ชีวิต "แรงงานต่างด้าว" ในพื้นที่สึนามิ

ภาพชีวิตจริงๆ ของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ ที่แทรกตัวอยู่แทบจะทุกพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เป็นความจริงที่ไม่อาจตีกรอบไว้แค่ในจินตนาการของ "ความมั่นคงของชาติ"

ก่อนลงพื้นที่ ทีมวิจัยเราคุยกันอยู่ว่า จะไม่จับประเด็นเรื่องแรงงานต่างด้าว เพราะประการแรก โจทย์วิจัยเราอยู่ที่ คนไร้รัฐไร้สัญชาติในพื้นที่สึนามิ แต่เท่าที่รับรู้กันอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าว คือแรงงานที่มีสัญชาติของประเทศใดประเทศหนึ่งอยู่แล้ว จึงไม่ไร้รัฐไร้สัญชาติ  ประการที่สอง นโยบายของรัฐรวมถึงทัศนคติของสังคมในการแก้ไขปัญหาคนกลุ่มนี้ ก็ค่อนข้างแตกต่างกับกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่เรากำลังพูดถึงอยู่มาก

 

แต่เมื่อได้ลงมาในพื้นที่และได้พูดคุยกับฝ่ายต่างๆ ทั้งนายจ้าง องค์กรต่างๆ ที่ทำงานกับคนกลุ่มนี้ ภาครัฐ  รวมทั้งตัวเจ้าของปัญหาเอง ก็ได้เห็นแง่มุมที่หลากหลายที่ตัวเองไม่ค่อยเคยหันมามอง

 

นายจ้างบางคนที่คุยด้วยมีแรงงานต่างด้าวจากพม่าที่มาทำงานในสวนหลายคน หลายคู่มากันเป็นครอบครัว ส่วนใหญ่อาศัยอยู่นานนับสิบปีแล้วโดยไม่เปลี่ยนนายจ้าง มีลูกที่เกิดในประเทศไทยและกำลังเรียนหนังสือในโรงเรียนใกล้บ้าน พวกเขาบอกกับนายจ้างว่าจะไม่กลับไปพม่าแล้ว อยากอยู่ที่เมืองไทย นายจ้างเองก็เล่าให้ฟังว่าพวกที่มาอยู่เป็นครอบครัวแบบนี้ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนนายจ้างเหมือนพวกที่มาคนเดียว 

 

ได้ไปนั่งฟังเรื่องราวชีวิตของแรงงานต่างด้าวชาวมอญ สัญชาติพม่า ในแคมป์คนงานก่อสร้างในจังหวัดภูเก็ต ฟังดูแล้วนึกถึงชีวิตของครอบครัวชาวไทยภูเขาภาคเหนือที่รู้จัก จำนวนมากที่ต้องไปทำงานต่างถิ่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไต้หวัน เป็นชีวิตที่ไม่ต่างกันเลย คือต้องทิ้งลูกไว้อยู่กับญาติ ส่วนตัวเองมาทำงานหาเงินที่ต่างประเทศ 2-3 ปี ถึงจะได้กลับบ้านสักครั้ง

 

บางรายที่พบมาได้ภรรยา หรือสามีคนไทย และมีลูกเกิดในประเทศไทย

 

อีกคนที่ได้คุยด้วยเป็นหญิงสาวอายุ 20 กว่าๆ แล้ว พูดไทยชัดเจนเพราะเกิดที่เมืองไทยตั้งแต่สมัยที่พ่อแม่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวมอญ สัญชาติพม่า ที่เข้ามาทำเหมืองแร่ในเขตอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ตอนนี้น้องคนนี้ก็ถือบัตรแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ต่ออายุทุกๆ ปี

 

เด็กมอญ สัญชาติพม่าอีก 2 คน ที่ได้คุยด้วย มาจากพม่าได้หลายปีแล้วเพราะแม่ไปรับมาเรียนหนังสือ  แต่ตอนนี้ออกแล้ว ก็มาช่วยแม่ทำงาน ถือบัตรแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าเหมือนแม่

 

ภาพชีวิตจริงๆ ของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ ที่แทรกตัวอยู่แทบจะทุกพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดระนอง  พังงา  ภูเก็ต  กระบี่  เป็นความจริงที่ไม่อาจตีกรอบไว้แค่ในจินตนาการของ ความมั่นคงของชาติ 

ชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ทำงานกับแรงงานต่างด้าวในภูเก็ต ได้สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าไล่คนพวกนี้ออกไป หลายจังหวัดเช่นภูเก็ต ระนองคงเป็นจังหวัดที่ตาย  เพราะคนเหล่านี้เป็นชีวิต เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  อย่างที่ระนองอาจจะมีจำนวนมากกว่าคนไทยในพื้นที่ด้วยซ้ำ พร้อมเสนอให้มองมุมกลับว่า คนเหล่านี้เป็นคนที่มาช่วยประเทศไทย  มาทำงานในส่วนที่คนไทยไม่ทำ  และเศรษฐกิจไทยตอนนี้ขาดคนเหล่านี้ไม่ได้ 

ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีจำนวนมากขึ้น และจะยิ่งมากขึ้น ทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่กำลังเติบโตในเมืองไทย  ดังนั้น หากเมืองไทยไม่ใส่ใจเรื่องคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาแล้ว คนเหล่านี้ก็จะเติบโตมาเป็นภาระ และสร้างปัญหาให้สังคมไทยในอนาคต  ยิ่งหากถูกกดขี่และไม่ได้รับความยุติธรรมด้วยแล้ว ก็จะยิ่งสร้างปัญหาใหญ่ต่อไปได้

เขาได้ยกตัวอย่างว่า คนอิตาลีจำนวนไม่น้อยที่อพยพไปเป็นแรงงานในประเทศต่างๆ แต่เมื่อพวกเด็กๆ ของพวกเขาได้รับการดูแล ให้การศึกษาอย่างดีจากประเทศปลายทาง พวกเด็กๆ เหล่านี้ก็ได้เติบใหญ่เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และช่วยพัฒนาประเทศที่ตนอยู่

 

ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า เราควรหันมามองดูปัญหาบนความเป็นจริง เพื่อจะได้ช่วยกันหาทางออกที่สร้างสรร ไม่ใช่ซ่อนปัญหาไว้ใต้พรม ..หรือเพียงดำรงปัญหาไว้เพื่อรักษาผลประโยชน์ใครบางคน !!

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน งานวิจัยคนไร้สัญชาติในสึนามิ 2549



ความเห็น (21)

เขียนเมื่อ 

สำหรับต้อง แรงงานต่างด้าวอาจไม่อยู่ในขอบเขตของการทำงาน แต่สำหรับอาจารย์แหวว พวกเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ตกเป็น "คนไร้รัฐ" ในประเทศไทย

พยายามบอกต้องหลายครั้งในการประชุมเตรียมงาน แต่ต้องไม่ได้ยิน ไม่ยอมได้ยิน

คำว่า "ไร้รัฐ" ไม่ได้แปลว่า "ชาวเขา" หรือ บุคคลบนพื้นที่สูง" หรือ "คนไทยพลัดถิ่น" หรือ "คนมอแกน"

คำว่า "ไร้รัฐ" ก็แปลว่า "ไร้รัฐ"

ความไร้รัฐของคนที่เป็นแรงงานจากพม่า เป็นความไร้รัฐที่ทั้งนักวิชาการและเอนจีโอมองไม่ค่อยเห็น

สาเหตุนี้คงอยู่ ก่อปัญหา ไม่แก้ที่สาเหตุ ก็ไม่แก้ปัญหา

ความไร้รัฐอาจเกิดขึ้นแม้ว่า "จะมีสัญชาติพม่า" หรือ "มีบัตรประจำตัวประชาชนพม่า"

เมื่อนักวิจัยเอาคำนิยามที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเพื่อกำหนดขอบเขตในการทำงาน ความเป็นจริงบางอย่างก็จะตกหายไป ทั้งที่มันเกี่ยวข้อง

อย่างที่คุยกัน ให้ต้องตี๋ทำโครงการนี้ วัตถุประสงค์ที่ซ่อนเร้น ก็คือ ส่งไปเรียนรู้ และส่งไปให้กระตุ้นกระบวนการเรียนรู้ของคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแก้ปัญหาคนไร้รัฐในภาคใต้

บอม
IP: xxx.8.191.64
เขียนเมื่อ 

มีอะไรให้ช่วยบอกนะครับ แต่อาจจะลงไปให้ช่วยด้วยแหละ เพราะผมยังมีงานวิจัยเรื่องการเข้าถึงการศึกษาของเด็กต่างชาติค้างอยู่เลย และพื้นที่คงเป็นพังงากับระนองนี่แหละ

ตอนนี้กำลังพยายามรวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนบทความตามอาจารย์อยากให้เขียน คือมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาในเรื่องการขอสูติบัตร คือเด็กลูกของแรงงานข้ามชาติที่เกิดก่อนปี 2547 และพ่อแม่ได้พาลูกไปจดทะเบียนผู้ติดตาม เมื่อไปขอสูติบัตรทั้ง ๆ ที่มีใบรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล (ทร.1/1)มาก็ตามแต่ก็ถูกปฏิเสธจากออกสูติบัตรให้ (ตอนนี้ยืนยันจากสองสามที่แล้วว่าเป็นจริง แต่กำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมครับ)

