- สุด ๆ เลยขอรับวันนี้ จิตส่งออกนอกล้วน ๆ ไร้สติล้วน ๆ โชคดีเผลอหลับไปตอน 2 ทุ่มกว่า ๆ ทำให้สดชื่นขึ้นมาบ้าง ถ้าได้เขียนบันทึกทบทวนทำก่อนนอนก็คงดีไม่น้อยขอรับ
- การเดินมรรค สติ สมาธิ ปัญญา ต่อเนื่องนาน ๆ ทำให้พิษทางโลกเล่นงานเราไม่ค่อยได้อยู่เป็นนาน แต่จนแล้วจนรอดเมื่อวานนี้ก็โดนพิษทางโลกเข้าเต็ม ๆ อีกครั้งหนึ่งจนได้ อิ อิ
- ดูไปก็คล้าย ๆ เป็นการทดสอบดูว่าไปถึงไหนบ้างแล้ว เพราะตอนที่เดินมรรคอยู่นั้น อีกใจหนึ่งก็โหยหาการทดสอบเหมือนกันว่า เมื่อได้รับพิษทางโลกเต็ม ๆ อีกสักครั้งเราจะเป็นอย่างไรบ้าง ?
- พบว่า ครั้งนี้เห็นอะไรหลายอย่าง ถึงแม้จะสติ สมาธิ ปัญญา เซไปเซมาอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ทำให้เราเรียนรู้ได้ละเอียดชัดกว่าการโดนครั้งก่อน ๆ เราสามารถเห็นโจทย์ทางโลกในหลากหลายมิติกว่าเดิม
- อย่างไรก็ตามการมีจิตวุ่นวายแบบโลก ๆ ก็สู้การเดินมรรคไม่ได้ เราเองก็โหยหาการกู่กลับไปสู่สภาวะการเดินมรรคที่จะนำไปสู่การมีสติ สมาธิ ปัญญา ที่มั่นคงกว่า
- กลับไปซ้อมมาใหม่แล้วค่อยกับมารับบททดสอบทางโลกในโอกาสต่อไปดูท่าจะดีกว่าขอรับ บันทึกนี้ดูไปก็คล้ายแผนที่นำทางกลับทางเดิมเมื่อหลงทางประมาณนั้นขอรับ
- มี "เรา" คราใด จัญไรครานั้น
- ลดความรีบร้อนแห่งชีวิตลง ค่อยฝึกสติชำเลืองดูกายและใจของเราอย่างช้า ๆ ระลึกรู้ดูเฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องรีบร้อน แค่ดู ดูเฉย ๆ ช้า ๆ
- ตามดูให้เห็นตามจริงของกายและใจว่าเป็นทุกข์ ไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และก็ดับไป เปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา
- ลดความปราถนา ลดความอยากลง
สวัสดีครับ
ระลึกรู้ ดูเฉยๆ
เห็นการเกิดดับ
พิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เป็นหัวใจแห่งธรรมเลยนะครับ
อนุโมทนาสาธุกับบันทึกธรรมครับ...
มาเยี่ยมค่ะ
สวัสดีครับ Phornphon
ขอบพระคุณ พ.ญ. อัจฉรา เชาวะวณิช ที่กรุณาแวะมาเยี่ยมขอรับ