สีสันแห่งชีวิตกับคนแปลกหน้าบน รถโดยสารสายร้อยเอ็ด - กาฬสินธุ์ เมื่อ ช่วงเย็น 29 พ.ค.2553


ในระหว่างการเดินทางไปสู่จุดหมาย มักมีหลายสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะได้พบ แต่กลับทำให้การเดินทางมีสีสัน มีความหมายมากยิ่งขึ้น แม้จะเป็นการเดินทางบนเส้นทางสายเดิม



            ในระหว่างการเดินทางไปสู่จุดหมาย มักมีหลายสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะได้พบ แต่กลับทำให้การเดินทางมีสีสัน มีความหมายมากยิ่งขึ้น แม้จะเป็นการเดินทางบนเส้นทางสายเดิม

            ตอนเย็นวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2553 เมื่อนายบอนนั่งรถโดยสารสาย 276 ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ เที่ยวสุดท้าย กลับกาฬสินธุ์ รถอกจาก บขส.ตอน 17.20 น. เมื่อรถแล่นมาถึงคิวนอก จุดจอดรับผู้โดยสารที่หน้าโรงเรียนวัดสระทอง ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ มีสัมภาระ ทั้งกระเป๋า กล่องเครื่องมือตกปลา และเบ็ดตกปลาอย่างดี  เขาอายุประมาณ 30-35 ปี พอเขามานั่ง ก็ขออภัยที่ต้องวางของ เบียดพื้นที่วางเท้า กินพื้นที่ว่างไปบางส่วน นายบอนบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ถึงที่หมาย เขาบอกว่าจะลงที่บ้านเหล่างิ้ว เลยตัวอำเภอจังหารไปนิดหน่อย พอถามได้ไม่กี่คำ เขาก็ชวนคุยแก้เหงา ถามไถ่นายบอนว่า มาทำอะไรที่ร้อยเอ็ด บ้านอยู่ที่ไหน  แล้วชวนคุยเรื่องการประกาศเคอร์ฟิวช่วง 19-28 พ.ค. ที่ห้ามคนออกนอกบ้านช่วงเวลากลางคืน ทำให้ พ่อค้า แม่ค้า คนที่ทำงานตอนกลางคืนต้องเดือดร้อน ในพื้นที่ ร้อยเอ็ด - กาฬสินธุ์ - ขอนแก่น มหาสารคาม ...แล้วเขาก็คุยเรื่องไปใช้ชีวิตตกปลาให้ฟัง เขาพึ่งกลับมาจาก อ.สุวรรณภูมิ มีเบ็ดตกปลาอย่างดี พร้อมกล่องใส่อุปกรณ์ตกปลา ได้ปลา ก็ขายปลาให้ชาวบ้าน  เอาไปซื้อเหล้าสังสรรค์กับชาวบ้าน เขาใช้วีวิตของเขาแบบอิสระ พอเงินใกล้จะหมด ก็จะกลับบ้าน

            เขาชอบตกปลามาก แต่พ่อของเขาไม่เห็นด้วยที่ลูกชายทำตัวแบบนี้ เคยหักเบ็ดตกปลาราคาแพงของเขามาแล้ว 3 อัน แต่เขาก็ไปซื้ออันใหม่ ไปตระเวณตกปลาใช้ชีวิตแบบอิสระของเขาเช่นเดิม

            เขาเคยเป็นนักมวย ชกมวยไทยมาก่อน เลยจะชวนคุยเรื่องมวย ถามนายบอนว่า เคยชกมวยไทยมั้ย "ไม่เคย"  แล้วเขาก็หาหัวข้อคุยต่อ  "ได้ยินว่า ไก้ชนกาฬสินธุ์มีแต่ตัวเจ๋งๆ แล้วเล่นไก่ชนรึเปล่า" เขาชอบมาก เคยซื้อไก่ชนมาตัวหนึ่ง ราคา 5,000 บาท เอาไปชน แต่ขาตาย ชนแพ้ ทั้งเขาและพ่อของเขา ชอบไก่ชนมากเหมือนกัน แล้วถามว่า นายบอนชอบไก่ชนมั้ย

            "มีเพื่อนที่เค้าเล่นไก่ชน เดี๋ยวจะติดต่อ แล้วจะพาไปหาแล้วกัน"

            ดูเหมือนเรื่องนี้จะโดนใจเขา มากๆ เขาเลยขอเบอร์โทร เอาตั๋วรถจดเบอร์โทรไว้ และก็แนะนำตัวเองว่า ชื่อ "อู๊ด" และให้เบอร์โทรไว้เช่นกัน บอกจะโทรไปหาเรื่องไก่ชน นายบอนบอกไปว่า เดี๋ยวไปถามเพื่อนดูก่อน ถ้าเค้ายังเล่นไก่ชนอยู่ จะโทรไปบอก แล้วจะพาไปหา ไปเลือก ไปดู ต่อรองราคา ขอซื้อโดนตรงกันเลย  คนคอเดียวกัน ยิ่งชอบอะไรเหมือนกัน คุยกันไม่นานก็รู้เรื่อง แป๊บเดียว รถก็วิ่งมาจอดที่หน้าปากทางเข้าบ้านเหล่างิ้ว อู๊ดหันมาจับไม้จับมือแล้วเดินตามคุณป้าคนหนึ่ง ที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ที่ร้องเตือนอู๊ดให้รีบลงจากรถ เดี๋ยวรถจะออกก่อน  สาวโรงงานที่นั่งเบาะหลังก็แอบนินทานายอู๊ดว่า มัวแต่โม้เรื่องตกปลาอยู่นั่นแหละ จนรถจะเลยป้ายที่จะลงแล้ว


            การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง สำหรับหลายคน อาจเป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเดินทางด้วยวิธีนี้ เมื่อมีรถยนต์ส่วนตัวที่สะดวกและคล่องตัวกว่า ไปถึงที่หมายรวดเร็วกว่า แต่อีกด้านหนึ่ง บนรถโดยสารก็ทำให้ได้พบกับผู้คนหลากหลาย ได้รับรู้เรื่องราวใหม่ๆ ได้เห็นความเป็นจริงของชีวิตหลายแง่มุม เข้าใจ ความคิด ความรู้สึกของคนหลายกลุ่มมากขึ้น

            บนเส้นทางสายเดิม ที่เดินทางบ่อยๆ แม้จะนั่งรถโดยสารบ้าง นั่งรถส่วนตัวบ้าง ก็เหมือนกับการเติมสีสันให้ชีวิต ในโลกใบเดิมๆ





หมายเลขบันทึก: 362600เขียนเมื่อ 31 พฤษภาคม 2010 11:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 มิถุนายน 2012 11:42 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง