เพราะทุกความคิดของทุกคนล้วนมีคุณค่า ครูจึงบันทึกทุกคำที่นักเรียนเสนอความคิดเอาไว้บนกระดาน พร้อมกันนั้นยังจะได้ยิน ได้เห็น และยังได้เรียนรู้เรื่องของการลำดับความคิดไปด้วย

 

เด็กนักเรียนญี่ปุ่นจะฝึกเรื่องของการฟังมาอย่างดี  พวกเขาจะคอยฟังว่าเพื่อนเสนอความคิดอะไร ความคิดของเขาเหมือนหรือแตกต่างจากเพื่อนอย่างไร พวกเขาจะพูดเฉพาะประเด็นที่ต่างออกไปเท่านั้น

 

มีนักเรียนคนหนึ่งเสนอว่า 2 X 3 = 6 แต่ 2 ของเขานั้นมีค่าเท่ากับ 20 เหมือนกับเหรียญ 10 เยน 2 เหรียญ กับเศษที่เหลืออีก 9 เยน รวมเป็น 69

 

หลังจากที่นักเรียนพูดจบ ครูผู้สอนถึงกับพูดว่า “ขอบคุณมาก” เพราะเป็นความคิดสำคัญที่จะพาทุกคนไปเข้าใจเรื่องของการเปลี่ยนหลักหน่วยเป็นหลักสิบได้ และครูจะไม่ผลีผลามเข้าไปในระบบสัญลักษณ์ก่อนที่นักเรียนจะเกิดความเข้าใจเป็นอันขาด

 

จากนั้นมีนักเรียนยกมือเสนอว่าให้แบ่งรูปกลุ่มนั้นออกเป็น 10 – 3 – 10 ทำให้คิดได้ว่า 10 x 3 + 3 X 3 + 10 x 3 = 30 + 9 + 30 = 69

 

ส่วนอีกคนหนึ่งเสนอว่าเป็น 9 – 9 – 5 (นักเรียนญี่ปุ่นท่องสูตรคูณญี่ปุ่นถึงแม่ 9) ทำให้คิดได้ว่า 3 x 9 + 3 x 9 + 3 x 5 = 69

 

ครูจะเขียนวิธีคิดที่นักเรียนเสนอด้วยการขีดเส้นไปบนรูปภาพ และเขียนตัวเลขแสดงไว้ที่ข้างกระดาษแผ่นนั้น โดยที่ครูจะสอบทานตลอดเวลาว่าสิ่งที่ตนเขียนนั้นใช่อย่างที่นักเรียนเข้าใจไหม และถามให้นักเรียนคนอื่นพูดทานซ้ำว่าเข้าใจที่เพื่อนพูดว่าอย่างไร  ครูจะค่อยๆ เปลี่ยนจากตัวเลขที่แสดงในไว้แนวนอน 23 x 3 = 69  มาเป็นการคูณในแนวตั้ง ที่ทุกคนมีประสบการณ์ความเข้าใจแล้วว่า

 

  • กระบวนการคิด เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นั้นเดียวกันนั้น ทุกคนสามารถคิดได้ได้อย่างหลากหลาย ตามแต่ความถนัด และความเข้าใจพื้นฐานที่แต่ละคนมีอยู่ 
  • เลข 69 ที่เห็นว่าเป็นผลลัพธ์  6 กับ 9 เป็นเลขคนละหลักกัน โดยที่ 6 นั้นมีค่าเท่ากับ 60 ในขณะที่ 9 ยังมีค่าเท่ากับ 9

 

นี่คือบทบาทของครูที่จัดการเรียนรู้แบบ Open Approach ที่ครูไม่ได้ถ่ายทอด ไม่ได้สอน แต่ช่วยลำดับความคิดและเชื่อมโยงความคิดที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนเข้าด้วยกัน และชวนกันสรุปเป็นความเข้าใจให้ทุกคนได้เรียนรู้ ซึ่งอาจเป็นความรู้ที่ยังไม่เคยเรียนมาก่อน เหมือนเช่นการเรียนในวันนี้ ที่มีนักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “เรายังไม่เคยเรียนการคูณ (ในแนวตั้ง) แบบนี้” เพื่อนอีกคนจึงพูดขึ้นมาว่า “ก็เรียนวันนี้ไง!”