จ๊อบ
IP: xxx.10.99.86
เขียนเมื่อ 
หาอีเมล์พี่ต้องพี่ตี๋ไม่่เจอค่ะ เลยมาเเปะ เรื่องสมุดสุขภาพเเม่เเละเด็กกับการเเจ้งเกิด เเละการขอเปลี่ยนชื่อพ่อเเม่ในสูติบัตร ตามลิ้งค์มานะคะ http://www.geocities.com/iamchut/Wor9.pdf ยังมีอีก เเต่คิดว่าจะต้องส่งอีเมลจะดีกว่า์ ถ้าไงช่วยอีเมล์กลับ มาหาจ๊อบด้วยนะคะ
เขียนเมื่อ 
แหล่งทุนงานวิจัยเชิงพัฒนาจำนวนมากในประเทศไทย โดยเฉพาะที่แหล่งทุนใหญ่คือภาครัฐไทยยังเป็นงานวิจัยที่มืดบอดกับประเด็นคนไร้รัฐ คนพลัดถิ่น ครับ อย่างถ้าพบว่าชาวบ้านเป็นคนชายขอบเหล่านี้ ก็จะไม่สามารถเสนอโครงการเข้าไปของบได้ ..................... นอกจาก "คนไร้รัฐ" "คนพลัดถิ่น" จะเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐลำบาก ในแง่ของงานวิจัย ก็เข้าถึงแหล่งทุนยากครับ
สรินยา
IP: xxx.153.170.82
เขียนเมื่อ 

ลงไปคราวนี้ก็ตามหาตัวคุณพี่บอมไม่พบ เลยได้คุยกับ NGO แรงงานต่างด้าว ชื่อ GRASSROOT แทน ได้ข้อมูลที่น่าสนใจหลายประเด็น

เรื่องแหล่งทุนงานวิจัย เห็นด้วยกับคุณยอดดอยค่ะ เพราะเท่าที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นองค์กรต่างประเทศที่สนใจงานพวกนี้ในเชิงให้ทุนวิจัยค่ะ

อ้อ แต่ที่เห็นองค์กรไทยที่สนใจและเคยให้การสนับสนุนก็มีค่ะ อย่าง มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ก็เคยให้ทุนวิจัยโครงการเด็กไร้รัฐค่ะ

ตี๋
IP: xxx.153.170.82
เขียนเมื่อ 

ยังงงๆ อยู่ดีที่อาจารย์นิยามว่า แรงงานต่างด้าวเป็น "คนไร้รัฐ" ด้วย อย่างนี้ คนไทยที่เป็นโรบินฮูด ใน USA. ก็เป็นคนไร้รัฐ ด้วยเหรอครับ

คือผมคิดว่า ถ้าจะมองคนไร้รัฐในทางข้อเท็จจริงแบบกว้าง แม้จะนำไปผูกกับความมีสัญชาติ ก็คือ บุคคลที่มีสัญชาติของรัฐนั้น แต่กลับถูกรัฐเจ้าของสัญชาติทอดทิ้งหรือทำลาย ยกตัวอย่างเช่นผู้ลี้ภัยนั่นแหละครับ ถึงจะเป็นคนไร้รัฐ (แต่ไม่ไร้สัญชาติ) แต่ถ้าแรงงานต่างด้าวที่มีสัญชาติพม่า(จริงๆ) ผมว่าไม่น่าจะใช่คนไร้รัฐครับ

ไม่อย่างนั้นทุกคนที่มีสัญชาติแต่หลบหนีเข้าไปอยู่ในอีกประเทศหนึ่งก็เป็นคนไร้รัฐหมดซิครับ

ตี๋
IP: xxx.153.170.82
เขียนเมื่อ 

อ้อ ยังเขียนไม่หมดครับ ลูกของแรงงานต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย ที่รัฐไทยไม่ยอมจดแจ้งทะเบียนการเกิดให้ และรัฐพม่าไม่ให้การยอมรับในความเป็นราษฎรของตนเอง อีกกรณีที่ผมถึงจะมองว่าเป็นคนไร้รัฐครับ

เขียนเมื่อ 

กรณีแรงงานสัญชาติพม่านั้น ไม่เหมือนแรงงานจากประเทศอื่น

ถ้าเราไม่ตระหนักในความร้ายแรงของการเมืองในประเทศพม่าต่อประชากรของเขา เราก็จะไม่เข้าใจว่า เขาไร้รัฐอย่างไร

