บ้านคือวิมานของเรา

          บ้าน คือ  วิมานของเรา  ในวันนี้เป็นวันที่เรามีเรี่ยวมีแรง  เรามีกำลังที่พอจะสร้างอนาคตเพื่อลูกๆของเราได้  เราก็ควรทำ  ดิฉันคิดว่านั่น คือ  บทบาทสำคัญของคนเป็นพ่อเป็นแม่  หากไปคิดเรื่องการมีบ้าน มีรถ มีเงินออม ตอนที่เราอายุมากกว่า 35 ปี  ลูกเราก็โตมาถึงวันที่จะต้องใช้เงินจำนวนมากแล้ว  เราก็คงจะหาไม่ทันใช้  อย่างที่หลายคนๆต้องพบปะกับปัญหาอยู่บ่อยครั้ง

          หากใครเริ่มได้เร็วก่อน 35 ปี  มีบ้าน มีรถ มีเงินออม  ที่จะต้องออมต่อไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆค่ะ  ได้เปรียบใครหลายๆคนเลยทีเดียว  ความมั่นคงก็เกิดกับชีวิตของเรา  เพราะถือว่าท่านได้มีการวางแผนมาอย่างดีและรัดกุมมากพอสมควรค่ะ  ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับดิฉันที่มามีบ้านที่จะต้องผ่อน 2 งวด ตอนอายุ 35 ปีพอดี มีลูกที่ต้องเรียนหนังสือ  ต้องใช้เงินจำนวนมากๆเลย ก็ต้องอดทนเป็น 10 เท่าเลยคะ บางทีก็ท้อเหมือนกัน  ที่จะต้องทำงานหนัก เพื่ออนาคตของครอบครัว 

          สามี  ลูกๆ  ก็ช่วยกัน ประหยัดค่ะ  เด็กอนุบาล 3 ออมเงินด้วยการหยอดกระปุกออมสินทุกวัน วันละ 3 บาท 5 บาท 10 บาท ได้ตังค์ไป โรงเรียนวันละ 5-10 บาท เหตุผลของน้องคือ  เพื่อจะรวมตังค์ไว้จ่ายค่าบ้านช่วยคุณแม่  น้องภัทรจะมีเหตุผลที่น่าฟังมาก  ซึ่งฟังแล้วปลื้มมาก  "เรามีบ้านสวยเราต้องประหยัดสิภูมิ  จะได้ช่วยแม่จ่ายค่าบ้าน" คนเป็นพ่อแม่ได้ยินแล้วยิ้มออกค่ะ  เหนื่อยแค่ไหนก็มีพลังที่จะสู้อย่างไม่ท้อถอย

         ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามอย่างที่เราหวังไว้  ปลายปีนี้เราคงได้บ้านเป็นของเราเองอย่างเต็มที่ ยิ้มได้อย่างเต็มความภาคภูมิ  กว่าจะมีบ้านมันยากจริงๆนะคะ  จะกู้ธนาคารเขาก็ให้เราไม่ได้เพราะเงินเดือนเราเหลือน้อย  ซึ่งเราจะลำบากมากหากเราต้องติดหนี้หลายทาง  ไม่เป็นผลดีค่ะ  ดิฉันเลยตัดสินใจว่า  ไม่กู้ธนาคารแล้วอดออมดีที่สุด  ค่อยๆทำค่อยๆสร้างลำบากบ้างแต่ทนได้  ช่วยๆกันมันต้องผ่านไปได้  เราอยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยกัน  กำลัีงใจจากคนที่เรารักและรักเราสำคัญที่สุดเป็นแรงผลักดันให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายได้ค่ะ  ดิฉันเชื่ออย่างนั้น