ใครมีอะไรจะแลกเปลี่ยนก็เชิญเลยนะครับ

ผมหายไปนานด้วนสาเหตนานัปการ ตอนนี้เพิ่งกลับมาจากไปประชุมคณะกรรมการที่เรียกว่า world commision on Ethics in Sciences and Technology มีชื่อเรียกย่อๆว่า COMEST ตั้งโดย ผู้อำนวยการใหญ๋ UNESCO ซึ่งตอนนี้เป็นคนญี่ปุ่น ชื่อ Dr. Matsuda เพื่อให้มาช่วยกันดูว่าควรจะมีการกำหนดการดำเนินงานทางด้านจริยธรรมเกี่ยวกับวิทยาการสมัยใหม่ยังไง

จะว่าคณะกรรมการชุดนี้มุ่งพูดเรื่องจริยธรรมของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ก็อาจจะไม่ค่อยถูกต้อง เพราะเทคโนโลยีบางอย่างไม่ใหม่ แต่พอมนุษย์เอาไปใช้แบบใหม่ๆก็ทำให้เห็นแง่มุมทางจริยธรรมได้เหมือนกัน และบางทีมันก็เป็นการพูดถึงจริยธรรม โดยไม่ได้เอาเทคโนโลยีเป็นตัวตั้ง แต่เอาปัญหา หรือเป้าหมายการพัฒนาเป็นตัวตั้ง อย่างที่ผมเพิ่งไปประชุมมาเขาก็พูดถึงจริยธรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม Environmental ethics ซึ่งพอดูเข้าไปจริงๆมันไม่ได้เกี่ยวเฉพาะกับ เรื่องความรู้ และเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เกี่ยวกับการเอาความรู้ไปใช้มากกว่า

มองในมุมของ UNESCO ก็คือว่า ถ้าจะพูดถงึเรื่องจริยธรรม ก็ต้องพูดถึงจริยธรรมของคนหลายกลุ่ม ไม่ใช่แค่จริยธรรมของนักวิทยาศาสตร์ หรือนักวิชาการเท่านั้น แต่รวมไปถึงจริยธรรมของภาคธุรกิจ และนักการเมือง รวมทั้งของชุมชนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วย

ผมเองก็เพิ่งเคนได้ยินคำว่า environmental ethics เป็นครั้งแรกเลยได้รู้ว่ามันครอบคลุม หรือหมายถึงอะไรบ้าง

ปัญหาใหญ่ที่มีการพูดกันมากคือ UNESCO พูดเรืองจริยธรรมทีไรก็พูดแต่มาตรฐานจริยธรรมที่ควรเป็น ซึ่งพูดทีไรก็ไม่ค่อยมีใครเถียงเพราะไม่รู้จะเถียงยังไง ด้วยมันมักจะพูดถึงมาตรฐานที่พึงประสงค์ แต่คนส่วนใหญ่ก็ทำไม่ได้ตามมาตรฐานที่ควรเป็นสักที คราวนี้ UNESCO เลยไม่เสนอแค่มาตรฐานจริยธรรมที่ควรเป็น แต่เสนอด้วยว่าประเทศต่างๆควรทำอะไรบ้าง เป็นตัวอย่างเกี่ยวเนื่องกับมาตรฐานจริยธรรมต่างๆ

ตอนท้ายการประชุม ทางคณะกรรมการช่วยกันเสนอว่ามีเรื่องอะไรที่น่าจะมีการวิเคราะห์ และทำข้อเสนอทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่บ้าง

ปรากฏว่ามีการเสนอเรื่องราวหลายเรื่องที่น่าสนใจ อย่างเช่นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเรื่องของสมอง  เทคโนโลยีการสื่อสาร และโทรคมนาคม ซึ่งนับวันจะเข้าไปรุกลำ้ความเป็นส่วนตัวของผู้คนมากขึ้น แต่ก็เข้าไปช่วยเพิ่มความสะดวกสบายพร้อมๆกันไปด้วย แล้วยังมีการพูดถึงเทคโนโลยีการตรวจส่วนต่างๆของร่างกาย (ที่มีเป้าหมายสำคัญในการรักษาความปลอดภัย) เช่นการตรวจม่านตา หรือ body scan

ที่ญี่ปุ่นเขากำลังฮือฮากับเทคโนโลยสารพัดอย่างที่จะเอามาใช้เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะคือการป้องกันการก่อการร้าย แต่ภาคประชาชนก็ไม่แน่ใจว่าบรรดาเทคโนโลยีที่เอามาใช้ักันนั้นมันควรจะมีข้อจำกัดในกาีรใช้ หรือมาตรฐานในการเอามาใช้ยังไง

ไม่รู้ว่าพวกเราที่อ่านเรื่องนี้แล้วหันมามองเมืองไทย เห็นเทคโนโลยีอะไรที่น่าเป็นห่วง และควรต้องมาช่วยกันกระตุ้นให้มีการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมในการใช้ หรือแม้กระทั่งมาตรฐานจริยธรรมของการลงไปวิจัย หรือพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านั้น บ้างไหม

บางทีเราๆท่านๆที่สนใจ หรือมีความเป็นห่วง หรือไม่แน่ใจว่าจะดีหรือเปล่าถ้าเกิดมีการวิจัย หรือพัฒนาเทคโนโลยี หรือแม้กระทั่งเอาเทคโนโลยีบางอย่างมาใช้ ก็๕วรจะได้แสดงความเห็น ความเป็นห่วงกันบ้าง คนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะได้ไม่คิดจะทำก็มองจากมุมตนเองแต่ฝ่ายเดียว

ใครมีความคิด ความเห็นยังไง จะแลกเปลี่ยนจะเขียนใน post นี้ก็เชิญเลยนะครับ