ตามหาเสน่ห์มาใส่ปลายจวัก

“พี่ปิ๊กเวียงๆ เค้าคิดพล็อตเรื่องเม้าท์แม่ได้ใหม่แล้วนะ ...ตามเสน่หามาใส่ไว้ที่ปลายจวัก”

เราบอกพี่สาวในเช้าวันหนึ่ง วันที่อากาศแสนที่จะแจ่ม...

“ตามอะไรมาใส่จวักนะ ไหวเหรอ?”

คุณคะๆ คุณจำเรื่องที่ฉันเล่าไว้สองสามเรื่องได้ไหมคะ เรื่อง ความลับของฉัน...มี มากกว่าห้าแต่... และความลับหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องการทำกับข้าว สำหรับฉันแล้วแม้แต่ขนมจีนน้ำยายังไม่ประสาเลยค่ะ (ไม่มีน้ำยา) แต่ฉันก็พอจะรู้ปูปลากุ้งหอยที่เขาใช้ปรุงเป็นอาหารนะคะ แค่ว่ามันอาจจะไม่เป็นสับปะรดเท่านั้นเอง (มันจะเป็นสับปะรดไปได้อย่างไร คนละห่วงโซ่อาหารกันเลยค่ะ)

ส่วนอีกเรื่องที่ฉันเขียนเล่นๆ แต่แอบเตรียมใจจัดพิมพ์รวมเล่มขายหรือจำหน่ายจ่ายแจกเพื่อนฝูงญาติมิตรสหายสนิทในกาลข้างหน้า ก็คือบันทึกเรื่องเล่าเม้าท์คุณแม่ ตั้งแต่เรื่อง....

มาบันทึกนี้ฉันก็มีเรื่องแม่มาเล่าอีกแล้วค่ะ เรื่องนี้มีเป้าประสงค์ เกี่ยวกับการชวนแม่ให้ไม่อยู่เฉยๆ ให้มีมีอะไรทำบ้างจะได้รู้สึกชีวิตวุ่นวาย สนุกๆ สุขๆ แม้เหนื่อยบ่อยแต่ชีวิตแม่ลูกก็อบอุ่นดีค่ะ

เรื่องทั้งเรื่องมีอยู่ว่าเด็กรับใช้ประจำตัวของแม่สองคนพี่น้อง(แฝด) ไปได้งานใหม่ซึ่งเธอทั้งสองคงคิดทบทวนดีแล้วว่าถึงเวลาเปลี่ยนเส้นทางเดินชีวิตตัวเองเสียที อายุเธอมากแล้ว อยู่กับแม่ฉันมาสิบยี่สิบปี ไม่ได้พบปะโลกภายนอกแสนกว้างใหญ่จนคานที่สร้างจะเป็นทองไปแล้ว เมื่อเธอดิ้นรนไปใครเล่าจะกล้ากักขังหน่วงเหนี่ยว แอบคิดเล่นในใจ มรดกที่แม่จัดสรรไว้ให้ภายหลังแม่เป็นอะไรไป ก็จะกลับเข้ามาในกองกลาง (เขียนเหมือนงกเลยแฮะ! ล้อเล่นค่ะ สมบัตินอกกาย ใครก็เอาไปไม่ได้) ดังนั้นเหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาที่ไปของบ้านตระกูลชื่นชมยินดีที่จะได้กลับมาจัดระบบพบระเบียบเพื่อชีวีที่สดใสอย่างไรคะ

“แม่คนเดียวเลี้ยงลูกมาสี่คนจนรอดได้”

แล้วเรื่องอะไรเราจะปล่อยให้แม่ต้องว้าเหว่อยู่คนเดียวในช่วงปลายของชีวิต แม่ฉันเกษียณราชการมาเกือบยี่สิบปีแล้ว แม้ว่าภาระหน้าที่บวกความจำเป็นบังคับให้สี่พี่น้องมีงาน มีบ้านประจำเป็นหลักแหล่งที่ต้องกวาดถูทำความสะอาด ซักผ้ากวาดถูจนเวลาในวันหยุดแน่นเอี๊ยด แต่สามคนพี่น้องก็จัดสรรเวลาให้ลงตัวได้เพื่อแม่ ซึ่งแม่ไม่ยอมอย่างเด็ดขาดที่จะย้ายสำเนาทะเบียนบ้านไปอยู่กับลูกคนไหน เหมือนยุคของคุณยาย (แม่ของแม่) เราก็หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันมานอนบ้านแม่ และในระหว่างนี้ก็ค่อยๆ หาเด็กรับใช้คนใหม่ ข้อแม้ของแม่เยอะมาก และใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ เมื่อไรกัน ยุคศิวิไลซ์สมัยนี้ต้องยกระดับชื่อเรียกอาชีพคนทำงานบ้านว่า “แม่บ้าน” “พยาบาลผู้ช่วย” ซึ่งต้องไปติดต่อใช้บริการตามศูนย์ต่างๆ เรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงหนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีคำว่า “Companion” หนังสือนิยายอ่านนอกเวลา คุณนึกออกไหมคะ ฉันจะทิ้งชื่อหนังสือนิยายต่างประเทศเล่มนี้ไว้ตรงปลายจมูกเผื่อใครที่อยู่ร่วมสมัยกับฉันจะนึกออกแล้วอยากบอกนะคะ (นึกไม่ออก ฮิฮิ)

