วันที่สามของการอบรม เป็นวันที่พวกเราได้ลงพื้นที่ นำความรู้ที่อาจารย์สอนไปลองใช้จริงกับชุมชน หมู่บ้านที่ อาจารย์ พาพวกเราไป ชื่อบ้านหนองกางเขน ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นั่งรถจากสวนสุนันทาไปซักชั่วโมงครึ่งเห็นจะได้ ระหว่างเดินทางก็สนุกสนานบันเทิงตลอดทางด้วยฝีมือการ entertain ของ อาจารย์ เอ็นดู ส่องแสง ท่านมีความสามารถจริงๆครับในการที่จะทำให้คนสลายพฤติกรรมเกราะกำบังทั้งหลายได้ในเวลาอันจำกัด หัวเราะกันตลอดทางเลยครับ บางคนบอกไม่อยากให้ถึงที่หมายเลย กำลังสนุกทีเดียว ในที่สุดเราก็ถึงจุดนัดพบคือที่สถานีอนามัย บ้านหนองกางเขน

ทางทีมฝึกอบรมนัดชาวบ้านมารอเราอยู่แล้วครับ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทั้งหมดเป็นผู้มีบทบาทสำคัญของหมู่บ้านนี้

หลังจากกล่าวแนะนำหมู่บ้านกันไปพอสมควร พอสรุปได้ว่า หมู่บ้านนี้ทำการเกษตรเป็นหลัก มีลำคลองไหลผ่านกลางหมู่บ้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่พออยู่พอกิน ปัจจุบันสภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากมีหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นอย่างมากมายล้อมรอบบริเวณที่ชาวบ้านดั้งเดิมอาศัยอยู่ เป็นปัญหาทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและการสัญจรคมนาคม และแรงงานต่างชาติ

จุดประสงค์ของการลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการฝึกกระบวนการทำงานในชุมชน 3 กระบวนการคือ AIC (appreciation influence control), PRA (participatory rural appraisal), และ Focus groupพวกเราเลือกกันเองครับว่าจะทำกระบวนการใด ผมกับน้องๆพี่ๆ (เฮียเหลา มุ้ย มะตูม ปุ๊ด แอ๊ด จุตติ อ้อม ) เลือกทำ AIC พอตกลงกันเสร็จสรรพว่าชาวบ้านคนใดบ้างจะมาทำกระบวนการ AIC กับเรา พอได้กลุ่มกันแล้วก็เดินหาทำเลที่เหมาะสม พวกเราไปได้ที่ตรงศาลาริมคลองแดดร้อนนะครับแต่ว่ามีร่มเงาและลมเย็นสบายดี
ตอนแรกเริ่มทุกคนต่างขัดเขิน ไม่รู้จะเริ่มต้นกันยังไง แต่ในที่สุดด้วยวิญญาณของนักกิจกรรมชุมชน น้องปุ๊ดกับน้องมะตูม ก็เริ่มต้นด้วยการร้องเพลงแนะนำตัวพร้อมแสดงท่าทางประกอบให้เป็นท่าประจำตัวของแต่ละคน บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายบ้างแล้ว

ตอนแรกๆยังหน้าเครียดซีเรียสกันอยู่


แต่พอเจอท่าเต้นแนะนำตัวของเฮียเหลา เป็นท่า "หัวงู" ผลก็เป็นอย่างนี้ครับ


ในที่สุดพี่คนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะร่วมวงกับ น้องมะตูม ปุ๊ด แล้วก็ มุ้ย

พอพี่คนนี้เริ่มต้น ทุกคนก็ร่วมสนุกออกมาแนะนำตัวกันด้วยท่าทางแปลกๆ สนุกดีจริงๆ หัวเราะกันขากรรไกรไม่ได้พักเลยครับ ถึงตอนนี้ก็ถือได้ว่า ทุกคนรู้จักกันดีแล้ว พวกเราก็เริ่มต้นคุย ตามแนวทางของ AIC น้องปุ๊ดนำทีมต่อโดยให้ทุกคนวาดรูปสิ่งที่เค้าคิดว่าขณะนี้บ้านหนองกางเขนเป็นอย่างไร แล้วพวกเค้าอยากให้เป็นอย่างไร ผ่านทางรูปภาพ บางคนก็วาดไม่เป็นนะครับ จุตติ ก็ไปช่วยวาดให้ป้าคนนึง ป้าก็มีหน้าที่บรรยายไป น้องจุตติก็วาดไป


ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญมาก เพราะมันยากตรงที่จะทำอย่างไรให้ทุกคนสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่และตรงใจเหมือนกับรูปวาดบนกระดาษนั้นผ่านตรงดิ่งออกมาจากหัวใจ หลังจากนั้นปุ๊ดก็ดำเนินการต่อโดยให้แต่ละคนมาอธิบายรูปที่ตัวเองวาดว่าหมายถึงอะไร พวกเราก็ช่วยกันซักถาม เติมเต็มส่วนที่ยังไม่เข้าใจ (ในรูปแอ๊ดกับเฮียเหลาช่วยกัน ถามไถ่ด้วยมิตรไมตรี)


พอทุกคนอธิบายรูปวาดของตัวเองเรียบร้อย ปุ๊ดทำหน้าที่สรุปสิ่งที่ทุกคนแสดงออกเข้ามาอยู่ในแผ่นเดียวกัน ขณะที่ปุ๊ดกำลังสรุป เฮียเหลาเดินข้ามสะพานไปโผล่อีกฝั่งคลองนึงที่สาวๆกำลังร้อยมาลัยดอกพุดกันอยู่ เรียกว่าเข้าถึงประชาชนทั้งสองฝั่งคลองครับ


ถึงตอนนี้เราก็จบขั้น Appreciation แล้วครับ ได้ภาพรวมของสถานการณ์บ้านหนองกางเขน จากความรู้สึกนึกคิดของชาวบ้านที่ต้องเกี่ยวข้องเพราะว่าอาศัยอยู่ตรงนั้น รวมถึงภาพฝันที่อยากให้หมู่บ้านของเค้าเป็น เหนื่อยล้ากันพอสมควรแล้ว พักยกดื่มน้ำกินขนมผลไม้หน่อยละกันนะครับ ช่วงนี้ น้องอ้อม(เสื้อชมพู) มานำเต้นนำร้องเพลง"กล้วย" เพลงกล้วยนี่ ผมถ่ายเป็นภาพเคลื่อนไหว เลยเอามาใส่ในบล็อกนี้ไม่ได้ แต่บอกได้อย่างนะครับว่า น่ารักมากทั้งเนื้อเพลงและท่าเต้น ยิ่งป้าๆพี่ๆชาวหนองกางเขนมาเต้นกับน้องอ้อมด้วยแล้ว หัวเราะกันกระจายเชียวครับ

