ก่อนลงพื้นที่ ทีมวิจัยเราคุยกันอยู่ว่า จะไม่จับประเด็นเรื่องแรงงานต่างด้าว เพราะประการแรก โจทย์วิจัยเราอยู่ที่ คนไร้รัฐไร้สัญชาติในพื้นที่สึนามิ แต่เท่าที่รับรู้กันอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าว คือแรงงานที่มีสัญชาติของประเทศใดประเทศหนึ่งอยู่แล้ว จึงไม่ไร้รัฐไร้สัญชาติ  ประการที่สอง นโยบายของรัฐรวมถึงทัศนคติของสังคมในการแก้ไขปัญหาคนกลุ่มนี้ ก็ค่อนข้างแตกต่างกับกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่เรากำลังพูดถึงอยู่มาก

 

แต่เมื่อได้ลงมาในพื้นที่และได้พูดคุยกับฝ่ายต่างๆ ทั้งนายจ้าง องค์กรต่างๆ ที่ทำงานกับคนกลุ่มนี้ ภาครัฐ  รวมทั้งตัวเจ้าของปัญหาเอง ก็ได้เห็นแง่มุมที่หลากหลายที่ตัวเองไม่ค่อยเคยหันมามอง

 

นายจ้างบางคนที่คุยด้วยมีแรงงานต่างด้าวจากพม่าที่มาทำงานในสวนหลายคน หลายคู่มากันเป็นครอบครัว ส่วนใหญ่อาศัยอยู่นานนับสิบปีแล้วโดยไม่เปลี่ยนนายจ้าง มีลูกที่เกิดในประเทศไทยและกำลังเรียนหนังสือในโรงเรียนใกล้บ้าน พวกเขาบอกกับนายจ้างว่าจะไม่กลับไปพม่าแล้ว อยากอยู่ที่เมืองไทย นายจ้างเองก็เล่าให้ฟังว่าพวกที่มาอยู่เป็นครอบครัวแบบนี้ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนนายจ้างเหมือนพวกที่มาคนเดียว 

 

ได้ไปนั่งฟังเรื่องราวชีวิตของแรงงานต่างด้าวชาวมอญ สัญชาติพม่า ในแคมป์คนงานก่อสร้างในจังหวัดภูเก็ต ฟังดูแล้วนึกถึงชีวิตของครอบครัวชาวไทยภูเขาภาคเหนือที่รู้จัก จำนวนมากที่ต้องไปทำงานต่างถิ่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไต้หวัน เป็นชีวิตที่ไม่ต่างกันเลย คือต้องทิ้งลูกไว้อยู่กับญาติ ส่วนตัวเองมาทำงานหาเงินที่ต่างประเทศ 2-3 ปี ถึงจะได้กลับบ้านสักครั้ง

 

บางรายที่พบมาได้ภรรยา หรือสามีคนไทย และมีลูกเกิดในประเทศไทย

 

อีกคนที่ได้คุยด้วยเป็นหญิงสาวอายุ 20 กว่าๆ แล้ว พูดไทยชัดเจนเพราะเกิดที่เมืองไทยตั้งแต่สมัยที่พ่อแม่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวมอญ สัญชาติพม่า ที่เข้ามาทำเหมืองแร่ในเขตอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ตอนนี้น้องคนนี้ก็ถือบัตรแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ต่ออายุทุกๆ ปี

 

เด็กมอญ สัญชาติพม่าอีก 2 คน ที่ได้คุยด้วย มาจากพม่าได้หลายปีแล้วเพราะแม่ไปรับมาเรียนหนังสือ  แต่ตอนนี้ออกแล้ว ก็มาช่วยแม่ทำงาน ถือบัตรแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าเหมือนแม่

 

ภาพชีวิตจริงๆ ของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ ที่แทรกตัวอยู่แทบจะทุกพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดระนอง  พังงา  ภูเก็ต  กระบี่  เป็นความจริงที่ไม่อาจตีกรอบไว้แค่ในจินตนาการของ ความมั่นคงของชาติ 

ชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ทำงานกับแรงงานต่างด้าวในภูเก็ต ได้สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าไล่คนพวกนี้ออกไป หลายจังหวัดเช่นภูเก็ต ระนองคงเป็นจังหวัดที่ตาย  เพราะคนเหล่านี้เป็นชีวิต เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  อย่างที่ระนองอาจจะมีจำนวนมากกว่าคนไทยในพื้นที่ด้วยซ้ำ พร้อมเสนอให้มองมุมกลับว่า คนเหล่านี้เป็นคนที่มาช่วยประเทศไทย  มาทำงานในส่วนที่คนไทยไม่ทำ  และเศรษฐกิจไทยตอนนี้ขาดคนเหล่านี้ไม่ได้ 

ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีจำนวนมากขึ้น และจะยิ่งมากขึ้น ทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่กำลังเติบโตในเมืองไทย  ดังนั้น หากเมืองไทยไม่ใส่ใจเรื่องคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาแล้ว คนเหล่านี้ก็จะเติบโตมาเป็นภาระ และสร้างปัญหาให้สังคมไทยในอนาคต  ยิ่งหากถูกกดขี่และไม่ได้รับความยุติธรรมด้วยแล้ว ก็จะยิ่งสร้างปัญหาใหญ่ต่อไปได้

เขาได้ยกตัวอย่างว่า คนอิตาลีจำนวนไม่น้อยที่อพยพไปเป็นแรงงานในประเทศต่างๆ แต่เมื่อพวกเด็กๆ ของพวกเขาได้รับการดูแล ให้การศึกษาอย่างดีจากประเทศปลายทาง พวกเด็กๆ เหล่านี้ก็ได้เติบใหญ่เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และช่วยพัฒนาประเทศที่ตนอยู่

 

ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า เราควรหันมามองดูปัญหาบนความเป็นจริง เพื่อจะได้ช่วยกันหาทางออกที่สร้างสรร ไม่ใช่ซ่อนปัญหาไว้ใต้พรม ..หรือเพียงดำรงปัญหาไว้เพื่อรักษาผลประโยชน์ใครบางคน !!