ที่ผมยอมสละเวลาเดินทางเข้าเมือง เพราะญาติสนิทอยากให้ผมช่วยเหลือกรณีศึกษาท่านนี้ในฐานะที่ผมศึกษาทางด้านกิจกรรมบำบัดจิตสังคมจากออสเตรเลียและเคยพัฒนาระบบกิจกรรมบำบัดศูนย์ติดยาเสพติดมาสองปีแล้ว
ผมจึงอยากได้ใช้ความรู้ทางด้านการพัฒนาทักษะจิตสังคมสำหรับกรณีศึกษาที่เคยติดยาม้าและเลิกยาได้แล้วที่ศูนย์ยาเสพติดแห่งหนึ่งหลายปี แต่ผู้ปกครองเล่าถึงปัญหาของกรณีศึกษาพร้อมกับการสังเกตและสร้างสัมพันธภาพระหว่างผมกับกรณีศึกษา พบว่า วันๆหนึ่งกรณีศึกษาอายุ 27 ปี ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยทานอาหารที่หมอแนะนำเพราะมีอาการเบาหวาน ไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักขึ้นถึง 90 กก. ไม่รู้สึกมีความหวังกับชีวิต ปล่อยชีวิตไปวันๆ สูบบุหรี่จัด เก็บระงับความรู้สึก
เมื่อตรวจถึงการทำงานของสมอง พบว่า Unwarned Discriminative Reaction Time ของการมองเห็นในมือถนัดขวา 0.461 วินาที และของการได้ยิน 1.166 วินาที สำหรับของการมองเห็นในมือซ้าย 0.446 วินาที และของการได้ยิน 0.824 วินาที
นั่นคือ ข้อมูลบ่งชี้ถึงช่วงความสนใจสั้นไม่เกิน 1 นาที และไม่ค่อยมีสมาธิในการฟังแต่หันเหความสนใจด้วยการมองสิ่งเร้าหลายครั้ง เพราะมีค่านานกว่าการได้ยิน ซึ่งค่าปกติควรกลับกันคือ การได้ยินควรเร็วกว่าการมองเห็น และมือข้างถนัดควรเร็วกว่าข้างไม่ถนัดทั้งการมองเห็นและการได้ยิน แต่กรณีศึกษามีข้างไม่ถนัดเร็วกว่า นั่นคือไม่ได้ใช้การทำงานของสมองข้างถนัดในการรับรู้ข้อมูลอย่างมีเหตุผล แต่อาจสร้างจิตนาการและกดระงับความรู้ความเข้าใจจนมีความตึงเครียดระดับ Distress
เมื่อวัดสมรรถภาพทางกิจกรรมบำบัด โดยให้กรณีศึกษาทำกิจกรรมเลื่อนน้ำหนักขึ้นลงด้วยความชัน 40 องศา ในท่ายืน น้ำหนัก 2 กก. นานเท่าอายุ 27 ครั้ง พบว่า อัตราการเต้นชีพจรขณะพัก 64 ครั้งต่อนาที และหลังทำกิจกรรม 128 ครั้งต่อนาที มีผลต่างมากถึง 2 เท่า นอกจากนั้นไม่สามารถฟังเสียงหายใจได้ชัดเจน เพราะเบาเกินไป กรณีศึกษามีไอหอบหลายครั้ง จึงแปลผลว่า สมรรถภาพของหัวใจและปอดไม่ดีนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะพฤติกรรมการกินอาหารและการทำกิจกรรมที่ใช้แรงไม่เหมาะสม และไม่ยอมเลิกสูบบุหรี่
สุดท้ายผมทดสอบความรู้ความเข้าใจเรื่องวัน เวลา สถานที่ พบว่า กรณีศึกษาตอบไม่ได้เลย ไม่มีความสนใจรับรู้สิ่งแวดล้อมใดๆ คำนวนตัวเลขผิดและตัดสินใจช้า อ่านทวนข้อความผิดพลาดและนึกคำไม่มากนัก ไม่สามารถวาดรูปเลียนแบบได้ และวาดรูปบอกเวลาไม่ได้ จึงแปลผลว่า ต้องปรับปรุงระดับความรู้ความเข้าใจ
ผมจึงแนะนำกรณีศึกษาและครอบครัวในการกระตุ้นให้เกิดความคิดและสื่อสารความคิดในเหตุการณ์ต่างๆ ในการดำเนินชีวิตกับตนเองก่อนนอนทุกวัน กับครอบครัวทุกวัน มีการทบทวนความคิดว่า ผู้ปกครองพูดเรื่องอะไร วันนี้ชีวิตได้อะไรบ้าง อย่าปล่อยให้อยู่ว่างดูทีวีหรือทำกิจกรรมที่ไม่ใช้ความคิดเลย ฝึกกิจกรรมที่ใช้แรงหรือเดินทำงานเร็ว ทำสมาธิในท่านอนหงายตั้งขาสองข้างในการหายใจเข้าลึกๆ แล้วค้างไว้เพื่อเป่าลมหายใจออกยาว จำนวน 20 ครั้งก่อนนอน จากนั้นสื่อสารกับตนเองถึงคุณค่าของชีวิตในทุกคืนก่อนนอน เป็นต้น ผมนัดหมายติดตามผลอีกครั้งในหนึ่งอาทิตย์
เวปไซด์ที่มีประโยชน์มากที่ http://www.thanyarak.go.th/thai/