แม้คนไทยจะหลบหนีเข้าเมืองญี่ปุ่น และไปเสียหายในญี่ปุ่น รัฐบาลไทยก็คงตามไปคุ้มครอง และรับกลับ

แต่สำหรับคนสัญชาติพม่านั้น ไม่ใช่ รัฐบาลพม่าคงไม่สนใจที่จะไปคุ้มครองคนสัญชาติพม่านั้น โดยเฉพาะหากเป็นชนกลุ่มน้อยในพม่า

คนไร้รัฐ ก็คือ คนที่ไร้ความคุ้มครองของรัฐ เขาอาจจะไม่ไร้สัญชาติ แต่เขาไร้รัฐในข้อเท็จจริง

ลองคิดดูนะตี๋

โลกทั้งใบ ไม่ใช่จะหมุนไปตามที่ตี๋คิด มันเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น นอกเหนือจาก "ความคิดเห็นของตี๋" ไม่ว่า ตี๋จะคิดอย่างไร ? รัฐบาลพม่าก็คงไม่มาสนใจคุ้มครองคนสัญชาติพม่าในประเทศไทย

บอม
IP: xxx.4.139.129
เขียนเมื่อ 

เมื่อวานผมตอบแล้วนี่ ทำไมไม่ติดอะ

แหม พี่ต้อง ผมก็ต้องมาทำงานเป็นกรรมกรที่กรุงเทพฯบ้างดิ จะให้เที่ยวชมไข่มุกอันดามันตลอดได้อย่างไร อิอิอิ

กรณีตี๋ ผมเห็นด้วยกับอาจารย์นะครับ ความไร้รัฐมันน่ามีสองนัยยะ

นัยยะแรก คือปราศจากการอ้างอิงตัวเองกับรัฐใด ๆ ในที่นี้ตัวคนอาจจะบอกว่าเป็นคนของรัฐนั้น ๆ แต่ไม่มีหลักานเอกสารใดยืนยันว่าเป็น

นัยยะที่สองคือการได้รับการคุ้มครองโดยรัฐ (State Protection ให้ดิ้นกระแด่วเถอะ ผมไม่ค่อยชอบคำนี้เลย ผมไม่ค่อยเชื่อว่ารัฐจะทำหน้าที่คุ้มครองได้ดีนัก ฮ่าๆ ๆ  ) คือ มีรากเหง้าอยูในพื้นที่รัฐนั้น ๆ แต่กลับไม่ได้การปกป้องคุ้มครองโดยรัฐนั้น ๆ กรณีพม่านั้นเห็นชัด เพราะแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในไทยส่วนหนึ่งที่เป็นชนกลุ่มน้อย ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาต้องมาทำงานในเมืองไทยน่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยจากการคุกคามโดยรัฐพม่าด้วย

พอสังคมไทยพูดถึงแรงงานข้ามชาติ มักจะคิดถึงแรงงานไทยไปทำงานไต้หวัน ตะวนออกกลางทำนองนั้น ไม่ได้มองปัจจัยผลักดันที่เกินกว่าเศรษฐกิจได้เลย ทำให้เราแก้ปัญหาผิด ๆ มาโดยตลอด

ที่สำคัยผมว่าแรงงานข้ามชาติหลายคนเป็นคนไร้รัฐทั้งสองแบบ  คือบางคนนอกจากไม่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐแล้ว ยังไม่มีเอกสารหรือหลักฐานยืนยันตัวเองว่าเป็นคนพม่า โดยเฉพาะคนที่อยู่ตามชายแดน

คงไม่ใช่เฉพาะพม่า เพราะเมื่อีการพิสูจน์สัญชาติลาวและกัมพูชาก็มีคนที่ไม่ผ่านว่าเป็นคนสัญชาติลาวและกัมพูชาส่วนหนึ่ง คนกลุ่มนี้จะเรียกว่าอะไรรับ ถ้าไม่ใช่ไร้รัฐ

ดังนั้นผมว่าการจะปฏิเสธว่าใครเป็นหรือไม่เป็นอะไรมันควรลงในรายละเอียดเป็นกรณีด้วยครับ โดยเฉพาะหลัง ๆ มาความเป็นลูกผสม (hybrid) มาแรงในประเด็นเรื่องนี้ด้วย

อือ เหมือนมันยังไม่สุด ๆ ครับ ผมขอไปนั่งทบทวนความคิดตวเองอีกหน่อย แล้วจะมาแลกเปล่ยนอีกรอบ เป็นไปได้จะลองหากรณีตัวอย่างมานั่งดูกันเลย

