คณะของเรา ๕ ชีวิตเดินทางออกจากตลาดเก่าแก่ ๑๐๐ ปีของอำเภอสามชุกแล้ว ได้เดินทางต่อไปยังบึงฉวากและเป็นเวลากว่าบ่าย ๒ โมง พวกเราตกลงกันว่าขอเลือกไปชมอุทยานผักพื้นบ้านและอยากชมบ้านตากอากาศสวย ๆ อยู่บนกิ่งไม้ที่เคยเห็นจากสื่อด้วย
อุทยานผักพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติบึงฉวาก จัดตั้งขึ้นโดยกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุ ๗๒ พรรษา รวมทั้งสร้างจิตสำนึกด้านความตระหนักให้ประชาชนทั่วไป เห็นคุณค่าและร่วมกันอนุรักษ์พืชผักพื้นบ้าน โดยมีเป้าหมาย เพื่อรวบรวมผักพื้นบ้าน จากทั่วภูมิภาคของประเทศไทยกว่า ๕๐๐ชนิด เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูก การขยายพันธุ์ การบริโภค และคุณประโยชน์ของผักพื้นบ้าน
อุทยานผักพื้นบ้านมีประเภทไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก ไม้เถาว์เลื้อย ไม้น้ำ และไม้ในที่ชื้นแฉะ ซึ่งมีการจัดภูมิทัศน์อย่างสวยงามบริเวณกลางน้ำพื้นที่ ๒๖ไร่ ภายในบริเวณอาคารสำนักงานมีศูนย์แหล่งข้อมูล ห้องสมุด เพื่อให้บริการความรู้เกี่ยวกับผักพื้นบ้าน ห้องแสดงนิทรรศการ ห้องจำหน่ายผลผลิต และผลิตภัณฑ์จากผักพื้นบ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการความรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้สนใจสามารถเที่ยวชมกิจกรรม และศึกษาข้อมูลได้ทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. นอกจากนี้ สนง.เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรบริเวณรอบบึงฉวากปลูก และขยายพันธุ์ผักพื้นบ้านเพื่อให้มีรายได้จากการจำหน่ายต้นพันธุ์ และผลผลิตแก่ผู้ที่มาเที่ยวชม
พวกเราได้เลือกซื้อต้นไม้ พันธุ์พืชผักตามความต้องการและความชอบ ที่สำคัญขอเลือกต้นไม้ที่มีราคาถูกไว้ก่อน เพราะกลุ่มของเราเป็น "นักท่องเที่ยวกระเป๋าแฟบ" นั่นเอง แบบไหนไม่มีตังค์พอซื้อหรือแพงเกินไปไม่กล้าควักมาจับจ่ายก็ขอชมและเก็บภาพไปเพื่อเรียนรู้
คนที่สนใจและชอบปลูกขนาดใหญ่โตคือคุณเจตน์ มาเที่ยวนี้คุณเจตน์สนใจต้นแคนาและต้นกระโดนเป็นพิเศษ อุตส่าห์มองหาเมล็ดจะได้นำไปเพาะพันธุ์ ในทีสุดได้ต้นไม้ไปตามที่ต้องการมากกว่านั้น ยกเว้นต้นแคนา ส่วนเมล็ดพันธุ์มีจำหน่ายทุกชนิดที่ร้านจำหน่ายตงช่องทางเข้า
ฉันได้แต่คิด..."ไม่น่าเชื่อว่าเราเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยแต่รู้จักต้นไม้ในประเทศไทยเพียงไม่กี่อย่าง"
ชอบต้นไผ่ที่นี่ มีหลายชนิดมากๆๆ เจอคุณสามารถด้วยใช่ไหมครับ...
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม..มีงี้ด้วยเหรอค่ะ..ของแปลก..ถูกใจไอเดียบรรเจิดน้อ..อิอิ..ชอบจังไม่ได้ไปเที่ยวก็เหมือนได้ไปค่ะ..ขอบคุณเจ้า
เมื่อครั้งสนามจันทร์ครบ100ปี ท่านผอ.เชาว์ เสาวลักษณ์ก็นำนิทรรศการไปแสดงค่ะ...