พอหายเหนื่อยเมื่อยล้ากันแล้วก็เริ่มคุยกันต่อ พวกเราช่วยกันเรียบเรียงว่าปัญหาที่สรุปได้จากกลุ่มมีอะไรบ้างนำมาจัดอันดับตามความรุนแรงและความสำคัญ ความเดือดร้อนอันดับหนึ่งก็คือเรื่องหมู่บ้านจัดสรรปิดล้อมทำให้การคมนาคมสัญจรไปมาไม่สะดวกเหมือนแต่ก่อน ที่รองลงไปคือเรื่องมลภาวะที่เกิดกับลำคลองและธรรมชาติที่เป็นของดั้งเดิมต้องเสียหายไป และอีกเรื่องที่มีคนพูดถึงคือเรื่องคนงานต่างด้าวที่มาทำงานก่อสร้าง ก่อความรำคาญ และอาจก่อปัญหาเรื่องทรัพย์สินสูญหาย พวกเราทั้งกลุ่มช่วยกันหาทางแก้ไข ได้หนทางแก้ไขเบื้องต้นหลายประการ เช่นขอทางออกกับเจ้าของหมู่บ้านสำหรับชาวบ้านในการสัญจรไปมา(ก่อนที่เจ้าของโครงการจะขายบ้านได้หมด) หาหนทางในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติเช่น ปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารพิษ เพื่อขายให้กับชาวหมู่บ้านจัดสรร เชื่อว่าน่าจะได้ลูกค้าชั้นดีจำนวนมากชาวบ้านก็มีรายได้ นำเสนอเรื่องสิ่งแวดล้อมสวยงามกับเจ้าของโครงการ เช่นคลองน้ำใสน่าจะเป็นจุดขายของบ้านจัดสรรได้มากกว่าคลองที่มีแต่น้ำเน่าและเศษขยะ คิดออกมาได้แบบนี้ แล้วถ้าทำได้จริงด้วย ผมว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการอยู่ร่วมกันได้อย่างดีมีความสุขนะครับ ถึงตอนนี้เท่ากับเราทำขบวนการ influence เสร็จเรียบร้อย มีแผนแล้วว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดีจึงจะไปถึงจุดที่เราอยากจะให้เป็น
ส่วนขั้นตอนของ control เราคงไม่มีโอกาสได้เห็นการปฏิบัติการของชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหาของหมู่บ้านจริงๆ เพราะนี่เป็นแค่การฝึกปฏิบัติในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน แต่มันเป็นครึ่งวันที่มีค่าอย่างยิ่ง ให้ความรู้เต็มอิ่มสมกับที่ตั้งใจมา ได้เพื่อนต่างวัยต่างอาชีพแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและความเป็นมิตร ถึงเป็นมิตรภาพระยะสั้นแต่ก็อบอุ่นใจครับ ต้องขอขอบคุณ อาจารย์ ทั้งสามที่ร่วมลงพื้นที่กับเราด้วย ดร.วรรณรา ดร.เชษฐ์ และอาจารย์ เอ็นดู อยู่กับเราตลอดไม่ทิ้งกันไปไหนเลยครับ
ก่อนจากลาหมู่บ้านหนองกางเขน อยากจะบอกถึงสิ่งที่ประทับใจอีกซักเล็กน้อยนะครับว่า หอยทอดเรือหางยาว ของป้าคนนี้ดูน่ากินมากเลยครับ
ตอนแรกป้าแกก็ห้ามว่าอย่าถ่าย อย่าถ่าย พอยกกล้องแกหันมายิ้มให้ผมอย่างสวย น่ารักมั้ยครับ

รูปข้างล่างเนี่ยครับที่ผมว่าน่ากินมากๆ


ถึงจะจบตอนอย่างอ้วนๆไปซะหน่อย แต่ผมก็ว่าสุขใจดีนะครับ
สรุปได้ครบถ้วนจริงๆค่ะกับกลุ่ม AIC
การจัดเวทีชาวบ้านครั้งนี้เป็นการฝึกปฏิบัติ ที่ถือว่าเป็นการซ้อมจัดกระบวนได้ดีมากๆ อีกประการคือมีบันทึกเอาไว้เป็นข้อมูลเพื่อช่วยในการลงทำงานภาคสนามครั้งต่อๆไปค่ะ
อ่านแล้วคิดถึงบรรยากาศการฝึกในวันนั้น เพราะให้ความรู้สึกดี ๆ เกิดแรงบรรดาลใจในการทำงานชุมชนมากขึ้น
สวัสดีค่ะ
บรรยากาศวันนั้นมาอ่านของอาจารย์หมอแล้วคิดถึงทุกคนวันนั้นเลยค่ะ รู้สึกดีจังอาจารย์เขียนบรรยายได้น่ารักมากเลยค่ะ ตอนนี้ทำวิจัยกันไปถึงไหนแล้วค่ะ หวังว่าอาจารย์หมอยังน่ารักและสบายดีเหมือนเดิมนะคะ ดีใจนะคะที่ได้อ่านบทความดีๆแบบนี้
คิดเสมอว่าคิดถึงคะ
อ้อม
เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน ขอโทษอาจารย์หมอนะคะที่ช้ามากกับการได้อ่านข้อเขียนดีดี บรรยายเห็นภาพแล้วยังนึกว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่วันมานี้ที่ไหนได้ เกือบ 4 ปีแล้วกระมัง ไม่รู้ว่าความรู้ที่ถ่ายทอดกันไว้ จางไปตามกาลเวลาหรือเปล่า...คิดถึงค่ะ