ตั้งเองค่ะ ) เกี่ยวกับความรักเยอะเลย..แต่อ่านยังไงๆ ก็ไม่เจอนิยามความรักของอาจารย์ขจิต.....
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ 01 May 2007 @ 10:10
    • ขอบคุณมากครับคุณ krapook
    • ผมไม่มีนิยามครับ
    • ทราบแต่ว่ารักน้อยๆๆแต่รักนานๆๆ
    • ฮ่าๆๆๆ
    blue_star
    เขียนเมื่อ 12 Feb 2010 @ 15:09

    สวัสดีค่ะท่านอาจารย์

    ตามมาซึมซับเรื่องราวของความรักในนิยามต่างๆ ค่ะ

    ปีนี้กุหลาบราคาแพง เลยซื้อเป็นต้นเตรียมไว้ให้ตัวเองในวันแห่งความรักแล้ว อิอิ

    ไม่รู้จะบานทันเวลาหรือป่าว 555

    blue_star
    เขียนเมื่อ 12 Feb 2010 @ 15:25

    สวัสดีค่ะท่านอาจารย์

    ตามมาซึมซับเรื่องราวของความรักในนิยามต่างๆ ค่ะ

    ปีนี้กุหลาบราคาแพง เลยซื้อเป็นต้นเตรียมไว้ให้ตัวเองในวันแห่งความรักแล้ว อิอิ

    ไม่รู้จะบานทันเวลาหรือป่าว 555

    blue_star
    เขียนเมื่อ 12 Feb 2010 @ 15:30

    สวัสดีค่ะท่านอาจารย์

    ตามมาซึมซับเรื่องราวของความรักในนิยามต่างๆ ค่ะ

    ปีนี้กุหลาบราคาแพง เลยซื้อเป็นต้นเตรียมไว้ให้ตัวเองในวันแห่งความรักแล้ว อิอิ

    ไม่รู้จะบานทันเวลาหรือป่าว 555

      รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น