ฮ่าๆ ๆ โหพี่ต้องเล่นง่ายนะครับ
อือ ผมไม่เถียงดีกว่าว่าเราเห็นตรงหรือไม่ตรง
ปัญหาข้อเท็จจริงที่ผมห่วงคือ ภาพประทับของแรงงานข้ามชาติ คือ หากใครก็ตามที่ถือบัตรแรงงานต่างด้าว มักจะถูกเหมารวมเอาว่าเป็นคนสัญชาติตามที่ระบุในบัตรนั้น ๆ (อันที่จริงก็แปลกดีนา เพราะกระทรวงแรงงานมักจะไปอ้างอิงว่าคนนั้นเป็นพม่า คนนี้เป็นกัมพูชา เพียงเพราะ เขาว่าเป็น นายจ้างว่าเป็น หรือคิดว่าเป็น) ปัญหาคือ หากข้อเท็จจริงพบว่าคน ๆ นั้นไม่ใช่พม่า แต่อยู่ชายแดนไทย-พม่า เกิดมาก็ไม่รู้ว่าจะต้องมีสัญชาติ หากต้องดำเนินการส่งกลับ ตามกฎหมาย กรณีนี้จะเอาไง
คือ ผมไม่อยากให้ตี๋หรือพี่ต้องฟันธงไปเลยว่า แรงงานข้ามชาติ ไม่ใช่คนไร้รัฐ ยกเว้นเห็นบัตรประชาชนพม่าอะนะ ฮ่าๆ ๆ เพราะนั่นอาจจะทำให้เราขาดข้อมูลหรือมุมมองใหม่ ๆ ที่น่าสนใจไป ผมคิดว่าอาจารย์อาจมองแบบนั้นนะ เดาเอา ฮ่า ๆ ๆ
กรณีการคุ้มครองโดยรัฐนั้น (ผมก็อุตส่าห์วงเล็บแล้วนาว่าไม่เชื่อน้ำยารัฐไหนในโลกนี้เท่าไหร่ โฮ่ ๆ ๆ) กรณีตี๋ยกมานั้นผมว่ามันไม่ตรงอะ เพราะหากรัฐไทยปฏิเสธที่จะรับรองเขาว่าเป็นคนของรัฐไทย ก็เท่ากับว่าเขาเป็นคนต่างด้าว(ผมไม่ชอบคำนี้จริง ๆ)ของรัฐไทย และหากพบว่าเขายังเข้าเมืองมาโดยไม่ปรากฎหลักฐานที่ถูกต้องตามกฎหมายอีก รัฐไทยก็ย่อมมีอำนาจลงโทษตามกฎหมายของตน และหากส่งกลับรัฐพม่า รัฐพม่าก็หาใส่ใจใยดีไม่ แล้วไล่ส่ง หรือไล่ยิงราวกับว่าโกรธแค้นเสียนี่กระไร กรณีนี้จะอย่างไรครับ คือเขาปราศจากการปกป้องจากใครเลยอะ ตี๋อาจบอกว่าไม่ไร้รัฐนะ แต่หารัฐที่เป็นผู้ปกป้องไม่ได้ (อุ้ย ผมอยากกระโดดมาเถียงตัวเองจังวุ้ยว่า เราอยู่ได้โดยไม่มีรัฐ ฮ่าๆ ๆ) เราจะเรียกว่าอะไรดี เสมือนไร้รัฐดีป่าว (บัญญัติศัพย์ใหม่เองเลยอะผม ฮ่าๆ ๆ )
ในความเห็นของผมการไร้รัฐมันคงจะต้องดูเป็นรายกรณีไป และอาจจะมีพัฒนาการหรือดิ้นไปดิ้นมาได้ เพียงแต่เรายังไม่ค้นพบหรือมองข้ามมันไปด้วยนิยามแบบเดิม ผมว่าเราอาจจะต้องลองมาช่วยกันหาดีกว่านะ
เออ ตกลงนี่ผมพูดจาเข้าใจไหมนี่ งง ตัวเองอยู่