ปัญหามีอยู่ว่า แม่ฉันไม่ได้สุขภาพไม่ดีจนถึงขนาดต้องมีผู้ช่วยพยาบาลมาดูแลอยู่ด้วย และแม่ฉันก็ไม่ยอมโยกย้ายนิวาสถานไปพักอยู่กับใครๆ ในบรรดาสามสี่บ้าน เราสามคน (ยกเว้นน้องสาวที่ตั้งรกรากอยู่ในต่างแดน) เลยตกลงกันเข้าเวรเฝ้าแม่ เฝ้าบ้านกับแม่

อยู่กับแม่แสนสุขใจ...

แต่ก่อนนานๆ ทีจะเข้าบ้านแม่ มาฟังแม่เล่าเรื่องนั้นนี้โน้นตามประสาผู้สูงวัย (จะชอบเล่าเรื่องเก่าๆ) จนฉันเอาเรื่องราวมาเล่าได้เป็นฉากๆ แล้วส่งกลับไปให้แม่อ่าน แต่เวลานี้ฉันเอง รวมทั้งพี่น้องมีเวลาว่างมากขึ้นแล้ว ไม่ต้องรับส่งเด็กๆ ไปเรียนพิเศษอีกต่อไปแล้ว ก็มีเวลาเข้ามานั่งเล่นเอกเขนกในบ้านแม่ได้บ่อยมากขึ้น ฉันเองก็คงมีเรื่องราวของแม่มาเล่ากันต่อไป จนกว่าจะเป็นพ็อคเก็ตบุ๊คได้แน่แท้

“เอาล่ะๆ แล้วตกลงจะเม้าท์แม่เรื่องอะไร” พี่ปิ๊กเวียงถาม

“ก็เรื่องทำนองๆ เอาเสน่ห์มาฉาบไว้ตรงปลายจวักนั้นไง”

แล้วมันจะมีชื่อเรื่องอะไรที่เด็ดๆ โดนๆ ไปกว่านี้ล่ะ

สิเนหาเจ้าเอย เจ้าอยู่ที่ไหน คงยังไม่สายเกินไปสำหรับฉัน ว่าแต่ “จวัก” หน้าตามันเป็นอย่างไรกันเล่า


ฮู้ยย์ เอาไว้คิดทีหลังก็แล้วกัน วันนี้ฉันจะพาแม่ไปจ่ายกาด(ตลาด)ก่อนค่ะ แม่จดรายการวัตถุดิบให้แล้วตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน แต่ฉันคิดไปคิดมา บางทีแม่อาจอยากเปลี่ยนบรรยากาศออกไปนอกบ้านบ้าง ฉันเปลี่ยนแผนใหม่ค่ะ มารับแม่ไปจ่ายกาด(ตลาด) ด้วยกัน ไม่ใช่ว่าฉันจ่ายกาด(ตลาด)ไม่เป็นนะคะ (ร้อนตัว) แค่รายการที่แม่จดให้มาสำหรับเมนู “ข้าวราดหน้าไก่” ฉันกลัวไปทะเลาะกับแม่ค้าเรื่องราคา...อุ๊บส์ อย่าเสียงดังไปล่ะ แล้วฉันก็ยังกะเกณฑ์ปริมาณวัตถุดิบไม่ได้ว่าต้องเท่าไรดีถึงจะพอรับประทานได้หลายๆ คน

นี่ไงคะ ไปจ่ายกาด(ตลาด) มาแล้ว แล้วจะมาบันทึกต่อในครั้งหน้าค่ะ

ปิดท้าย...

เรียนรู้คำศัพท์ด้วยกันกันค่ะ

  • คำพังเพย เสน่ห์ปลายจวัก หมายถึง เสน่ห์ที่เกิดจากฝีมือปรุงอาหารให้โอชารส
  • คำว่า จวัก หมายถึง เครื่องใช้ตักข้าวและแกง ทำด้วยกะลามะพร้าว มีด้าม รูปคล้ายทัพพี (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒)