๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓

กราบสวัสดีค่ะครู

                เช้านี้ (๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓) ตื่นนานแล้ว แต่นอนแช่ (ผิดศีลข้อ ๑ และข้อ ๔) เปิดคอมขึ้นมา เปิดนิทานชาดกไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้ฟัง ใจรู้สึกเศร้าหมอง (ผิดศีลข้อ ๑) เฉื่อย เหมือนพิจารณาอะไร แต่ก็ไม่รู้ วัดก็ไม่ไป กิจวัตรก็ไม่ทำ (ผิดศีลข้อ ๔) ถึงเวลาขึ้นไปรีดผ้า ขับรถไปทำงานประมาณแปดโมง มีพี่วิไลไปด้วย ระหว่างทางรถค่อนข้างติดพอสมควร แต่ก็ไปถึงที่ทำงานไม่สายค่ะ วันนี้ช่างมาซ่อมเครื่อง GC พี่จึงมอบหมายให้ดูไปด้วยกับช่าง การได้คุยกับช่างได้ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้น ที่ขำ ๆ คือ เครื่องนี้ครั้งสุดท้ายที่พังเพราะฝีมือหนูเอง จึงตั้งใจเข้าไปให้ข้อมูลช่างว่าทำอะไรลงไปและเกิดอาการแบบไหนบ้าง ช่างเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก ๆ ค่ะครู อารมณ์ดี ทำงานอย่างทุ่มเท และพร้อมให้ความรู้อยู่เสมอ มีความสามารถในการอธิบายให้หนูเข้าใจได้ อธิบายได้แม้กระทั่งอะไหล่ ที่เขียนว่า Make in Thailand แต่ต้องไปตีตราที่เมืองนอก แล้วคนไทยก็สั่งมาจากต่างประเทศอีกที ฟังแล้วรู้สึกชื่นชมความสามารถและความพยายามของท่าน

เห็นอาการปุ๊บ รู้เลยว่าสาเหตุมาจากอะไร

แล้วตามแก้ไปทีละจุด ๆ

เจอปัญหาตามรายทางก็ค่อย ๆแก้ไป

ช่างทำงานอย่างนิ่งเย็น พอสอบถามท่าน เกี่ยวกับเครื่องมือที่ดูแล มี GC Microwave digestion NMR ท่านสามารถอธิบายได้แทบทุกเครื่อง ทุกที่ ที่ท่านเคยเข้าไปซ่อมว่าอาการที่ไหนเป็นอย่างไร ปรับแก้อะไรไปบ้าง หนูชอบที่ท่านเปรียบเปรยงานซ่อมและปรับแต่งเครื่องมือให้ใช้งานได้ว่า

 

“เครื่องมือก็เหมือนราวบันได ราวบันไดมันก็คือราวบันได ฮ่า ๆ”

 

พอเที่ยง ๆ แวะไปทานอาหารเจกับพี่วิไล ที่ตะวันทอง คนไม่ค่อยเยอะค่ะครู แต่พอนั่งไปนาน ๆ เห็นคนในชุดพยาบาลเข้ามาทาน มองเข้าไปในกลุ่มคนนั้นมีพี่เภสัชที่หนูเคยรู้จัก หนูเห็นใจตนเองที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตน (ผิดศีลข้อ ๑) ว่า

“ทำไมไม่เข้าไปทัก หรือไม่ก็พี่เขาจะจำเราได้ไหม”

ความเป็นตัวตนถูกสั่นสะเทือนไม่ได้รับการตอบสนอง คำสอนครูที่บอกไว้ว่า

 

“จงเป็นธุลีดิน”

 

ปรากฏขึ้นมาในใจ ไม่ต้องเด่น ไม่ต้องดัง ไม่ต้องเป็นคนสำคัญ เป็นอะไรที่ไม่สำคัญ เป็นอะไรที่ใครไม่เห็นค่านี่แหละดีที่สุด มันไม่หลง

ทานเสร็จขับรถแวะผ่านไปที่ศาลากลาง เพราะตั้งแต่มีเหตุการณ์ นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าไป สิ่งที่เห็นแตกต่างจากจินตนาการค่ะ ไม่รู้ซิค่ะครู ที่ฟังมาหนูรู้สึกว่าหนักหนาเสียหายมากกว่านี้ แต่ก็ยังมีความเสียหายอยู่ มองเข้าไปภายในใจรู้สึกสลดหดหู่ (ผิดศีลข้อ ๑ เบียดเบียนตนเองทำให้ใจเศร้าหมอง) จึงค่อย ๆ ขับรถออกมา

                บ่าย ๆ นั่งเคลียร์งาน พร้อม ๆ กับดูช่างทำงานและอำนวยความสะดวก อาการทางกายน้ำมูกไหลตลอดเวลา เขียว กลืนน้ำลายสะดุด จึงตักน้ำอุ่นมาทาน ณ จุดที่กดน้ำอุ่น พี่หัวหน้าบริหารเข้ามาคุยด้วย เหมือนท่านกำลังหาคนฟัง เพื่อที่จะเข้าใจ แรงกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้นในสำนักงาน หนูจึงนั่งลงรับฟังท่าน ครูค่ะบางทีหนูก็รู้สึกว่า

“คงเป็นบ่วงกรรม ที่ทำร่วมกันมา ถึงเวลาที่ต้องชดใช้ ดูเหมือนไม่มีโอกาสต่อรอง เพราะใครบางคนอยู่ดี ๆ ก็ ถูกโกง ใครบางคนทำงานดีมาตลอด แต่ก็ต้องมารับผิดชอบความผิด ที่คนอื่นทำโดยไม่ตั้งใจ คิดอีกทีเหตุใหม่ที่สร้างเพิ่มก็คือ ความประมาท”

เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ของคนทั้งสำนักงานต้องเข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อที่จะเข้าใจ ให้กำลังใจคนทำงาน รู้สึกได้ว่าหลาย ๆคนช่วยกัน เพราะบางทีพี่ที่โดนแรงกระทบโดยตรงแอบร้องไห้ กับความคับแค้นใจที่เกิดขึ้น ครูค่ะ หนูรู้สึกโชคดีที่มีวัคซีนมาจากครู ที่ครูเมตตาสอนมา

พอเลิกงานต้องอยู่ต่อ เพราะว่าต้องรอตรวจเวลาจนประมาณหกโมงครึ่ง จึงจัดเตรียมหนังสือที่ไม่อ่านแล้ว หนังสือธรรมะ หรือนิตยสาร ตั้งใจว่าจะเอาไปวางไว้ที่ สถานีขนส่ง จากประสบการณ์ที่ต้องนั่งรอขึ้นรถสี่ชั่วโมงทำให้เข้าใจว่า “ถ้ามีหนังสือดี ๆ ให้อ่าน น่าจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้” พอถึงเวลาพี่วิไลซึ่งทำงานรออยู่ เสร็จพร้อม ๆกันพอดี จึงได้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

อืม ตอนเดินหอบหนังสือลงไปก็ เขิน ๆนะคะครู แต่ก็เพียงตั้งใจ ไม่ต้องการประกาศให้ใครรู้ วางเสร็จก็ขับรถออกมา พอมาถึงบ้าน นั่งทบทวนเมลล์ที่ครูให้ตอบใหม่ หนูพยายามหาธรรมชาติของตนเอง จึงเปิดเพลงเต้นไปเรื่อย ๆ ประมาณชั่วโมง ได้เหงื่อดี แต่ไม่ได้สมาธิ เพราะยังมันห่วงพะวงในเพลง และรู้สึกคึกกับเสียงดนตรีค่ะ

จากนั้นไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน น้องเหมียวขับรถเข้ามาบ้าน หนูนั่งเล่นสบาย ๆ ไม่นานพี่อ้อเดินมานั่งก้าวอี้หน้าบ้าน เล่าเรื่องลูกชายคือน้องอะตอม ที่ตั้งใจไปวัดเมื่อเช้า ฟังแล้วรู้สึกดีค่ะครู ท่านอดทนค่อย ๆสอนลูกและบอกว่า อย่างน้อย ๆ พอเขาเจอปัญหา จะได้มีวัดเป็นที่พึ่งทางใจได้ และก็เล่าเรื่องที่ทำงาน แล้วก็แยกย้ายกัน

หนูอาบน้ำแล้วก็มานั่งหายใจหน้าเครื่องคอม พยายามหาคำตอบที่ครูถามในเมลล์ สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ความรู้สึกบีบคั้นและคับแค้นใจ อยากได้คำตอบ แต่มีความน้อยใจเข้ามาแทรกเป็นระยะ ๆ กับการพิจารณา (ผิดศีลข้อ ๑ เพ่งโทษครู เพ่งโทษตนเอง) จนรู้สึกเหนื่อย แต่ก็ไม่ได้คำตอบให้ตนเอง จึงหลับไป เหมือนหนูเก็บเรื่องนี้ไปฝันต่อ ธรรมชาติของหนูคืออะไร ทำไมชอบเลียนแบบ ในฝันเหมือนเขียนตอบเมลล์ครูไปแล้ว แต่ตื่นมาแล้วจำไม่ได้ว่า ตอบอะไรไปค่ะ