IP: xxx.153.169.67
เขียนเมื่อ 

เฮ้อ พวกปลาเน่าเนี่ย ไม่เห็นใจเพื่อร่วมชาติร่วมชะตากรรมเลยนะ  ชอบมีข่าวมาให้คนเขาเหมารวมความน่ากลัวของ "แรงงานต่างด้าวชาวพม่า" เรื่อยเลย

เช้านี้ฟังข่าวแล้วใจหาย แวบๆ

เขียนเมื่อ 
ความเห็นล่าสุดนี้แปลว่าอะไรคะ ใครช่วยแปลความหน่อย
ตี๋
IP: xxx.131.220.2
เขียนเมื่อ 

เห็นอาจารย์กับพี่บอมตอบ ก็ค่อนข้างเข้าใจว่าไม่เข้าใจความคิดของผม เนื่องจากอ่านทั้งของอาจารย์และพี่บอมส์แล้วก็เข้าใจว่า คิดคล้ายกันแต่ก็อาจไม่ตรงกันทั้งหมด

แต่ที่ผมสงสัยคือ ความไร้รัฐที่อาจารย์และพี่บอมส์มองในลักษณะข้อเท็จจริงคือ การไม่ได้รับความคุ้มครองจากรัฐเจ้าของสัญชาติของตนเองถ้าอย่างนี้คนสัญชาติพม่าหลบหนีเข้ามาในไทยก็เป็นคนไร้รัฐหมดซิครับ เพราะโดยหลักเราก็ทราบสถานการณ์ในพม่ากันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการให้ความคุ้มครองในสิทธิของความเป็นคน ภายในยังไม่แล้วข้างนอกจะมีหรือครับ ดังนั้น

 "การคุ้มครอง" คงต้องนิยามความหมายแล้วละครับว่าขนาดไหน เนื่องจากผมเข้าใจว่าหากเป็นการกระทำในลักษณะของการดำเนินคดีตามกฎหมาย เช่นการดำเนินคดีกรณีหลบหนีเข้าเมือง , การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาติ เป็นต้น ประเเทศพม่าคงไม่สามารถแทรกแซงได้เนื่องจากเป็นกิจการตามกฎหมายภายในประเทศ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับหากคนไทยหลบหนีไปที่ญี่ปุ่นแล้วเขาดำเนินคดี

ส่วนประเด็นที่เขาต้องเสียภาษีทหารเท่าไหร่และสถานการณ์นั้นบีบบังคับเขามากน้อยเพียงใดก็เป็นอีกข้อเท็จจริงหนึ่งซึ่งนำมาสนับสนุนแนวความคิดของการไร้รัฐได้ แล้วแต่ว่าเราจะคิดในแบบมุมกว้างหรือมุมแคบครับ

แต่หากการกระทำของประเทศไทยถึงขั้นละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของเขา เช่น การทำร้าย การทำลาย การริบทรัพย์สิน การไม่รับรักษาพยาบาล เป็นต้นและหากพม่าปฏิเสธว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ราษฎรของตนเองและไม่เข้ามาดูแลหรือแทรกแซงในทางระหว่างประเทศ ผมก็ถือว่าเขาไร้รัฐนะครับ

อีกแหละครับการไร้รัฐหรือไม่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ใช่ไหมครับ และ สมช ก็กำลังพยายามดำเนินการอยู่แม้จะประสานงานกับประเทศพม่าค่อนข้างยาก ดังนั้นเราคงไม่สามารถเหมารวมได้ว่าแรงงานต่างด้าวทุกคนเป็นคนไร้รัฐโดยเฉพาะของประเทศพม่า เพราะรัฐพม่าไม่เข้ามาดูแลเขาในประเทศไทย แต่คงอาจกล่าวได้ว่าในกลุ่มแรงงานต่างด้าวนั้นก็มีคนไร้รัฐปะปนอยู่ด้วย กรณีของแรงงานต่างด้าวผมก็พอได้คลุกคลีอยู่บ้างบางคนเขาก็มีบัตรประจำตัวประชาชนพม่านะครับทำงานได้เงินเขาก็ส่งกลับบ้านบางรายโดยทางธนาคารด้วยซ้ำครับ

กลุ่มชาติพันธุ์ผมก็ทราบครับว่าปะปนอยู่ในกลุ่มแรงงานซึ่งก็อาจมีทั้งไร้รัฐและไม่ไร้รัฐครับ

