หาก "ไลเคน" เป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ "ปูผา" ก็คือดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของผืนป่าด้วย

หลังเหตุการณ์ "น้ำป่า ดินโคลนถล่มเมืองลับแล"เมื่อปี ๔๙ เทือกเขาเหมือน"ศีรษะถูกกล้อนผม" สวนผลไม้บนเขา ที่เคยขึ้นอยู่อย่างหนาทึบ กำลังจะกลายเป็นป่าเสื่อมโทรมลงไปทุกวัน เพื่อนเก่าของผมในสมัยเด็ก ๆ ที่เคยวิ่งไล่จับไปตามลำห้วย ในฤดูปิดเทอม หน้าร้อนจะเป็นอย่างไรในวันนี้

ทุเรียนพื้นเมืองบนต้นที่สูงใหญ่ การเก็บผลผลิตทำได้วิธีเดียว คือ คอยให้ลูกทุเรียนหล่นลงมาให้เก็บ

 

จำได้ว่าสวนทุเรียน ในสมัยก่อนนั้น ยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ต้นทุเรียนลางสาด จะขึ้นแซมอยู่กับต้นไม้ใหญ่ในป่า

ถนนที่ตัดขึ้นไปบนภูเขา เพื่อให้สามารถขนส่งทุเรียนลงมาได้สะดวกขึ้น

แต่ในมุมที่กลับกัน คงต้องทบทวน "วิธีการบริหารจัดการสวนผลไม้ลับแล ยุคใหม่"กันแล้ว

วันนี้ เข้าต้นฤดูฝนแล้ว น้ำในลำห้วยยังแห้งขอด ฝนที่ตกลงมายังไม่พอทำให้มีน้ำในลำห้วย

 

สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่ทางเดินเข้าสวนผลไม้ แต่เป็นแนวลำห้วยที่ครั้งหนึ่งเคยมีน้ำที่ใสสะอาด ไหลเย็น ดับกระหายได้ยามเดินขึ้นสวนผลไม้บนภูเขา ที่ๆ เด็กชาวสวนคนหนึ่ง เดินลุยทวนน้ำ เล่นอย่างสนุกสนาน จำได้ว่า มีทุเรียน ตกอยู่ในลำห้วยนี่ หลายลูก เหลียวซ้าย แลขวา ไม่มีเจ้าของ ก็ใช้มือทั้งสองข้าง ค่อย ๆ ฉีกทุเรียนกินอย่างเอร็ดอร่อย..

ใต้ก้อนหินแบบนี่แหละ ที่เราเคย วิ่งไล่จับกัน วันนั้น ก้อนหินแบบนี้ จะโผล่ขึ้นมาปริ่มน้ำใสในลำห้วย เล็กน้อย ในฤดูแล้ง !!

ใต้ก้อนหินแบบนี้ ถ้าไม่เจอปูผา ก็จะเจอ "ปลาก่อกั้ง" ปลาซ่อนตัวเล็กในห้วย นอกจากนั้นก็จะมี ปลาซิว ซึ่งจะพบเห็นได้อย่างดาษดื่น

วันที่น้ำในห้วยแห้งขอดแบบนี้ ขอบันทึกไว้ว่า นี่คือต้น ฤดูฝน ย่างเข้าเดือน ๗ แล้ว

เจ้าปูผาจะอยู่อย่างไร ที่ใหน..นั้นไง...

เจอแล้ว "บ้านเจ้าปูผา เพื่อนเก่า"

รูปูผา ที่ถูกขุดใหม่ ๆ

เจ้าของบ้าน สงสัยจะนอนหลับอยู่ วันนี้เลยไม่เจอตัว ไว้วันหน้าจะมาหาใหม่