คอลัมน์... โดย นายต้อย / ลำปาง

เช้าวันนี้ (10 มิย. 2553)  ฝนช่วงเช้าตกพรำ ๆ ทำให้ใช้วิธีออกกำลังกายที่เคยปฏิบัติไม่ได้  จึงนั่งอ่านสิ่งต่าง ๆ จากเวบไซด์ และจากหนังสือ  หนังสือเล่มหนึ่งที่ได้อ่านไปคือ หนังสือคู่สร้างคู่สม ฉบับที่ 677 ประจำวันที่ 10 - 20 มิถุนายน 2553 ในคอลัมน์ คุณผู้ชายเขียนมาเล่า ชื่อว่า "ดวงตาที่มืดมัว ... และหัวใจที่สว่างไสว"  โดย นายต้อย / ลำปาง  ในหน้าที่ 64 - 65 

ใจความโดยสังเขป ผู้เขียนสมัยบวชเป็นพระที่วัดห้วยบง ต.ศรีวิชัย อ.ลี้ จ.ลำพูน ได้รู้จักกับพระสูงอายุรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นโรคเบาหวานขั้นรุนแรง จนทำให้ตาพร่ามัว เคยเข้ารับการรักษาอาการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาลลี้แล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น  ต่อมาเป็นโรคเกาต์อีกเลยไม่ไปโรงพยาบาล  ใช้วิธีต้มยาสมุนไพรกินแทนยาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยของตน  ภารกิจประจำวันของพระรูปนี้จะสวดมนต์ ภาวนา นั่งสมาธิทั้งวัน  จนบางครั้งเจ้าอาวาสเป็นห่วงต้องให้เณรไปคอยดูแล และสอบถามว่าต้องการให้ช่วยอย่างไร  แต่พระกลับไม่เคยเรียกร้อง บ่นหรือท้อแท้กับอาการเจ็บป่วย  อาศัยอยู่ในกุฏิที่โล่งอย่างสันโดษ แทบไม่มีสิ่งของใดไว้ใช้สอย  แม้กระทั่งสบง อังสะ ที่ครองอยู่เกือบจะหมดสภาพ ซีดเก่า มีร่องรอยชำรุด แต่ท่านยังคงยิ้มตลอดเวลาอย่างผู้มีความสุข

ผู้เขียนจึงติดต่อญาติ เพื่อนฝูง ให้ส่งของใช้ที่จำเป็นต่าง ๆ ของพระสงฆ์ไปให้ทางไปรษณีย์ และนำไปให้พระสูงอายุรูปนั้นเพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างสดวกสบายขึ้น  พระสูงอายุจะเอ่ยปากขอบคุณผู้เขียนทุกครั้งที่นำของไปถวาย  และนำไปเก็บไว้ในกุฎิโดยเอาหนังสือพิมพ์ปิดไว้  ต่อมาเมื่อผู้เขียนลาบวช จึงเข้าไปกราบลาพระสูงอายุรูปดังกล่าว  แต่กลับเห็นว่าท่านไม่ได้ใช้สิ่งของที่นำมาถวาย  และคงสมณะรูปตามที่เคยรู้จัก ทำให้ผู้เขียนคิดเอาเองว่า พระคงจะงก  มีของให้ใช้กลับไม่ใช้  รู้สึกน้อยใจและเสียดายที่ติดต่อนำสิ่งของต่าง ๆ มาถวาย  ก่อนกลับพระได้ขอที่อยู่ของผู้เขียนไว้เพื่อติดต่อหากมีธุระ

ในวันก่อนเข้าพรรษาปีถัดไป  พระสูงอายุรูปดังกล่าวให้เณรเขียนจดหมายกำชับให้ผู้เขียนไปพบตามวัน เวลาที่กำหนดให้ได้  ผู้เขียนไปพบช้ากว่าเวลาที่กำหนดประมาณชั่วโมง  พระสูงอายุรูปดังกล่าวได้แต่ยิ้มต้อนรับ  และบอกเล่าประวัติส่วนตัวของท่าน ว่ามีฐานะยากลำบาก พ่อแม่ตายตั้งแต่ตัวเองยังเด็ก ๆ  เลยต้องบวชและอาศัยวัดเพื่อประทังชีวิตมาโดยตลอด รวมถึงมีโอกาสเรียนหนังสือ  เคยคิดอยากจะบวชพระ 1 รูป เพื่อสืบสานพระศาสนาแต่ไม่มีโอกาส  จนกระทั่งผู้เขียนนำสิ่งของ ปัจจัยต่าง ๆ ไปถวาย  จึงตั้งใจเก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้  และพระสูงอายุได้นำสิ่งของ ปัจจัยทั้งหมดไปบวชพระที่มีฐานะยากจน ไม่มีปัจจัยหรือญาติช่วยเหลือ  ขอให้ผู้เขียนได้รับผลบุญนี้ด้วย

วรรคท้ายสุด ผู้เขียนทราบว่าพระสูงอายุรูปนั้นได้มรณภาพไปแล้ว เมื่อมีโอกาสแวะไปที่วัดห้วยบง  ผู้เขียนจึงได้กราบรูปของพระที่ตั้งไว้ในหอสวดมนต์ และขอขมาในสิ่งที่คิดล่วงเกิน  และนึกถึงคำสอนครั้งสุดท้ายของพระที่บอกว่า ได้พึ่งพาศาสนามาตลอดชีวิต มีการเจ็บป่วยตามวิบากกรรมที่ติดตัวมา  จึงอยากทำสิ่งที่ดีให้กับศาสนาก่อนสิ้นใจ และบอกว่า "คนเราควรจะกราบไหว้บูชา ปฏิบัติตามคำสอนในสิ่งที่ศาสนามีให้เรา  ไม่ใช่กราบไหว้ บูชา ปฏิบัติตามคำสอนเพื่อสิ่งที่เราอยากจะมี

ผู้ใดสนใจเนื้อหาสาระเต็ม ๆ เชิญอ่านได้จากหนังสือ "คู่สร้างคู่สม"  ฉบับที่ระบุไว้ครับ