ดังนั้นผมไม่ได้หมุนโลกตามความคิดของผมดังที่อาจารย์กล่าวนะครับ แต่ผมนำสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากโลกมาแบ่งปันซึ่งอาจไม่ตรงกับความคิดของอาจารย์ก็ได้ แต่นั้นก็ยิ่งดีไม่ใช่หรือครับ ความหลากหลายทางความคิดคือการสร้างปัญญาไม่ใช่หรือครับ

ต้อง
IP: xxx.131.220.2
เขียนเมื่อ 
มองคล้ายๆ ตี๋แหละค่ะ เพราะมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมสถานการณ์เดียวกัน
บอม
IP: xxx.4.139.129
เขียนเมื่อ 

ฮ่าๆ  ๆ โหพี่ต้องเล่นง่ายนะครับ

อือ ผมไม่เถียงดีกว่าว่าเราเห็นตรงหรือไม่ตรง

ปัญหาข้อเท็จจริงที่ผมห่วงคือ ภาพประทับของแรงงานข้ามชาติ คือ หากใครก็ตามที่ถือบัตรแรงงานต่างด้าว มักจะถูกเหมารวมเอาว่าเป็นคนสัญชาติตามที่ระบุในบัตรนั้น ๆ (อันที่จริงก็แปลกดีนา เพราะกระทรวงแรงงานมักจะไปอ้างอิงว่าคนนั้นเป็นพม่า คนนี้เป็นกัมพูชา เพียงเพราะ เขาว่าเป็น นายจ้างว่าเป็น หรือคิดว่าเป็น) ปัญหาคือ หากข้อเท็จจริงพบว่าคน ๆ นั้นไม่ใช่พม่า แต่อยู่ชายแดนไทย-พม่า เกิดมาก็ไม่รู้ว่าจะต้องมีสัญชาติ หากต้องดำเนินการส่งกลับ ตามกฎหมาย กรณีนี้จะเอาไง

คือ ผมไม่อยากให้ตี๋หรือพี่ต้องฟันธงไปเลยว่า แรงงานข้ามชาติ ไม่ใช่คนไร้รัฐ ยกเว้นเห็นบัตรประชาชนพม่าอะนะ ฮ่าๆ  ๆ เพราะนั่นอาจจะทำให้เราขาดข้อมูลหรือมุมมองใหม่ ๆ ที่น่าสนใจไป ผมคิดว่าอาจารย์อาจมองแบบนั้นนะ เดาเอา ฮ่า ๆ ๆ

กรณีการคุ้มครองโดยรัฐนั้น (ผมก็อุตส่าห์วงเล็บแล้วนาว่าไม่เชื่อน้ำยารัฐไหนในโลกนี้เท่าไหร่ โฮ่ ๆ ๆ) กรณีตี๋ยกมานั้นผมว่ามันไม่ตรงอะ เพราะหากรัฐไทยปฏิเสธที่จะรับรองเขาว่าเป็นคนของรัฐไทย ก็เท่ากับว่าเขาเป็นคนต่างด้าว(ผมไม่ชอบคำนี้จริง ๆ)ของรัฐไทย และหากพบว่าเขายังเข้าเมืองมาโดยไม่ปรากฎหลักฐานที่ถูกต้องตามกฎหมายอีก รัฐไทยก็ย่อมมีอำนาจลงโทษตามกฎหมายของตน และหากส่งกลับรัฐพม่า รัฐพม่าก็หาใส่ใจใยดีไม่ แล้วไล่ส่ง หรือไล่ยิงราวกับว่าโกรธแค้นเสียนี่กระไร กรณีนี้จะอย่างไรครับ คือเขาปราศจากการปกป้องจากใครเลยอะ ตี๋อาจบอกว่าไม่ไร้รัฐนะ แต่หารัฐที่เป็นผู้ปกป้องไม่ได้ (อุ้ย ผมอยากกระโดดมาเถียงตัวเองจังวุ้ยว่า เราอยู่ได้โดยไม่มีรัฐ ฮ่าๆ  ๆ) เราจะเรียกว่าอะไรดี เสมือนไร้รัฐดีป่าว (บัญญัติศัพย์ใหม่เองเลยอะผม ฮ่าๆ ๆ )

ในความเห็นของผมการไร้รัฐมันคงจะต้องดูเป็นรายกรณีไป และอาจจะมีพัฒนาการหรือดิ้นไปดิ้นมาได้ เพียงแต่เรายังไม่ค้นพบหรือมองข้ามมันไปด้วยนิยามแบบเดิม ผมว่าเราอาจจะต้องลองมาช่วยกันหาดีกว่านะ