นอกจากนั้นยังมีเทคนิคที่จะทำให้ลูกบวบยาวตรงด้วยการเอาถุงน้ำไปถ่วงไว้ด้วยค่ะ....
สวัสดีค่ะพี่คิม
สวัสดีค่ะอาจารย์น้องขจิต ฝอยทอง
สวัสดีค่ะน้องrinda
สวัสดีค่ะน้องอ้อยเล็ก
สวัสดีค่ะน้องอิงจันทร์
สวัสดีค่ะ ตามอ่านบันทึกการท่องเที่ยวแล้วเหมือนได้ไปอีกรอบ จากที่เคยไปมาแล้วแต่เห็นอีกครั้งก็ยังสวยเหมือนเดิม แถมได้รำลึกนึกถึงครั้งที่ได้ไปอีกว่าเอ....มันเป็นอย่างนี้ไหมหนอ หรือว่าเอ...ตรงนี้เราทำไมไม่ได้ชักภาพไว้
มีความสุขกับการได้เติมเต็มให้ชีวิตนะคะ...
ไปชมผักนี้กับบล็อกน้องสามารถอาจารย์ขจิตมาแล้วคะ ทำไมไม่เจอกันน้า เขาไปเจอกันตั้งสามสี่คน หมอดาวด้วย น้องสามารถด้วย น้องขจิตด้วย มาเที่ยวชมสวนผักนี่แหละ บล็อกน้องสามารถ ถ่ายภาพแม้แต่หนอน ก็ถ่ายมาให้ชม สีสวยน่าขยะแขยงด้วย ถ่ายภาพ พวกบวบตรงนี้แหละ และก็มีแตงโดนลัดรูปร่าง ได้หุ่นใหม่เลยคะ แล้วก็ได้มาชมภาพของพี่ครูคิม ถ่ายคนละแบบกันคะ
-เห็นภาพครูแมวนั่ง อ้าว่าเลย แสดงว่าเดินจนขาลากแล้วใช่ไหมคะ ตอนนี้เห็นแล้วใครมาบ้าง รู้จักแต่ครูแมวคะ
-กินอาหารทางปากดีกว่ากินจากสายยาง นั่นคือให้เรากินผักเป็นอาหาร เป็นยาไปพร้อมใช่ไหมคะ บวบ ทำค่างวางเสียสวยเลย กลายเป็นไม้ประดับไป
-กระเช้าดอกไม้ผูกโบว์ บ้านบนต้นไม้ ขายความคิดได้ดีนะคะ ไม่ธรรมดาคะ
-หนุ่มหล่อไหนน้า ...นั่งซบหุ่นเชียว ผักซาดิสม์ก็มี สงสัยชอบความรุนแรง
-ได้ความรู้ขากน้องอ้อยเล็ก ว่า อยากให้ลูกตรงยาวดี ใช้ถุงน้ำยางมาห้อย พร้อมมีภาพมาให้ดูด้วย ดีจริง คงมีคนนำไปทำตามบ้างนะคะ ความคิดดีนะคะ ลูกฟัก เขาน่าจะทำกล่องหัวใจ มาห่อไว้ ออกมาเป็นรูปหัวใจ ก็คงไม่เลวนะคะ
-พึ่งออกไปกินก๋วยเตี๋ยวไม่แคะมา ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ คะ แล้วมาเม้นท์ต่อคะ
-ภาพท้องน้ำ พร้อมท้องฟ้า เมฆสวยใสเชียว
-เมื่อกี้พอมาเล่นคอม หลังจากไปกินก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว เพื่อนมาเยี่ยมตรึมที่บล็อกสุ เลย เดี๋ยวกลับคืนไปเม้นท์ที่บล็อกตนเองก่อนนะคะ ไปละ
สวัสดีค่ะน้องkrugui Chutima
สวัสดีค่ะสุ-มหาวิทยาลัยชีวิต ที่ไม่มีวันปิดทำการ
เรียนคุณครูคืม
สวยจังเลยนะคะ เห็นแล้วอยากไปอีก อยากไปอีก และ อยากไปอีก
สวัสดีค่ะคุณยาย
นึกว่านกอินทรีย์....
จะพักบ้านนกระจอก..อิอิ
อันนี้สุกแล้วครับ ทานได้เลย
สวัสดีค่ะเกษตร(อยู่)จังหวัด