เออ ตกลงนี่ผมพูดจาเข้าใจไหมนี่ งง ตัวเองอยู่

เขียนเมื่อ 

เหนื่อยนะ คิดไปคิดมา ก็แพ้ความใจแคบของอำนาจรัฐอยู่ดี สงสัยมนุษย์ที่น่าสงสาร ปราศจากความคุ้มครองใดๆ คงเป็นกรรมที่เกิดมาไร้รัฐ มีกระดาษของรัฐหรือไม่ ก็ไม่สำคัญหรอก

ความเป็นจริงต่างหากที่สำคัญ

ยิ่งอยู่ในโลกของตัวเอง ก็จะยิ่งหลุดจากโลกของคนอื่น เมื่อต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง ความเข้าใจกัน ความปรานีกัน ก็จะหมดไป

เขียนเมื่อ 

เข้าไม่ถึงค่ะ..............เห็นด้วยกับพี่ตี๋และทุกๆคนค่ะ

มีคำถามค่ะ

"  คนไร้รัฐ...... "  ในข้อเท็จจริง......ในทางกฎหมายหรือในความเป็นจริงของชีวิตค่ะ   

บอกให้ชาวบ้านตาดำๆอย่างนุชเข้าใจได้ไหมค่ะ  นุชเข้าไม่ถึงในสำนวนทางกฎหมายที่พี่ๆทั้งหลายคุยกันอยู่นะค่ะ 

 เพราะทีแรกเดิมนุชคิดสั้นๆเพียงแค่ว่า

ไร้รัฐ.....คือคนที่ไม่มีชื่อและเลขประจำตัวแสดงตนใดๆในประเทศใดในโลก

ไร้สัญชาติ...........คือคนที่มีชื่อหรือเลขประจำตัวแสดงตนในโลก....แต่ยังไม่ได้ระบุสัญชาติใดในประเทศนั้น

และสุดท้ายนุชก็เพิ่งทราบว่า  จำแนกผิดไป  คิดสั้นไปไม่ถูกต้อง    ....หรือค่ะ

เขียนเมื่อ 

คำว่า "ถูกต้อง" คงสำคัญเหมือนกัน

สำหรับ อ.แหวว  จะอธิบายเสมอว่า คำว่า "ไร้รัฐ" อาจมีทั้งโดยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

นุชไม่ต้องเปิด "ตำรา" ตอบเลย ถามตัวเองว่า "แรงงานที่บัตรประชาชนพม่านะ" เมื่อเข้าเมืองผิดกฎหมาย และยังไม่ได้รับสิทธิอาศัย ก็คงไม่ได้ความคุ้มครองอะไรจากรัฐไทย ซึ่งก็เข้าใจได้ ก็ดันหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยทำไม ?

แต่ถามนุชเลยว่า แล้วรัฐบาลพม่าล่ะ จะก้าวเข้ามาคุ้มครองเขาไหม ? ยิ่งถ้าเขาเป็นชนกลุ่มน้อยที่ยังรบกับรัฐบาลพม่า เขาจะมีโอกาสได้รับการคุ้มครองจากรัฐใดอย่างสมบูรณ์ไหม ?

แรงงานพม่า บางคน อาจมีสัญชาติ มีบัตรประชาชน แต่ "ไร้รัฐ" ที่จะคุ้มครอง

ถามจริยธรรมในใจ ก็ตอบได้นุช อย่าเอา "ตำรา" "ทฤษฎี" หรือ "อคติ" ใดๆ มาบดบังกฎหมายธรรมชาติที่อยู่ในตัว

 

IP: xxx.47.247.135
เขียนเมื่อ 

ถ้าพูดถึงตำรา หรือ ทฤษฎี ที่ว่าสำหรับคนทำงานที่อยู่ในมุมเล็กๆของสังคม  บอกตามตรงเลยค่ะว่า  น้อยคร้งมากที่จะต้องนำตำรา ตามที่เขียนบอกไว้ในตัวหนังสือมาใช้ในงาน  แม้กระทั่งตำราที่เอ็นโจโอเคยเขียนไว้ในการพัฒนา ........ เมื่อสัมผัส ณ ชีวิตของคนในแต่ละท้องถิ่น  ไม่ว่าจะเป็นเหนือ กลางใต้ อีสาน ก็ตาม    ตำราต่างๆที่เขียนบ่งชี้ไว้นั้น...ไม่สามารถทำการช่วยชาวบ้านไว้ได้ซึ่งเฉพาะหน้าทันทีได้ในคราวเดียว 

อยากเพียงสื่อแค่ว่า  จะทำอย่างไรให้ตำรามีข้อบ่งชี้ไว้ให้คนที่ถืออำนาจ ในท้องถิ่นหรือส่วนกลางนั้นได้นำมาใช้อย่างจริงจัง  และให้อยู่ในส่วนจริยธรรมในใจได้  

อยากให้อาจารย์ช่วยจำกัดความ  นิยามของคำเพื่อให้ผู้ปฏิบัติราชการท้องถิ่นได้เข้าใจมากขึ้นอีกสักนิดนะค่ะ  และนุชเองจะรวมแรงพลังทั้งหมดที่มี  นำตำรานั้นมาใช้ให้ถึงตัวตนชีวิตของประชาชนอีกนับหมื่นที่รอคอย   (ราชการท้องถิ่นนั้นนุชหมายถึงตำรวจค่ะ  เพราะไม่อยากสร้างอคติไปมากกว่านี้  นุชเชื่อเหลือเกินว่า  ข้าราชการหรือประชาชน  เพียงบางกลุ่มคนเท่านั้นที่นำตำรามาใช้ในทางที่ไม่สมควร)

เขียนเมื่อ 

นุชเอ๋ย ที่เขาเถียงกัน กับที่เธอร้องขอ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ถ้าเธอเหยียบดิน เธอจะช่วยชาวบ้านได้มากกว่าที่เธอทำตอนนี้

การส่งเธอไปจาริกแสวงบุญในภาคใต้คราวนี้ เธอก็ลองตรึกตรองดู มากทม. ต้องมาวิปัสสนากันหน่อย

เรื่องคุณขัวญเงินนะ กฎหมายก็ชัด ตำราก็ชัด คำพิพากษาศาลฎีกาก็ชัด มาดูกันว่า อำเภอบางสะพาน เขาจะว่าอย่างไง

เขียนเมื่อ 

สรุปอีกที

"ไร้รัฐ" ในวันนี้ อาจหมายไปไกลถึงคนที่มีชื่อในทะเบียนของรัฐ แต่ไม่ได้รับ "ความคุ้มครองจากรัฐเจ้าของทะเบียน"

อาทิ แรงงานสัญชาติพม่า ที่เป็นชนกลุ่มน้อยที่รัฐบาลพม่าเกลียดชัง

จ๊อบ
IP: xxx.153.172.235
เขียนเมื่อ 
เหมือนจะจำได้ว่าตอนอาจารย์เเหววไประนองกับคุณจิราพร อาจารย์ได้ถ่ายรูปบัตรประจำตัวคนที่ข้ามมาจากพม่า ซึ่งหน้าตาไม่ค่อยเหมือนบัตรประจำตัวที่หนูเคยเห็นที่เเม่สอด เข้าใจว่าในพม่าก็มีบัตรสีเหมือนกัน เเละจำได้ว่าลุงประเสริฐบางบัตรอาจจะไม่ได้ระบุด้วยว่าเจ้าของบัตรเป็นคนสัญชาติพม่า เพียงเเต่อาจจะบอกว่าเป็นคนที่ได้อาศัยในที่นั้นๆ เท่านั้น

ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยเห็นบัตรมีตัวหนังสืออักษรพม่า ก็บอกว่าเขาสัญชาติพม่าเเล้ว

อันนี้ เราน่าจะหาข้อมูลอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเรื่องบัตรพม่าดูเหมือนกัน เเต่จ๊อบไม่มีคนที่อ่านภาษาพม่าออก เเต่เคยเห็นรายงานที่เขาไปสัมภาษณ์ชนเผ่าที่ไม่ใช่พม่าเรื่องบัตร ก็มีการบอกว่าบัตรที่มีตัวหนังสือพม่านั้น อาจเขียนว่า "บัตรนี้ไม่ใช่บัตรประชาชนคนสัญชาติพม่า" คนที่ถือบัตรนี้อาจมีเชื้อชาติ เช่นกะเหรี่ยง มอญ ไทยใหญ่ ฯลฯ เเต่เขาอาจจะไม่มี"สัญชาติ"ที่เเท้จริง เพราะยังไม่มีการยอมรับ หรือเกิดรัฐกระเหรี่ยง รัฐมอญ รัฐไทยใหญ่ อย่างที่เป็นรัฐ(ประเทศ)พม่า

ก็คงเหมือนที่บอมบอกล่ะคะว่า 
"คือ ผมไม่อยากให้ตี๋หรือพี่ต้องฟันธงไปเลยว่า แรงงานข้ามชาติ ไม่ใช่คนไร้รัฐ ยกเว้นเห็นบัตรประชาชนพม่าอะนะ ฮ่าๆ  ๆ เพราะนั่นอาจจะทำให้เราขาดข้อมูลหรือมุมมองใหม่ ๆ ที่น่าสนใจไป ผมคิดว่าอาจารย์อาจมองแบบนั้นนะ เดาเอา ฮ่า ๆ ๆ"